อาชญากรรม
แฉเดือด! ร.ร.จับเด็กเข้าค่ายดัดนิสัย เจอทหารทำร้าย ไร้ครูห้าม รร.โต้ ไม่มีเหตุรุนแรงทั้งสิ้น
7 มิ.ย. 2566
344 views
#เบญจัน เดือดทวิต เมื่อนักเรียนออกมาถึงเหตุการณ์ที่โรงเรียนคลั่งกฎระเบียบ จับเด็กเข้าค่ายทหารดัดนิสัย กลับเจอทหารทำร้าย ซ้ำครูยืนดูไม่ช่วยเหลือ ด้านโรงเรียนโต้ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น
ช่วงที่ผ่านมาเกิดประเด็นร้อน #เบญจัน เดือดทวิตเตอร์ เมื่อเด็กนักเรียนต่างออกมาแฉถึงพฤติกรรมของคุณครู ที่มีการทักมายืมเงินนักเรียน, ให้คะแนนนักเรียนไม่เป็นธรรม หรือผู้บริหารโรงเรียน ที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ควร ทำให้เด็กเกิดความอับอาย รวมถึงการบังคับใช้กฎระเบียบที่เคร่งครัดเกิดกว่าเหตุ
มีการเล่าถึงเหตุการณ์ในค่ายดัดนิสัยว่า "เพื่อนคนหนึ่งยังไม่ทันได้ทำอะไร แค่มองหน้า กลับโดนทหารเดินมาชกที่อกซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมใช้คำพูดข่มขู่ว่า 'เก่งมาหรอ' บ้างโดนไม้ฟาด ขณะที่คุณครูกลับยืนมองอยู่เฉย ๆ ด้านนักเรียนก็หน้าเสียกันหลายคน แต่ก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นพูด เพราะสถานการณ์ขณะนั้นไม่มีอะไรสามารถปกป้องตัวเองได้เลย มีทหารล้อมรอบ โทรศัพท์ก็โดนยึด"
อีกความเห็นบอกว่า "เราเองก็เห็นเหตุการณ์ พอเขาทำเสร็จเขาก็บอกว่าดุเพราะหวังดี แต่นี่รู้สึกว่า ถ้าหวังดีจะไม่มีแบบนี้นะคะ อันนี้คนอยู่ในเหตุการณ์เยอะมากๆ แล้วก็มันน่ากลัวจริงๆ โรงเรียนพานักเรียนไปเจอกับอะไรมาก็ลองอ่านเอาดูค่ะ #เบญจัน"
รวมทั้งมีเรื่องราวของครูที่ทักยืมเงินนักเรียน "ครูท่านนี้ทักมายืมเงินในกลุ่มนักเรียนเราเหมือนกันค่ะ ครูท่านนี้ใช้เหตุผลแปลก ๆ ตลอดเช่น รถเสีย ลูกป่วย เติมน้ำมัน ไม่มีมารยาทสุด ๆ ค่ะ ได้ข่าวมาว่าครูท่านนี้แยกกันอยู่กับลูกเมียแล้วด้วยค่ะ อันนี้สรุปว่าเอาเงินเด็กไปทำไรคะถ้าได้ไป #เบญจัน"
มีคนมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "อันนี้ปี2021ค่ะ ทำทุกรุ่นจริงๆ ไม่เห็นทำไรเลย นอกจากเรียกไปคุย" ขณะที่ก็มีนักเรียนหลายคนที่มาเล่าว่าเคยโดนทักมายืมเงินเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีผู้สรุปเป็นเธรดไว้ว่า
"1.กฎระเบียบบางข้อที่เคร่งเกินจนน่าอึดอัด เช่น
- ไม่เปิดขายน้ำเปล่าในเวลาเรียนขายได้แค่ตอนเช้า ตอนพักและตอนเย็น
- ไม่ไหว้พระพุทธรูปหน้ารร.ครูบางท่านไม่ให้เข้ารร.
