อาชญากรรม
ทนายโรงเบียร์ เผยเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้นรายละ 1 หมื่นบาท ชี้ข้อมูลขัดแย้งปมล็อกประตูกลัวลูกค้าหนี
2 ชั่วโมงที่แล้ว
34 views
ทนายโรงเบียร์ เข้าพบพนักงานสอบสวน ยันพร้อมเยียวยาผู้เสียหาย เบื้องต้นร้านมอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท ชี้กระแสล็อกประตูกลัวลูกค้าหนียังขัดแย้ง ส่วนตัวมองควรยุติบทบาทการทำร้าน
วันนี้ (14 ก.ค.) นายนิธิรุจน์ เชติยาธีรนันท์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมาสน.พหลโยธิน เพื่อลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน โดยระบุว่า ขณะนี้ทางร้านให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นอันดับแรก โดยเบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท ซึ่งเป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายและการเยียวยาในด้านอื่นที่จะต้องหารือกันต่อไป ส่วนผู้บาดเจ็บนั้น ทางร้านมีแผนจะให้การเยียวยาเช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เนื่องจากต้องเร่งดำเนินการในส่วนของผู้เสียชีวิตก่อน
นายนิธิรุจน์ ระบุว่า เงินช่วยเหลือทั้งหมดในขณะนี้เป็นเงินของทางร้าน ไม่ใช่เงินจากบริษัทประกันภัย เนื่องจากบริษัทประกันยังไม่ได้เข้าประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน จึงยังไม่สามารถทราบวงเงินค่าสินไหมได้ ส่วนการเยียวยาผู้บาดเจ็บในระยะยาว รวมถึงผู้ที่อาจได้รับผลกระทบในอนาคต ยังต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยยืนยันว่าทางร้านพร้อมทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ และหากสามารถช่วยเหลือเพิ่มเติมก็ยินดีดำเนินการ
สำหรับแนวทางการรับผิดชอบด้านอื่นนอกเหนือจากการเยียวยา นายนิธิรุจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับเจ้าของร้านหรือหุ้นส่วน เนื่องจากมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก พร้อมยืนยันว่าทางร้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งการส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าการเยียวยาจะมีเพิ่มเติมอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ เพราะชีวิตของคนไม่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้ และย้ำว่าเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุย
ส่วนประเด็นเรื่องการทำประกันภัย นายนิธิรุจน์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบเบื้องต้น ทางร้านมีประกันเฉพาะทรัพย์สิน แต่ไม่มีประกันที่คุ้มครองชีวิตหรือบุคคลที่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ตรวจสอบจากเอกสารอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้
ส่วนผู้บาดเจ็บหรือครอบครัวที่ต้องการติดต่อขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กของร้านได้ ซึ่งทางร้านรับทราบทุกข้อความ แม้อาจยังตอบกลับได้ไม่ครบถ้วน และยินดีพูดคุยกับทุกรายที่เป็นผู้เสียหาย โดยยืนยันว่าหลังจากดำเนินการเยียวยาผู้เสียชีวิตแล้ว จะเร่งดูแลผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน
เมื่อถูกถามถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ นายนิธิรุจน์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของเหตุการณ์ได้ว่าเกิดจากความบกพร่องของร้านหรือเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ในนามของตนเองและครอบครัวผู้เกี่ยวข้อง ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าขณะนี้กำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนกระแสข่าวที่ตั้งข้อสงสัยว่ามีการปกปิดเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานความปลอดภัย นายนิธิรุจน์ ระบุว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะตนได้รับข้อมูลพร้อมกับสังคม หากมีการปกปิดจริงก็เชื่อว่าย่อมมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ และหากผลการดำเนินคดีออกมาอย่างไร ทางร้านจะหารือกันอีกครั้ง แต่ขณะนี้ขอเร่งดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายก่อน
นายนิธิรุจน์ ยังเปิดเผยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของร้าน เนื่องจากเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้ดำเนินการหลักยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวและยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยตนได้รับมอบหมายจากผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นญาติสนิทของเจ้าของร้าน ให้มาช่วยประสานงานและสื่อสารแทน
พร้อมระบุว่าคนในครอบครัวของเจ้าของร้านต่างอยู่ในอาการเสียใจอย่างมาก ร้องไห้และยังไม่พร้อมให้ข้อมูลกับสื่อหรือเจ้าหน้าที่ แต่หากพร้อมก็จะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามกระบวนการ ส่วนหากผลคดีชี้ว่ามีความผิด ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหลังจากเจ้าของร้านหลักผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีอาการดีขึ้น
