อาชญากรรม

ล่า “ภูเมธ” หัวโจกทีมอุ้มฆ่า ผจก. หนีออกนอกประเทศ – เปิดปากคำ 2 สาวใกล้ชิดผู้ตาย ยันไม่รู้จักแก๊งคนร้าย

2 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

ตำรวจเร่งล่าตัว ภูเมธ พบหนีออกประเทศเพื่อนบ้าน ทางด่านชายแดนจังหวัดนครพนม คาดวางแผนอุ้มฆ่าล่วงหน้ากว่า 1 สัปดาห์

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายจัดฉากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อุ้มนายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร ไปกักขังไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกฆ่าแล้วนำศพไปเผาอำพรางที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งตำรวจแกะรอยไปเจอวันที่ 3 มีนาคม ในสภาพไหม้เกรียม ตอนนี้ศพดังกล่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบ DNA กับครอบครัวของนายรทธ์ เพื่อยืนยันว่าตรงกันหรือไม่ แต่จากพยานหลักฐานแวดล้อม เชื่อได้ว่า เป็นร่างของคุณรุทธ์ เพราะเจอสร้อยพระที่เจ้าตัวใส่เป็นประจำ

ซึ่งทีมอุ้มตำรวจระบุว่า มี 8 คน ตอนนี้จับได้แล้ว 7 คน ได้ประกันตัว 2 คน คือ นายวีรวิชญ์ และนายเผ่าทอง ติดต่อเข้ามอบตัวทันที ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวในวงเงินประกันคนละ 2 หมื่นบาท

ขณะที่ 1 อีก คนที่กำลังหลบหนี ตำรวจระบุว่าเป็นหัวหน้าทีมอุ้มฆ่า คือ นายภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ท ที่อ้างตัวว่าเป็นทหารในสังกัด กอ.รมน. และน่าจะเป็นกุญแจไขคดีของเรื่องนี้ ถึงผู้สั่งการตัวจริง และชนวนเหตุอุ้มฆ่า

ล่าสุดตำรวจได้กล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่งในอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพตอนตีสี่ 4 นาที ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ มีรถยนต์โตโยต้า วิช ของนายภูเมธ ขับออกมาจากบ้านเช่าที่ใช้กักขังคุณรุทธ์ ซึ่งตำรวจระบุว่า เป็นรถยนต์คันเดียวที่ออกมาหลังจากขังนายรุทธ์ไว้ที่นี่แล้ว ตำรวจเชื่อว่าน่าจะนำศพของนายรุทธ์ออกมา เพื่อไปอำพราง จากนั้นก็พบว่ารถยนต์คันนี้ขับวนไปเวียนมาในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดลพบุรี กระทั่งตำรวจแกะรอยมาเจอศพ

ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่สอง บันทึกเวลาบ่ายโมง 5 นาที ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่านายภูเมธขับรถเข้ามาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครพนม แล้วหลบหนีข้ามไปยัง สปป.ลาว โดยผ่านช่องทางธรรมชาติ

พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมทีมสืบสวนเมื่อคืนนี้ พร้อมเปิดเผยว่า นายรุทธ์ ผู้ตาย น่าจะถูกฆาตกรรมตั้งแต่ที่บ้านเช่าในอำเภอบางบ่อแล้ว ซึ่งตอนที่ตำรวจไปเจอพบว่าบ้านถูกทำความสะอาดอย่างดี ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษจนพบคราบเลือดจำนวนมาก ซึ่งจากการสืบสวนของตำรวจเชื่อว่า คนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะเช่าบ้านหลังนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ล่วงหน้าถึง 1 สัปดาห์ก่อนจะลงมือ และติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้ตายมาตลอด ส่วนมือถือผู้ตายจนถึงตอนนี้ยังหาไม่พบ

สำหรับชนวนเหตุยังคงพุ่งไปเรื่องของชู้สาว และความแค้นส่วนตัวเป็นหลัก จากพยานหลักฐานเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างน้อย 10 คน นอกเหนือจากทีมอุ้ม 8 คน แล้ว น่าจะมีผู้จ้างวานอีก 1 คน และผู้เกี่ยวข้องในคดีอีก 1 คน ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับเพิ่ม

ทีมข่าวลงพื้นที่คอนโดมิเนียมของนายรุทธ์ พูดคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ให้ข้อมูลว่า นายรุทธ์ มาพักอาศัยอยู่ที่นี่นานหลายปีแล้วเป็นคนจิตใจดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มักชอบนำข้าวน้ำขนมมาให้ตน และ รปภ.คนอื่นอยู่บ่อยครั้ง ส่วนพฤติกรรมพาผู้หญิงแปลกหน้าหลายๆคนขึ้นห้องพักเรื่องนี้ตอนไม่ทราบและไม่เคยเห็น พอมาทราบข่าว ก็รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นลูกบ้านที่ตนเห็นหน้าและรู้จักมานานหลายปี

