ในประเทศ

จับโป๊ะ! สาวสวมบัตรประชาชนไทยเข้าฉีดวัคซีน covid-19

02 ธ.ค. 2564

1.4K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

พ.ต.ท.พิชัย บังเมฆ พงส.สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีหญิงสวมบัตรมาฉีดวัคซีน จึงรายงานให้พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล ผกก.สภ.ฝาง พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.พิบูลย์พันธ์ สุขุมานนท์ สว.ธุระการช่วยราชการงานสืบสวน จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ฝาง ติดตามจับกุมนางยา ไม่ทราบนามสกุล หลังมีการแจ้งความที่จังหวัดเลยใช้บัตรประชาชนสวมสิทธิ์เข้าฉีดวัคซีน astrazeneca เข็มที่ 1 ตรงกัน 2 เข็ม ในวันที่ 4 พ.ย.64 ที่ผ่านมา




หลังจากหน่วยงานในพื้นที่ได้รับแจ้งให้ตรวจสอบหลังมีการ เข้าฉีดวัคซีน astrazeneca เข็มที่ 1 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 2 เข็ม พบข้อมูลพร้อมกัน ใน 2 พื้นที่โดยที่ผู้เสียหายเข้าการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเอราวัณ จังหวัดเลย และมีชื่อและนามสกุล เดียวกันเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 astrazeneca ที่อำเภอฝาง


เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีการติดต่อไปยังผู้เสียหายตามชื่อ นามสกุล และบัตรประชาชน ทางผู้เสียหายผู้เสียหายนางเบญจวรรณ ทรายเพชร อายุ 28 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ. เอราวัณ ซึ่งผู้เสียหายข้อเท็จจริงอยู่ในพื้นที่ ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ได้เล่าให้ฟังว่าไม่เคยมาในพื้นที่อำเภอฝางและได้เข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ทางสภ.เอรวัณ เพื่อให้ประสานสภ.ฝางในการติดตาม


ทางสภ.ฝาง ได้ติดตามข้องมูลของหญิงดังกล่าว ทราบว่าทางรพ.ฝาง ได้มีการนัดผู้ที่ฉีดวัคastrazeneca ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เข็มที่ 1 ให้กลับมาฉีดวัคซีน astrazeneca เข็มที่ 2 ที่จุดฉีดวัคซีน รพ. สต. แม่งอน อ.ฝาง ในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ในช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปยังจุดฉีดวัคซีน พื้นที่ต.แม่งอน และเข้าทำการจับกุมนางยาได้ในระหว่างที่ทำการยื่นเอกสารเพื่อทำการฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ. ฝางได้นำตัวนางยามาทำการสอบสวนถึงที่มาของบัตรว่าได้มาอย่างไร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และจะได้ทำการสอบสวนสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องในการได้มาของบัตร




เบื้องต้นนางยา เล่าให้ผู้สื่อข่าวว่าว่าตนได้บัตรประชาชนชื่อของผู้เสียหายมาในปี 2560 ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาโดยก่อนหน้านี้ตนใช้พาสปอร์ตในการทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งพ่อของนางยาเป็นคนที่ติดต่อทำบัตรเสียเงินในการทำบัตรครั้งนี้ให้นางประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งตนไม่ทราบว่าทำที่ไหนและได้มาอย่างไร เพราะหลังจากทางพ่อไปทำบัตรใหม่มาให้ใช้ ก็บอกให้ทิ้งบัตรเก่าไปโดยตนไม่รู้ที่มาของการติดต่อทำบัตรที่ได้มา ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านดงปัญจะ ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หลังจากนี้ จนท.จะได้ทำการขยายติดตามขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องในการสวมบัตรต่อไป


ข่าวยอดนิยม