นายนิธิรุจน์ ยืนยันด้วยว่า วันนี้ทางร้านได้ส่งมอบเอกสารทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนร้องขอแล้ว และเท่าที่ทราบ ขณะนี้ยังไม่มีการประสานช่างผู้ตกแต่งร้านเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ร้านอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้น นายนิธิรุจน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นทางปกครอง ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต รวมถึงอาจมีโทษจำคุกหรือปรับตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังไม่ใช่ประเด็นที่ทางร้านให้ความสำคัญ เพราะมุ่งเน้นการเยียวยาผู้เสียหายเป็นหลัก และยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการกลับมาเปิดกิจการอีก
อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยเบื้องต้นจากผู้ถือหุ้นร้าน มีความเห็นว่าร้านที่เกิดเหตุควรยุติการดำเนินกิจการ และเร่งเยียวยาผู้เสียหายก่อน ส่วนจะไปเปิดร้านแห่งใหม่หรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อสรุป โดย นายนิธิรุจน์ แสดงความเห็นส่วนตัวว่า หากจะดำเนินกิจการในอนาคต ก็จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้รัดกุมรอบคอบกว่าที่ผ่านมา แต่ส่วนตัวของตนมองว่า หลังเกิดเหตุแบบนี้ก็ไม่ควรแล้ว
สำหรับข้อสงสัยเรื่องความรอบคอบของร้าน นายนิธิรุจน์ ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ เพราะต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานและสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการขอใบอนุญาตหรือการเปิดร้านในอดีต และเชื่อว่าเจ้าของร้านเป็นผู้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง แต่ในวันเกิดเหตุ เจ้าของร้านก็ได้แสดงสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการกลับเข้าไปในอาคารหลังจากช่วยเหลือผู้คนออกมาแล้ว
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าประตูทางออกบางจุดถูกปิดกั้น หรือมีการล็อกร้านเพื่อเรียกเก็บเงินก่อนปล่อยลูกค้าออกจากร้าน นายนิธิรุจน์ ระบุว่า รับทราบข้อมูลดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง จึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ โดยจากข้อมูลที่ได้รับฟังมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล แต่จะขอตรวจสอบหลักฐานก่อนออกมาชี้แจงอีกครั้ง
นายนิธิรุจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีการล็อกร้านเพื่อเรียกเก็บเงินจริง ย่อมสามารถตรวจสอบได้จากหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะหากมีการเก็บเงินก่อนปล่อยลูกค้าออกจากร้าน จะต้องมีรายการโอนเงินจำนวนมากเกิดขึ้น ซึ่งตนจะนำประเด็นดังกล่าวไปตรวจสอบต่อไป พร้อมยอมรับว่า ยังไม่ทราบว่าที่ผ่านมาร้านเคยประสบปัญหาลูกค้ากินแล้วไม่จ่ายเงินหรือไม่ เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เคยเดินทางไปร้านดังกล่าวมาก่อน
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เชิญพนักงานเสิร์ฟของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีทั้งพนักงานเสิร์ฟผู้หญิง และผู้ชายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม หนึ่งในพนักงานเสิร์ฟ ทีาเข้ามาให้ปากคำ วันเกิดเหตุว่า ได้หลบหนีออกมาทางประตูไหน พนักงานเสิร์ฟหญิงรายนี้ บอกว่า ตัวเขาออกมาทางประตูหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่าประตูฉุกเฉินมีการล็อกกุญแจไว้จริงหรือไม่
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังได้นำวัตถุพยานสำคัญ คือ เซิร์ฟเวอร์ไฟล์กล้องวงจรปิด ที่บรรจุอยู่ในถุงของกองพิสูจน์หลักฐานเป็นอย่างดี เข้ามามอบให้กับพนักงานสอบสวน หลังมีกองพิสูจน์หลักฐานสามารถกู้ไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านวันเกิดเหตุได้แล้ว เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายของวันนี้ พนักงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายทรัพย์สิน ของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มาติดประกาศที่บอร์ดภายใน สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้ง รายการทรัพย์สินที่ตำรวจตรวจพบภายในที่เกิดเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้กับญาติของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้รับทราบ
พร้อมกับระบุว่า หากประชาชนหรือญาติพี่น้อง ท่านใดสงสัยว่าจะเป็นทรัพย์สินโดยส่วนมากพบว่าเป็นโทรศัพทของ ผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตดังกล่าว ขอให้เดินทาง มาติดต่อ รับได้ที่ สน.พหลโยธิน บริเวณห้องประชุมงานจราจร ทั้งนี้พบว่ารูปที่นำมาติดประกาศ ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ และแทปเล็ต ที่บรรจุไว้ในถุงซิปล็อกอย่างดี
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ,ทนายความ