ขณะที่ทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับญาติของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ตอนนี้ทางครอบครัวทราบเรื่องรายละเอียดทั้งหมดแล้ว และยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่รู้ว่าผู้เสียชีวิตไปมีเรื่องกับใครหรือไม่ เพราะผู้เสียชีวิตย้ายมาอยู่ที่คอนโดแห่งนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังด้วย ส่วนเรื่องคดี และสาเหตุที่เกิดขึ้น ขอให้ติดตามกับทางตำรวจ ทางครอบครัวไม่อยากเป็นข่าว

ล่าสุดทีมข่าวได้คุยโทรศัพท์กับหญิงสาว 2 คน ที่ใกล้ชิดกับผู้ตาย 1 คนเป็นแฟนที่กำลังจะแต่งงาน บอกไม่รู้เรื่องอะไรเลย อีกคนคือกิ๊กสาวที่คบหากันมา 7เดือน และถูกระบุว่าเป็นชนวนเหตุการอุ้มฆ่า

กิ๊กสาววัย 40 ปี คนนี้ ปัจจุบันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอเปิดใจยอมรับกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า รู้จักกับผู้ตายมานานหลาย 10 ปี แต่คบหาเชิงชู้สาวกับผู้ตายได้ 7 เดือน ตลอดเวลาที่คบหากันเธอเป็นคนที่ดูแลทุกอย่างในชีวิตของผู้ตาย และรับรู้มาตลอดว่าผู้ตายมีแฟนที่คบหากันมา 7 ปี และเตรียมจะแต่งงานกันในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ส่วนจะมีผู้หญิงอื่นอีกไหม เธอไม่รู้ แต่ทุกวันจะอยู่ด้วยกันเกือบ 24 ชั่วโมง มีเพียงช่วง 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มที่ผู้ตายจะอยู่กับเพื่อน แม้แต่เช้าวันเกิดเหตุ 18 กุมภาพันธ์ผู้ตายก็เพิ่งออกจากห้องของเธอไป

ตลอดเวลาที่คบหากัน ทั้งคู่มักจะถ่ายคลิปขณะที่ความสัมพันธ์กันไว้ แต่เป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมยืนยันไม่เคยมีปัญหากันเรื่องนี้แน่นอน และตัวเธอก็ไม่ได้รู้จักใครในทีมอุ้มฆ่าด้วย ส่วนที่สื่อได้ข้อมูลจากตำรวจแล้วพยายามโยงว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอดีตสามีของเธอที่เลิกรากันมา 6 ปี ยืนยันว่า อดีตสามีไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้จักผู้ตาย ซึ่งตอนนี้เขามีครอบครัวใหม่ไปแล้ว

เธอยังพูดทิ้งท้ายด้วยว่า ตั้งแต่ผู้ตายหายตัวไป เธอต่างหากที่เป็นคนไปแจ้งความ วิ่งเต้น และต่อสู้เรื่องคดีด้วยตัวเอง ดังนั้นเธอและครอบครัวผู้ตายต่างหากที่เป็นคนเสียใจกับเรื่องนี้มากที่สุด และอยากให้ตำรวจจับคนร้ายตัวจริงให้ได้

ขณะที่แฟนสาวตัวจริงของผู้ตายที่มีกำหนดแต่งงานในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวทางโทรศัพท์สั้นๆ ว่า คบกับผู้ตายมา 7 ปี แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งมีกำหนดจะแต่งงานในอีกไม่กี่วัน ตั้งแต่ฝ่ายชายหายตัวไปก็ไม่เคยติดต่อได้อีกเลย จนถึงวันนี้ก็ไม่รู้ต้องสงสัยใคร เพราะไม่มีอะไรให้เอะใจ ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มันเกิดจากอะไร ถ้าเป็นเรื่องชู้สาวจริง ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ ยังมีคำถามในใจมากมาย

ตอนนี้ยอมรับว่าตกใจ และงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ยกเลิกงานแต่งไปแล้ว ขอจัดการงานศพแฟนหนุ่มให้เรียบร้อยก่อน



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/FuzvUx6HYh4

แท็กที่เกี่ยวข้อง  อุ้มฆ่า ,ชู้สาว

คุณอาจสนใจ

Related News