การเมือง

กกต.- พรรคการเมือง เดินหน้าออกกฎหมายลูกรับ "ระบบเลือกตั้งใหม่"

22 พ.ย. 2564

27 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

ทุกพรรคการเมืองพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง หลังรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมให้เลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ มีผลบังคับใช้


ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมบรรจุกฏหมายลูก 2 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาทันทีที่รัฐบาลเสนอ หลังรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ระบบการเลือกตั้งให้ใช้บัตร 2 ใบ มีผลบังคับใช้ในวันนี้ ขณะที่ทุกพรรคการเมืองพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แม้ยังมองว่าจะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองอยู่บ้าง และต้องจับตาท่าทีของรัฐบาล จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งเมื่อครบวาระ หรือจะชิงยุบสภา เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง




พรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีชัดเจนที่พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2564 ที่มีผลบังคับใช้ในวันนี้ เพราะการใช้บัตเลือกตั้ง 2 ใบ จะมีผลดีต่อพรรคเพื่อไทย ที่พลาดไม่มีส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียวจากการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว การกลับมาเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ ที่พรรคเพื่อไทยในฐานะอดีตพรรคไทยรักไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์ชนะการเลือกตั้งแบบแลนสไลด์มาแล้ว จากรัฐธรรมนูญปี 2540




ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ แม้ความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป.ยังไม่นิ่ง แต่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งบัตร 2 ใบ พร้อมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต และพร้อมกวาดชัยชนะหวังเป็นแกนนำรัฐบาล




ส่วนพรรคก้าวไกล ที่ต่างถูกมองว่าเสียเปรียบจากระบบบัตร 2 ใบ ก็พร้อมลงสนามเลือกตั้งตามกติกาใหม่ โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า พรรคก้าวไกล อาจมีข้อเสนอที่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทยในการเสนอกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้ง 2 ฉบับเพราะต้องใช้เวลาเกือบ 4 เดือนป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง




ส่วนพรรคการเมืองน้องใหม่อย่างพรรคไทยสร้างไทย กลับมองว่า การเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จะดีกับพรรคการเมืองที่มุ่งเสนอนโยบาย และในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคไทยสร้างไทยมีความพร้อม ก้าวมาเป็นพรรคใหญ่ 1 ใน 3 จึงพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มที่


สาระสำคัญที่ให้เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาเป็นการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ ในการเลือก ส.ส.เขต 400 เขต และ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวม ส.ส.500 คน ทำให้ทุกพรรคการเมืองออกมาประกาศความพร้อมไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ที่หากนายกรัฐมนตรีไม่ยุบสภา หรือ ลาออก การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในต้นปี 2566 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า กระบวนการนับจากนี้ รัฐบาลจะต้องเสนอกฏหมายลูกทั้ง 2 ฉบับคาดว่าอาจจะภายในเดือนธันวาคม รัฐสภาก็จะสามารถบรรจุได้เพื่อให้การประกาศใช้กฏหมายครบถ้วน เว้นแต่จะมีอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น การยุบสภา อาจทำให้เกิดปัญหาได้


ทั้งนี้ตามมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ยังกำหนดจำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัดพึงมี และการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ ให้ได้ ส.ส.เขต 400 คน และการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในมาตรา 91 จะนำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ได้รับเลือกของแต่ละการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวม และผู้ได้รับเลือกตั้งจะเป็นไปตามลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งหลักเกณฑ์ต่างๆจะถูกกำหนดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และต้องตราให้แล้วเสร็จเพื่อบังคับใช้ในการเลือกตั้งทั้วไปครั้งแรกภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้


นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทย ยังเตรียมยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังการแก้ไขรายมาตราเรื่องระบบเลือกตั้งสามารถทำได้ โดยจะใช้เวลายกร่างประมาณ 2 สัปดาห์ พิจารณาเสนอผ่าน 2 ช่องทาง คือคณะรัฐมนตรี ผ่าน ส.ส.และการเข้าชื่อประชาชน 5 หมื่นชื่อ


ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็เตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติกับรัฐบาล คาดว่าในต้นปีหน้า ปี่กลองการเลือกตั้ง จึงเริ่มคึกคักนับจากนี้

ข่าวยอดนิยม