ครูเกษียณถูกคนสนิทหลอกแก้เคล็ดให้นำเงินไปฝังดิน สูญเงินกว่า 33 ล้านบาท

สังคม

ครูเกษียณถูกคนสนิทหลอกแก้เคล็ดให้นำเงินไปฝังดิน สูญเงินกว่า 33 ล้านบาท

26 ม.ค. 2565

4.7K views

ครูเกษียณถูกคนสนิทหลอก ให้แก้เคล็ดโดยให้นำเงินไปฝังดิน เพื่อจะขายที่ดินได้ สุดท้าย สูญเงินกว่า 33 ล้านบาท ทั้งยังมีผู้เสียหายอีกกว่า 10 คน ที่ถูกผู้หญิงคนนี้หลอกยืมเงินไปสูญเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท



ที่หมู่6 ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก เป็นบ้านปูนชั้นเดียว บนเนื้อทีกว่า 10 ไร่ เป็นบ้านของครูเกษียณราชาการมีที่นาให้เช่าและรถเกี่ยวข้าวให้เช่า(ไม่ประสงค์บอกบ้านเลขที่และชื่อ นามสกุล) มีชาวบ้านรวมตัวกันกว่า 10 คน เพื่อต้องการร้องสื่อมวลชนว่าโดน นางสาวปรารถนา เชียงใหม่ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 1 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก หลอกทั้งยืมเงินและเล่นแชร์เชิดเงินจำนวนหลายล้านบาทและยังหลอกครูเกษียณราชการเพื่อซื้อ-ขายที่ดิน สูญเงินกว่า 32 ล้านบาท



จากการสอบถามครูเกษียณราชการ ได้เล่าให้ฟังว่าตนเองรู้จักกับ นางสาวปรารถนา เชียงใหม่ ชื่อเล่น กุ้ง ตั้งแต่ปี 2553 สามีของ น.ส กุ้ง ได้มาขับรถเกี่ยวข้าวให้ตนเอง ส่วน น.ส. กุ้ง ไม่ได้มีงานทำก็ได้เข้าออกบ้านตนเองเป็นประจำจนสนิทสนมกัน จนไว้วางใจ น.ส.กุ้ง จนทำงานมาจนถึงปี 2560 น.ส.กุ้งก็ได้บอกกับตนเองว่ากำลังจะไปขายที่ดินให้กับคนชื่อ คณิตตา แล้วได้ไปนั่งรอที่ ที่ดินนครนายกและบังเอิญได้ไปนั่งใกล้กับแม่ชีชื่อมาลี แล้วแม่ชีก็ได้ทักเหมือนดูดวงให้ น.ส.กุ้ง แม่นมาก จึงมาเล่าให้ตนเองฟังว่าแม่ชีมาลีดูดวงแม่นจึงให้เบอร์โทรกับตนเองลองโทรไปหาก็ดูดวงให้กับตนเองตรงมากๆ จนให้ตนเองเกิดความศรัทธา จน น.ส.กุ้ง มาบอกกับตนเองว่ามีที่ดินใกล้ๆกับที่ดินของ น.ส. กุ้ง จะขายมีจำนวน 33 แปลง 415 ไร่ จึงชวนให้ตนเองไปลงทุนร่วมกัน เพื่อซื้อไปและนำมาขายให้กับคนชื่อคณิตตา เพราะว่าคนชื่อคณิตตาจะรับซื้อที่ดินทุกแปลงเหมือนเราซื้อถูกแล้วไปขายแพง ตนเองจึงนำเงินให้กับ น.ส.กุ้ง ไปวางมัดจำที่ดินไว้ ที่ละ 200,000 ถึง300,000 บาท ตั้งแต่ ปี 2560-2564 เป็นจำนวนเงินกว่า 23 ล้านบาท


