การเมือง

ครม.เห็นชอบ ไทย-จีนร่วมหุ้นส่วนด้านพลังงาน ภายใต้ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง

23 พ.ย. 2564

31 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ครม.เห็นชอบ ไทยร่วมเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานกับจีน ภายใต้ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ว่า ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนด้านพลังงานภายใต้ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (The Belt And Road Energy Partnership: BREP) ของสำนักงานพลังงานแห่งชาติจีน ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและช่วยเหลือประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการแก้ไขปัญหาด้านการพัฒนาพลังงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมี 30 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงาน (BREP) เช่น อัฟกานิสถาน คูเวต อิรัก ปากีสถาน เวเนซุเอลา ลาว เมียนมา เนปาล เป็นต้น พร้อมกันนี้ ครม.ได้มีมติเห็นชอบเอกสาร 2 ฉบับเกี่ยวกับการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนด้านพลังดังนี้


1.ปฏิญญาร่วมการจัดตั้งความเป็น BREP (Joint Declaration on Building the BREP) เป็นเอกสารที่แสดงเจตนารมณ์ของประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงานร่วมกันภายใต้การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของโลก เช่น การส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงาน การพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน


2.หลักการความร่วมมือและการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของหุ้นส่วน ด้านพลังงาน (Cooperation Principles and Concrete Actions of the BREP) เป็นเอกสารที่แสดงถึงแนวทางการดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างประเทศด้านพลังงาน เช่น

1)ส่งเสริมการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน

2) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

3)ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานร่วมกัน ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมความสัมพันธ์กับองค์กรระหว่างประเทศด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานทดแทน ระบบพลังงานอัจฉริยะ การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสะอาด และการพัฒนาระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์


สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนด้านพลังงานในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์และสร้างโอกาสในการพัฒนาตลาดและโครงข่ายพลังงาน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและระบบการจัดการที่หลากหลาย สามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและมีทางเลือกในการพัฒนาพลังงานโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป


นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงานของไทยและสำนักงานพลังแห่งพลังงานแห่งชาติจีน ได้ดำเนินการความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุม China-Thailand Energy working Group (CTEWG) โดยในปี 2563 ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหารือแนวทางความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกสาขาพลังงาน ได้แก่

1)สาขาปิโตรเลียม ไทยเสนอความร่วมมือกับจีนผ่าน 4 โครงการ เช่น การจัดเก็บและการขนส่งก๊าซโดยใช้เรือขนาดเล็ก การลงทุนร่วมกันในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ LNG และโรงไฟฟ้า

2) สาขาไฟฟ้า เช่น ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าร่วมกัน จัดประชุมความร่วมมือด้านพลังงานใหม่ (New Energy) และ Smart Grid

3)สาขาพลังงานทดแทน แลกเปลี่ยนความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี และส่งเสริมการลงทุนในอุปกรณ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน 

4)สาขาพลังงานนิวเคลียร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายและความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ร่วมกัน ผ่านการประชุม JCCT-PNE (Joint Commission of China – Thailand Cooperation in the Peaceful Uses of Nuclear Energy Meeting)

ข่าวยอดนิยม