อาชญากรรม

อัยการแจงตีกลับสำนวน 'กระติก' แจ้งความเท็จ ยังไม่ส่งฟ้อง เจ้าตัวโล่งใจหลังสารภาพ จ่อฟ้องตัวปั่น

โดย thichaphat_d

6 เม.ย. 2565

196 views

วานนี้ (5 เม.ย.) เวลา  11.00 น. นายประยุทธ เพร็ชคุณ รองอธิบดีอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด  แถลงข่าวกรณีพนักงานสอบสวนส่งสำนวนกรณีที่กระติก ให้การรับสารภาพในข้อหาแจ้งความเท็จในคดีอาญาเพื่อให้สำนักงานอัยการส่งด้วยวาจา ฟ้องศาลแขวงนนทบุรี


โดยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยภายหลัง อัยการศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี พิจารณาบันทึกฟ้องด้วยวาจาคดีของกระติกแล้วเสร็จ พิจารณาว่าพนักงานอัยการยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ในประเด็นหลักการเสียชีวิต อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องกัน พนักงานอัยการจึงขอคืนตัวกระติกผู้ต้องหาในคดี


พร้อมบันทึกฟ้องด้วยวาจากลับไปให้พนักงานสอบสวน ให้ไปสอบปากคำให้สิ้นกระแสความ หรือทำมาในรูปแบบสำนวนคดีส่งมาพร้อมกับคดีหลัก คือการเสียชีวิตของแตงโม หรือจะแยกสำนวนมาก็สามารถทำได้ เพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณา เพราะถ้าวันนี้ (5 เม.ย.) พนักงานอัยการรับตัวส่งฟ้องศาลไปแล้ว แต่คดีหลักมีผลอย่างหนึ่งอย่างใดเปลี่ยนแปลง หรือมีข้อหาอะไรเพิ่มเติมจากนี้ จะไม่รื้อคดีมาตัดสินใหม่ได้  


ประกอบกับที่ผ่านมา อัยการสูงสุดมีหนังสือเวียนให้อัยการทั่วประเทศว่า กรณีบันทึกฟ้องด้วยวาจา หากมีความสลับซับซ้อนให้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนสอบสวนสิ้นกระแสความ เพราะเคยเกิดกรณีคดีอุบัติเหตุรถชน แล้วผู้เสียหายเกิดพิการ จึงทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง  


ส่วนกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ตามระเบียบของคดีให้การเท็จต้องส่งฟ้องนั้น ขั้นตอนดังกล่าวอัยการสามารถที่จะมีความเห็นให้อัยการสูงสุดพิจารณาขยายเวลาขั้นตอนการส่งฟ้อง


ด้านนายประยุทธ กล่าวว่า คดีนี้พนักงานอัยการเห็นว่า แม้คดีนี้พนักงานสอบสวนจะสามารถส่งฟ้องด้วยวาจาได้เพราะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่เนื่องจากคดีนี้ทีความเกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม ซึ่งสังคมให้ความสนใจ และเกี่ยวข้องกับบุคคลบนเรืออีกหลายคน ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนและเข้าข่ายคดีเอกภาพ


โดยที่สำนักงานอัยการยังไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้นเพื่อการพิจารณาคดีเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและสิ้นสงสัย จึงขอให้คืนตัวผู้ต้องหาให้พนักงายสอบสวนไปดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วจึงส่งตัวฟ้องศาลพร้อมกับคดีหลัก คือการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโมอีกครั้ง เพราะหากส่งฟ้องศาลแล้วสอบสวนพบข้อเท็จจริงใหม่จะไม่สามารถส่งฟ้องซ้ำได้อีก


นายประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อคดีมีความซับซ้อน มีผู้เกี่ยวพันจำนวนมากและอาจมีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จึงควรทำการสอบสวนในภาพรวมทั้งหมดให้สิ้นกระแสความก่อนเข้าสู่กระบวนการของพนักงานอัยการ เพราะการแยกส่วนใดส่วนหนึ่งออกมาจะส่งผลต่อการพิจารณาคดีในภาพรวมอาจไม่เป็นธรรม


ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ส่งตัว น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ไปส่งที่ศาลแขวงจังหวัดนนทบุรีด้วยตัวเองขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะรับคดีนี้หรือไม่ หรือเห็นพ้องเช่นเดียวกับอัยการ


โดยกระติก เปิดเผยว่า รับสารภาพแล้วรู้สึกโล่งใจ ต่อไปจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไร จากนี้จะได้ทำงานตามปกติส่วนรับสารภาพเรื่องใด ยังไม่ขอไม่ขอเปิดเผย ซึ่งรับสารภาพไปก็ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน อีก 4 คน ด้วยการสอบถามปกติ ทุกคนไม่มีการตำหนิถึงการรับสารภาพเรื่องนี้ เพราะทุกคนรู้ความจริงอยู่แล้ว


แม้พึ่งจะมารับสารภาพ มองว่าไม่ได้ช้าจนเกินไป อะไรนึกได้ก็แจ้งกับพนักงานสอบสวนเรื่อยมาอยู่แล้ว ยืนยันเรื่องฉี่ท้ายเรือ ไม่เคยพูดเลย รวมถึงอีก 3 คน บนเรือก็ไม่เคยพูดเรื่องแตงโมฉี่ท้ายเรือ นอกจากแซน เพียงคนเดียว


กระแสที่ว่า กระติก กำลังรวบรวมหลักฐานฟ้องเอาผิดบุคคล 2-4 ราย ที่มีการพูดพาดพิงทำให้เสื่อมเสีย หรือ พูดในข้อความอันเป็นเท็จ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร กระติก ระบุว่า ว่ามีการเก็บรวมรวมพยานหลักฐาน ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าความคิดเห็นนั้น ทำให้คนเข้าใจผิด เกลียดชังตัวเธอ ก็ต้องรับผิดชอบ ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ อาจจะเข้าใจไปต่าง ๆ นา ๆ ถูกบ้างผิดบ้าง ไม่ว่ากัน แต่สำหรับคนที่เป็นตัวปั่น สร้างความเกลียดชัง ก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป


หนุ่ม กรรชัย ถามต่ออีกว่า ฟ้องพวกเขา แอนนา, ฮิปโป หรือเปล่า   กระติก กล่าวว่า เธอไม่ขอพาดพิงถึงใคร ใครพูดอะไรไว้ ก็รับผิดชอบไป จงรับผลกระทำเหล่านั้น “เห็นเงียบ ๆ อย่างนี้หนูไม่ได้เก็บตัวอยู่บ้าน ใช้ชีวิตปกติ เจ้าหน้าที่ให้ไปให้ปากคำก็ไป รับส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน” ช่วงท้ายเมื่อถูกถามว่า อยากฝากอะไรถึงแอนนา ไหม  กระติก ตอบว่า “ไม่มีฝากถึงใครเป็นพิเศษค่ะ”


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L21qiPZQB70

คุณอาจสนใจ

Related News