พอตนเองถามถึงโฉนดที่ดิน น.ส.กุ้ง ก็บ่ายเบี่ยงว่าโฉนดยังอยู่กับคนอื่นอยู่และที่สำคัญการซื้อที่ดินแปลงไหนที่มีราคาแพงหรือมีการซื้อ-ขายยาก น.ส.กุ้ง ก็จะให้ตนเองโทรไปปรึกษาแม่ชีมาลีว่าให้ทำอย่างไร ทางแม่ชีก็จะแนะนำตนเองว่าที่ดินแปลงไหนที่แพงหรือซื้อ-ขายยาก ให้ตนเองทำพิธีนำเงินไปฝังไว้ในพื้นดิน บริเวณบ้าน ก็จะทำให้ซื้อขายสะดวก ตนเองก็ทำตามที่แม่ชีบอก โดยนำเงินใส่ถุงและนำไปฝั่งไว้ริมรั้วบ้าน แปลงไหนที่มีราคาแพงให้ฝังเยอะหน่อย ซึ่งตั้งแต่เริ่มซื้อ-ขายที่ดินตนเองก็ฝังไปแล้วกว่า 50 ครั้ง มี 2-3 ครั้ง ที่ฝังเงินถึง 1 ล้าน บาท ส่วนครั้งอื่นๆก็ประมาณหลักแสนบาท รวมเป็นเงินที่ฝังดินกว่า 10 ล้านบาท


ซึ่งแม่ชีได้บอกกับตนเองว่าถ้าจะเอาเงินขึ้นต้องทำพิธีนำเงินขึ้นก่อน ตนเองจึงไม่กล้านำเงินขึ้นมาเอง จนช่วงปีใหม่ตนเองจำเป็นต้องใช้เงินก็บอกกับ น.ส. กุ้งให้มานำเงินขึ้นให้ที น.ส.กุ้งก็มาขุดหลุมที่ฝังเงินให้ขึ้นมา แต่ไม่ให้ตนเองแกะห่อเงินออก แต่กลับบอกให้เอาไปฝังอีกหลุมหนึ่งก่อนเพื่อเป็นการล้างหน้าเงินแล้วค่อยแกะห่อเงินออก ตนเองก็เชื่อต่อมาตนเองก็บอกให้ น.ส. กุ้งมาเปิดห่อเงินที่ฝังไว้ แต่กับติดต่อกับ น.ส. กุ้งไม่ได้เลย พอช่วงบ่ายๆของวันที่ 18 ม.ค.65ตนเองจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ปากกพลี จ.นครนายกและตำรวจก็มาดูสถานที่ฝังเงินและตำรวจจึงนำห่อเงินที่ฝังหลุมขึ้นมาแกะดูพบว่าเป็นเพียงแค่เศษกระดาษอยู่ในถุงพลาสติกไม่มีเงินอยู่ในหลุมที่ฝังเงินซักบาทเดียวและต่อมาจึงได้ทราบว่าน.ส.กุ้ง กับแม่ชีมาลี เป็นคนเดียวกัน ทาง สภ.ปากพลีจึงแจ้งกับตนเองว่าจะรีบนำตัวน.ส. กุ้งมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด



ต่อมาก็ยังมีชาวบ้านที่ถูกน.ส.กุ้ง ยืมเงินไปแล้วที่ไม่ยอมคืนเงินให้อีกหลาย 10 รายในส่วนนั้นก็มีนายชวน นุ่มนวลอายุ 78 ปี ถูก น.ส.กุ้งยืมเงินไปอีก 900,000 บาท ขอยืมไปซื้อรถเทรลเลอร์แล้วจะคืนเงินให้ภายใน 7 วันแต่พอถึงวันที่นัดแล้วก็ยังไม่นำเงินมาคืนซึ่งตนเองนั้นเดือดร้อนมากเพราะเป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตเพราะความเชื่อใจจึงให้ยืมไปและยังมีผู้เสียหายเกี่ยวกับยืมไปซื้อรถเทรลนเลอร์อีก 2 รายที่ยืมเงินไปรวม 380,000 บาท

และมีผู้เสียหายอีกกว่า 10 คนที่ถูกน.ส กุ้ง ยืมเงินไปแล้วไม่นำมาคืนอีกหลายล้านบาทจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบนำตัวน.ส. กุ้งมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด



คุณอาจสนใจ

Related News