อาชญากรรม
จับ 2 ผู้จ้างวาน แก๊งอุ้มฆ่าเผา ผจก. ชนวนเหตุชู้สาว
3 ชั่วโมงที่แล้ว
52 views
ตำรวจใช้เวลา 16 วัน ตามจับยกทีมแก๊งอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่มที่โดนอุ้มกลางซอยรัชดา 18 ไปฆ่าเผาในบ้านร้างที่ลพบุรี ล่าสุดเมื่อคืนนี้จับผู้จ้างวานได้อีก 2 คน
คดีนี้ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ กลุ่มคนร้ายจัดฉากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มาปาดหน้ารถซีอาร์วีของนายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ แล้วให้คนร้ายอีกคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาชนท้าย เพื่อจะล่อให้เข้ามาเจรจากันที่ลานจอดรถของบ่อตกกุ้งในซอยรัชดา 18
จากนั้นคนร้าย 3 คน ก็ลงมาอุ้มคุณรุทธ์ขึ้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ พาไปยังบ้านเช่าที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
ก่อนจะนำร่างของนายรุทธ์ขึ้นรถโตโยต้า วิช แล้วขับไปเผาทำลายที่ห้องน้ำในบ้านร้าง พื้นที่ไร่ไบคาน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งตำรวจแกะรอยจนเจอศพเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ในสภาพไหม้เกรียม
ตำรวจ ระบุว่า ทีมอุ้มมี 8 คน ตอนนี้จับได้แล้ว 7 คน ได้ประกันตัว 2 คน คือ นายวีรวิชญ์ และนายเผ่าทอง อีก 1 คนที่กำลังหลบหนี คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ท ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานเครือข่ายความมั่นคง กทม. เขตพระโขนง และเป็นกรรมการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และโรงเรียนการกำลังสำรอง มีรายงานว่าหลบหนีไปยัง สปป.ลาว โดยออกทางช่องทางธรรมชาติด้านจังหวัดนครพนมไปแล้ว
สำหรับศพดังกล่าวถูกส่งมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผลชันสูตรพบว่า ศพโดนไฟไหม้เสียหายประมาณ 50% หมายความว่า คนร้ายเร่งรีบในการทำลายศพ และหลบหนี ส่วนสภาพศพน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ผลชันสูตรเบื้องต้นพบว่า กระดูกใบหน้าของศพมีรอยร้าวลักษณะคล้ายถูกของแข็งทุบอย่างรุนแรง ฟันหักหลายซี่ และบริเวณลำคอพบว่ามีเนื้อเยื่อหายไปอย่างผิดปกติโดยมีนัยยะสำคัญ ซึ่งสามารถสันนิษฐานได้ว่า ก่อนเสียชีวิตอาจจะถูกคลุมถุง หรือโดนรัดบริเวณลำคอ
ส่วนการตรวจ DNA เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีนำกระดูกของศพมาบดเป็นผง แล้วตรวจเปรียบเทียบกับพ่อแม่ของนายรุทธ์ เพราะเนื้อเยื่อศพเสียหายจากการถูกไฟไหม้ และศพถูกทิ้งมานาน
เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5มี.ค.69) ผลการตรวจ DNA ออกมาแล้วพบว่า ศพที่ถูกเผา คือ นายรุทธ์จริง ตำรวจจึงขอศาลออกหมายจับผู้จ้างวาน 2 คน คือ นายสรวีย์ หรือ บิ๊ก อายุ 46 ปี อดีตสามีของกิ๊กสาวที่มีความสัมพันธ์กับผู้ตาย และนางสาว เบญญาภา หรือ เบญ อายุ 45 ปี มีรายงานว่าเป็นญาติของนายสรวีร์
ในข้อหาเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ผู้อื่นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / ซ่อนเร้นอำพรางศพ / ข่มขืนใจผู้อื่น โดยรวมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป / กักขังหน่วงเหนี่ยว / ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และอั้งยี่ซ่องโจร
ก่อนจะตามไปจับทั้ง 2 คน ได้ที่บ้านพักย่านวังทองหลางเมื่อช่วง 5 ทุ่มครึ่งที่ผ่านมา ซึ่งขณะเข้าจับกุมตรวจมือถือของนาย สรวีร์ พบว่าได้จองตั๋วเครื่องบินผ่านระบบออนไลน์เพื่อไปต่างประเทศ แต่เปลี่ยนใจกะทันหัน หลังไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย และคิดว่าน่าจะสู้คดีได้
