สังคม
เพื่อนบ้านดาหน้าแฉ ทนายหัวร้อน ฟาดขวดซีอิ๊ว ฝั่งทนายโต้ ผมก็เสียหายเหมือนกัน!
1 ชั่วโมงที่แล้ว
26 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (15 กันยายน 2569) พูดคุยกรณีหญิง อายุ 38 ปี ร้องถูกเพื่อนบ้านซึ่งเป็นทนายความทำร้ายร่างกาย ใช้ขวดซีอิ๊วพลาสติกตีศีรษะ รัวหมัดใส่ใบหน้า และบีบคอต่อหน้าลูกวัย 5 ขวบ
โดยเล่าว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 16.40 น. ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองนนทบุรี วันเกิดเหตุ ตนไปรับลูกกลับจากโรงเรียน ก่อนขับรถกลับมาจอดที่บ้านเช่า ระหว่างนั้นเห็นคู่กรณี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและประกอบอาชีพทนายความ กำลังจะเดินเข้าบ้าน
ตนจึงถอยรถเพื่อจอดบริเวณหน้าบ้านตัวเอง แต่คู่กรณีเดินออกมาจากบ้านและเรียก รปภ.พร้อมบอกว่าตนเหยียบกล่องโฟม ตนจึงลดกระจกรถลงและถามว่า เหตุใดจึงนำสิ่งของมาโยนไว้หน้าบ้านคนอื่น โดยอ้างว่ายังเห็นคู่กรณีเตะกล่องโฟมเข้ามาที่ท้ายรถของตนด้วย
จากนั้นคู่กรณีพูดในลักษณะท้าทายว่า "มึงจะมีปัญหาเหรอ" ก่อนใช้ตัวดันเข้าหา ตนจึงผลักออกไป แต่คู่กรณีกลับใช้ขวดซีอิ๊วพลาสติกทุบศีรษะ 1 ครั้ง จนฝาขวดหลุด น้ำซีอิ๊วกระจาย
หลังจากนั้นถูกบีบคอ และถูกต่อยรัวๆ บริเวณใบหน้าหลายครั้ง จนล้มลงไปที่เบาะรถยนต์ ขณะร้องขอความช่วยเหลือยังถูกบีบคออยู่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเรียกหัวหน้า รปภ.และนิติบุคคลเข้ามา ทำให้คู่กรณีหยุดทำร้ายและเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ทั้งนี้ การทำร้ายทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ ซึ่งนั่งอยู่บริเวณเบาะหลัง เมื่อเด็กเห็นผู้เป็นแม่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงก็ตกใจสุดขีด กรี๊ดร้องลั่น และลงมือทุบตีทำร้ายตัวเองซ้ำๆ ในขณะที่คุณแนนพยายามอดทนและไม่กล้าวิ่งหนีเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก
หลังเกิดเหตุ ตนถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อนบ้านได้ช่วยดูแลลูกให้ แต่ลูกอยู่ในภาวะหวาดระแวงขั้นรุนแรง ไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้แม้จะเป็นคนที่คุ้นเคย ร้องไห้ไม่หยุด และยังคงทุบทำร้ายตัวเองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งลูกชายเป็นเด็กพิเศษ สื่อสารยาก เพราะฉะนั้นเด็กกลุ่มนี้เค้าจะตื่นตัวกับเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวหรือความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยมากกว่าปกติ
นอกจากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ผู้เสียหายยังกล่าวถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยอ้างว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินจากบ้านเช่าอีกหลังไปยังบ้านพักในซอย คู่กรณีขับรถเข้ามาในลักษณะคล้ายจะพุ่งรถเข้าหา ทำให้ตกใจและกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะลูกและเด็กในหมู่บ้านต้องเดินเข้าออกภายในซอยเป็นประจำ
ก่อนหน้านี้คู่กรณีเคยมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านหลายราย ทั้งเรื่องการจอดรถ การวางสิ่งของ และการใช้พื้นที่บริเวณหน้าบ้าน โดยแต่ละคนพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและประนีประนอม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
ตั้งแต่เข้ามาเช่าบ้านเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการต่อเติมบ้าน การฉีดน้ำเข้าบ้าน การวางกระถางบริเวณหน้าบ้าน และการจอดรถ ที่ผ่านมาเคยขอให้นิติบุคคลช่วยแก้ไขปัญหา รวมถึงพยายามใช้กระถางกั้นบริเวณรอยต่อระหว่างบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากการเปิดประตูบ้าน แต่ยังมีการกระทบกระทั่งกันต่อเนื่อง นอกจากนี้ คู่กรณียังมีพฤติกรรมขับรถลักษณะพุ่งเข้าหานักกีฬาทีมชาติเป็นเยาวชน กำลังวอร์มร่างกายอยู่หน้าบ้าน ทำให้เด็กตกใจและต้องหลบออกด้านข้าง
ปัจจุบันเพื่อนบ้านในซอยต่างพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาหรือคดีความ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่พาเด็กออกมาเดินหรือวิ่งเล่นในช่วงเย็น ต่างรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย
ทนายคู่กรณีโฟนอิน ชี้แจงว่า ความขัดแย้งสะสมเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2561 ฝั่งคู่กรณีมักจะมีพฤติกรรมด่าทอด้วยคำหยาบคาย ดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และท้าทายตนเองอยู่เสมอทุกครั้งที่เดินผ่าน
สำหรับเรื่องการจอดรถล้ำแนวเขต ตนมองว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเปิดประตูมาโดนหรือตะโกนด่าทอก่อนจึงไม่ยอมเลื่อนรถให้ ส่วนการต่อเติมอาคาร เป็นเพียงการตกแต่งผนังภายในบ้าน ซึ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่ใช่พื้นที่ส่วนกลาง จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือแจ้งนิติบุคค กรณีถุงขยะ เป็นเพราะรถขยะของหมู่บ้านเสีย ตนจึงนำไปวางไว้หน้าบ้านนิติบุคคลเพื่อให้ดำเนินการจัดการ
สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด ขณะตนกำลังยกของที่ซื้อมาเตรียมทำอาหารให้ภรรยา และไม่สามารถใช้มือถือของได้หมด รถของคู่กรณีมีระบบเซ็นเซอร์เตือน ได้ถอยเข้ามาประชิดตนหลายครั้งในลักษณะเจตนาหาเรื่อง ตนจึงใช้เท้าเขี่ยกล่องโฟมออกไปด้านหน้า เพื่อให้อีกฝ่ายมองเห็นกล่อง ไม่ได้เขี่ยยัดเข้าใต้ท้องรถ หลังจากนั้นเมื่อตนเดินจะเข้าบ้าน อีกฝ่ายได้เดินเข้ามาด่าทอหมิ่นประมาทและผลักอกตนหลายครั้ง จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน
ตนไม่ได้ชอบความรุนแรง และไม่ได้สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โดยรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน และมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศชายหรือหญิง แต่เป็นเรื่องของคนสองคนทะเลาะกัน พร้อมทั้งยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายลงมือทำร้ายอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายเดียว เพราะอีกฝ่ายก็ทำกลับเช่นกัน เพียงแต่ตนบาดเจ็บไม่เท่ากับอีกฝ่ายแค่นั้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,ทนายความ ,เพื่อนบ้าน