สังคม

ทนมา 10 ปี! สุดเอือม ทนายอาบน้ำโชว์หน้าบ้าน ยื่นฟ้องดะเพื่อนบ้าน เหยียดเป็นชนชั้นต่ำ

25 ก.ย. 2569

61 views

ชาวบ้านสุดทน ร้องสื่อรอบ 3 เหนื่อยใจกับเพื่อนบ้านที่เป็นทนาย ก่อกวนสร้างความรำคาญนับ 10 ปี ทั้งอนาจาร จุดไฟเผาขยะ มิหนำซ้ำยื่นฟ้องเพื่อนบ้านแหลก แซะเพื่อนบ้านว่าเป็นชนชั้นต่ำ วอนหน่วยงานพิจารณาถอนใบอนุญาต

นี่เป็นหนึ่งในคลิปที่ผู้เสียหายซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นำมาร้องเรียนกับสื่อ หลังต้องทนทุกข์ทรมานกับพฤติกรรมของเพื่อนบ้าน ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความและอุปนายกสมาคมแห่งหนึ่ง มีทั้งอาบน้ำหน้าบ้าน โชว์ของลับ ทิ้งขยะเกลื่อนถนนส่วนกลาง ตั้งราวตากผ้า ซักผ้า และจอดรถกีดขวางหน้าบ้านคนอื่น และยังใช้วิชาชีพแจ้งความดำเนินคดีฟ้องกลับ จนชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว

น.ส.บี เผยว่า อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มานานเกือบ 20 ปี และย้ายมาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุได้ราว 1 ปีเศษ ก่อนจะพบว่าคู่กรณีมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญมาโดยตลอด เช่น นั่งดื่มสุราและเปิดเพลงเสียงดังในยามวิกาล ส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง จุดไฟเผาขยะถึง 2 ครั้ง จนต้องแจ้งตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์

ที่อาการหนัก คือ ยืนแก้ผ้าอาบน้ำหน้าบ้าน และเปิดเผยอวัยวะเพศโชว์ พอถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน กลับถูกคู่กรณีแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ส่วนคู่กรณีชอบถ่ายภาพและคลิปวิดีโอชาวบ้าน ขณะเดินผ่านหน้าบ้านหรือออกมาทิ้งขยะ ขนาดผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์เพื่อนบ้าน ทนายคนนี้ก็ยังมาถ่ายคลิปไว้

นอกจากนี้ชอบจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออก พอเข้าไปพูดคุย กลับถูกพูดจาเหยียดหยาม เสียดสีเพื่อนบ้านว่าเป็น "ชนชั้นต่ำ" และแสดงพฤติกรรมคุกคาม ขณะเดียวกันเขาชอบซุกขยะและเศษใบไม้ จนอุดตันท่อระบายน้ำ พอฝนตกน้ำก็ท่วมขังทุกครั้ง และกลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษ ทั้งงูเห่า และตะขาบ สร้างความหวาดกลัวให้กับเพื่อนบ้าน

พอแจ้งไปที่หน่วยงานท้องถิ่นและเทศบาล ได้คำตอบว่า ไม่สามารถเข้าจัดการได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของนิติบุคคล พอขอความช่วยเหลือไปที่นิติบุคคล ก็แนะนำให้ลูกบ้านดำเนินการทางกฎหมายกันเอง ทำให้ปัญหาคาราคาซัง จึงต้องมาร้องสื่อมวลชน

น.ส.ฐิตินันท์ อายุ 56 ปี เล่าว่า บ้านคู่กรณีปลูกต้นไม้ยื่นล้ำออกมาบดบังทางเข้า-ออกบ้านของตน จนชาวบ้านต้องช่วยกันตัด และยกออกเองเพื่อเปิดทาง เพราะแจ้งนิติบุคคลของหมู่บ้าน กลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่า หมดวาระแล้วกลัวถูกฟ้องร้อง และแนะนำให้ชาวบ้านไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมหรือจัดการกันเอง

นอกจากนี้คู่กรณีใช้วิชาชีพการเป็นทนายความ ข่มขู่และยื่นฟ้องดำเนินคดีกับลูกบ้านคนอื่น ๆ ทำให้ชาวบ้านธรรมดาต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการไปศาล จึงอยากเรียกร้องให้สภาทนายความ พิจารณาถอนใบอนุญาตทนายความของบุคคลดังกล่าว พร้อมวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งญาติหรือครอบครัวของคู่กรณี เข้ามาตรวจสอบสภาพจิตใจ พฤติกรรม และช่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหา เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ชุมชนโดยเร็ว

ด้านนายทองคูณ อายุ 53 ปี เล่าว่า ตนถูกคู่กรณีแจ้งความกลับ หลังจากที่ตนเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านเขา จึงเดินไปถามว่า เผาอะไร ทำให้เขาไม่พอใจ และแจ้งตำรวจเข้ามาทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ส่งตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ อ้างว่า ตนไปเก็บกวาดขยะ เศษใบไม้ และกิ่งไม้บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะนั้น ถือเป็นการทำลายทรัพย์สินของเขา

ตนติดใจกับการทำงานของตำรวจในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะเวลาชาวบ้านเดือดร้อน ถูกก่อกวน ถูกโชว์อนาจาร พอไปเข้าไปแจ้งความ ตำรวจแค่ให้ลงบันทึกประจำวัน แต่พอคู่กรณีเป็นผู้แจ้งความ ตำรวจกลับมาตรวจสอบและควบคุมตัวชาวบ้านทันที จนรู้สึกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้เสียหายเคยร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนมาแล้วถึง 3 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 แต่ปัจจุบันทั้งนิติบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ จนต้องมาร้องเรียนอีกครั้ง



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/sMMY18HVWc0

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ทนายความ ,เพื่อนบ้าน

คุณอาจสนใจ

Related News