จากนั้นคุมตัวทั้ง 2 คน มาสอบปากคำต่อที่ สน.สุทธิสาร พร้อมอายัดรถยนต์ของผู้ต้องหาไว้ 2 คัน เป็นรถเก๋ง 1 คัน และรถกระบะ 1 คัน ภายในรถเก๋งมีชุดเครื่องแบบทหาร และชุดสูทถูกแขวนอยู่ภายในรถ และยังมีบัตรวิทยาลัยทนายความด้วย
พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวน บช.น. สอบปากคำทั้งคู่ด้วยตัวเอง ก่อนจะเปิดเผยว่า เบื้องต้น นายสรวีร์ ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เชื่อว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว และจากการสืบสวนพบว่านายสรวีร์ เป็นผู้จ้างวานว่าจ้างทีมอุ้ม ส่วนนางสาวเบญ ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ จึงขอศาลออกหมายจับ ทำให้ตอนนี้มีผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 10 คน
ขณะที่เช้าวันนี้นายสรวีร์ และนางสาวเบญ ยังคงถูกคุมตัวอยู่ในห้องขัง สน.สุทธิสาร หลังถูกสอบเครียดจนถึงตี 5 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสรวีร์มีความเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอนกอดอกตลอดทั้งคืน
ขณะที่เช้าวันนี้พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยอมรับว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ปรึกษาทนายความเพื่อหาช่องทางการสู้คดีจริง จึงเปลี่ยนใจไม่เดินทางออกนอกประเทศตามแผนที่วางไว้ ส่วนชนวนเหตุน่าจะไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเรื่องชู้สาวและปัญหาภายในครอบครัว เพราะจ้างทีมอุ้มร่วม 10 คน มาก่อเหตุ ซึ่งต้องสอบปากคำขยายผลต่อถึงชนวนเหตุที่แท้จริง และบุคคลอื่นที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ขณะที่พลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ยังยืนยันว่า นายสรวีร์ และนางสาวเบญ ยังอ้างว่าเป็นปัญหาในครอบครัวเท่านั้น ส่วนเงินที่ใช้จ้างวานทีมอุ้มฆ่ายอดตัวเลขสูงถึง 2 ล้าน 8 แสนบาท พนักงานสอบสวนมีหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินจริง แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงได้
สำหรับชนวนเหตุการณ์สังหารครั้งนี้ มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า ต้นเหตุของเรื่องนี้คือ อดีตภรรยาของนายสรวีร์ ที่ไปมีความสัมพันธ์กับผู้ตายต่อหน้าลูกสาว แล้วลูกสาวนำเรื่องนี้มาบอกแม่บ้าน แม่บ้านจึงนำเรื่องนี้ไปบอกนายสรวีร์ จากนั้นนายสรวีร์ ให้นางสาวเบญ ช่วยสืบหาว่า ผู้ชายที่มายุ่งกับอดีตภรรยาคือใคร
จากนั้นได้จ้างนักสืบเริ่มติดตามผู้ตายตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2568 ก่อนจะจัดหาทีมอุ้มเข้ามาทำงาน ซึ่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทีมอุ้มเข้าไปแอบติด GPS ที่รถซีอาร์วีของผู้ตายที่คอนโด เพื่อติดตามพฤติกรรม ก่อนจะลงมืออุ้มในวันที่ 18 กุมภาพันธ์
ส่วนอดีตภรรยาของนายสรวีร์ ตอนนี้ยังถูกกันเป็นพยาน เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงว่ารู้เห็นกับการอุ้มการครั้งนี้ ถ้าจำกันได้ เมื่อวานนี้เธอบอกกับนักข่าวว่า เรื่องคลิปยินยอมพร้อมใจถ่าย และคบกับผู้ตายได้ 7 เดือนทั้งที่รู้ว่าผู้ตายมีแฟนที่กำลังจะแต่งงานในวันที่ 7 มีนาคมนี้ เธอเชื่อว่าอดีตสามี คือ นายสรวีร์ไม่น่าเกี่ยวข้องเพราะเลิกกันไปนานแล้ว ตัวเธอเองก็ไม่รู้จักกับทีมอุ้ม
มีรายงานว่ารายละเอียดคดีทั้งหมด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมแถลงช่วงบ่ายวันนี้ (6 มี.ค.69)
รับชมผ่าน Youtube :https://youtu.be/v6hCnP7WWFE
แท็กที่เกี่ยวข้อง อุ้มฆ่า