2.รองผอ.พูดจาไม่เหมาะสมกับนักเรียน ตะโกนใส่ไมค์ บอกว่าถ้ารับไม่ได้ก็ออกไปอยู่ที่อื่นที่มันมีอิสระกว่านี้ ของมันมีวัฒนธรรม และตอนเช้ามาถือโทรโข่งประจานนักเรียนถามว่าอยู่ห้องอะไรแล้วพูดใส่โทรโข่งสร้างความอับอายขายหน้า บางคนโดนจนร้องไห้ พูดจาข่มขู่กดขี่นักเรียนบางคน
- พูดกับนักเรียนว่าถ้าแทรกแถวจะตบ
-ครูสอนดนตรีท่านหนึ่งลำเอียงในการให้คะแนนนักเรียนชายและหญิงไม่เท่ากัน
-ทักมายืมเงินนักเรียนหลายครั้ง
3.บุคคลากรครูในโรงเรียนปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมแก่การเป็นครู
4.โรงอาหารบรรจุคนไม่พอแต่บังคับห้ามไปนั่งกินที่อื่น บางคนต้องนั่งกินกับพื้น
5.ห้องน้ำในโรงเรียน เหม็น และสกปรก มีกลิ่นบุหรี่ทั้งแบบตัวแบบไฟฟ้า ไม่มีการแก้ไขจริงจัง เพียงแต่บอกว่าถ้าเจอครั้งที่ 1 จะยึดและหักคะแนน เจอครั้งที่สองจะจับส่งตำรวจ แต่ไม่เห็นจะตรวจค้นแบบจริงจังหรือทำให้มันเป็นกิจลักษณะ
6.คะแนนพฤติกรรมหากไม่ถึง 60 คะแนนจะโดนส่งไปเข้าค่ายกับทหารและเสียเงิน 250 บาทโดยใช้เหตุ ซึ่งมีคนเคยโดนทำร้ายร่างกาย
7.ค่าวารสารโรงเรียน 150 บาทที่โดนบังคับจ่ายรวมกับค่าเทอมซึ่งความเห็นส่วนตัวเรามองว่าไม่เหมาะสมเพราะใช่ว่าบางคนจะต้องการมันครับ"
ล่าสุด โรงเรียนได้ออกมาโต้ประเด็นจับเด็กเข้าค่ายทหาร แล้วโดนครูฝึกทำร้าย โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ยังโรงเรียนเบญจมราชูทิศจันทบุรี ได้พบกับนายศักดิ์ระพี นกน้อย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานบุคคลของโรงเรียน ฯ พร้อมคณะครูที่ร่วมในกิจกรรม ซึ่งทางรองผอ.ของดให้สัมภาษณ์เพราะได้รายงานเรื่องทั้งหมดไปยังนายประธาน ทวีผล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตการมัธยมศึกษาจันทบุรี-ตราดแล้ว
แต่ได้ให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2566 แล้ว โดยทางโรงเรียนได้มีการนำนักเรียนที่ติด 0 ร. มส. มาทำกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้จบการศึกษาพร้อมเพื่อน ซึ่งกิจกรรมมีตั้งแต่ช่วยงานในโรงเรียน ไปจนถึงกิจกรรมเข้าค่ายนอกโรงเรียน และก่อนจะทำกิจกรรมทางโรงเรียนจะเรียกนักเรียนพร้อมผู้ปกครองมาพูดคุยและลงเอกสารร่วมกัน
ส่วนกิจกรรมฝึกในค่ายทหารนั้นได้มีการนำนักเรียนจำนวน 120 คน รวมถึงผู้ปกครองมาประชุมร่วมกันก่อนจะนำนักเรียนเข้าค่ายฯ 2 วัน 1 คืน โดยระหว่างฝึกได้แบ่งเป็นฐานคล้ายเรียนวิชาลูกเสือ มีการสอนการดำรงชีวิต ระเบียบแถว การปฐมพยาบาล ให้กับนักเรียน โดยตลอดกิจกรรมผู้ปกครองสามารถเข้ามารอพบนักเรียนหรือดูการฝึกได้ตลอดเวลา หลังเข้าทำกิจกรรมผู้ปกครองก็มารับนักเรียนตามปกติไม่มีการร้องเรียนเกิดขึ้น จนเวลาผ่านไป 3 เดือนพึ่งจะมีการนำเรื่องมาโพสในเพจ และนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดนั้นได้เรียนจบการศึกษาไปหมดแล้ว
ส่วนข้อชี้แจง ที่แจ้งต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตการมัธยมศึกษาจันทบุรี-ตราด ระบุว่า "ในการเข้าค่ายปรับพฤติกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 2-3 มี.ค.2566 เพื่อดูแลนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตามระเบียบวินัยของโรงเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางโรงเรียนได้กำหนดช่วงเวลาให้นักเรียน (1-17 ก.พ.2566) ที่มีคะแนนพฤติกรรมต่ำกว่า 60 คะแนน ได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อเพิ่มคะแนนพฤติกรรม เป็นจำนวนนักเรียน กว่า 300 คน
และเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมดังกล่าว คงเหลือนักเรียนที่มีคะแนนต่ำกว่า 60 คะแนน ประมาณ 150 คน และได้มีการจัดประชุมผู้ปกครองนักเรียนเพื่อชี้แจงรายละเอียดและขออนุญาตนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมค่ายปรับพฤติกรรม เป็นจำนวนทั้งสิ้น 120 คน จาก 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับ ม.6 ม.5 ม.4 และ ม.3
โดยทางโรงเรียนได้มีการมอบหมาย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานบุคคล ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และครูงานกิจการนักเรียน ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลการทำกิจการมอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืนซึ่งทางทางโรงเรียนได้เน้นย้ำและคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญที่สุดในการทำกิจกรรม
ดังนั้นหลังจากที่ดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้นเรียบร้อย (เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน จนถึงปัจจุบัน ไม่พบข้อร้องเรียนใด ๆ ทั้งสิ้น) และข้อมูล ณ วันที่ 6 มิ.ย.2566 นักเรียนระดับชั้น ม.3 และ ม.6 จบครบถ้วน 100% ได้รับใบ ปพ. ทุกคน ไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าศึกษาระดับ ม.4 และระดับอุดมศึกษา (เข้ามหาวิทยาลัย)"