สังคมออนไลน์

พนง.แอร์โรว์ร่ำไห้ลูก 2 ขวบเป็นไข้สูงถูกปฏิเสธการรักษา รพ.เปิดหลักฐาน ยันไม่เจอเคสนี้

22 ก.ค. 2564

418 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

เพจดังโพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจ แม่กอดลูกร้องไห้หน้าโรงพยาบาล ขอให้รับรักษาลูกวัย 2 ขวบมีไข้สูง แต่โรงพยาบาลไม่รับ อ้างแม่ติดโควิด


เพจที่นี่แปดริ้ว โพสต์ข้อความ แปดริ้วเราเป็นแบบนี้แล้วหรอ แม่กอดลูกร้องไห้หน้าโรงพยาบาล วอนขอให้ช่วยรักษาลูกแต่ถูกปฏิเสธ รปภ.คุมเชิงเข้ม เหตุเกิดช่วง 3 ทุ่มวานนี้ แม่อุ้มลูกวัย 2 ขวบ ป่วยไข้ขึ้นสูง 39 องศา ไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขตนอกเมืองฝั่ง พล.11 แต่โรงพยาบาลปฏิเสธไม่รับเด็ก (อ้างว่าแม่เด็กติดโควิด) ทั้งที่เด็กจะช็อกอยู่แล้ว ซึ่งอันตรายมาก เลยต้องย้ายเด็กมาโรงพยาบาลบางคล้า ขอบคุณโรงพยาบาลบางคล้าที่รับเด็ก แต่ทั้งนี้ต้องรอฟังเหตุผลของโรงพยาบาลแรกที่ไม่รับ


ผู้สื่อข่าวไปพบกับพ่อเด็ก อายุ 39 ปี พ่อเด็ก เผยว่า เมื่อวานนี้ลูกสาวกับลูกชายมีไข้ขึ้นสูง จึงพาลูกไปหาหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งได้บอกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปตามความจริงว่า ภรรยาอายุ 40 ปี ทำงานที่โรงงานไทยแอร์โรว์ ที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด19 จึงเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้ตรวจหาเชื้อแล้วอยู่ระหว่างรอผล คนรับเรื่องจึงโทรศัพท์ไปสอบถาม ผอ.โรงพยาบาล ก่อนจะมาบอกภรรยาว่า ให้กลับบ้าน เพราะคนที่มีความเสี่ยงสูง ให้กักตัว ไม่ให้ออกจากบ้าน และให้แจ้ง อสม.หากมีการเจ็บป่วย จะมีหมอเข้าไปจัดการ


หลังจากนั้นตนจึงกลับบ้าน ทีแรกคิดว่าจะพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางคล้า แต่ก็กลัวว่า จะเจอเหตุการณ์แบบเดิมอีก และลูกไข้ลดแล้วจึงกลับบ้าน จากนั้นได้โทรไปสอบถามที่โรงพยาบาลบางคล้า เจ้าหน้าที่บอกว่า ทำไมไม่มาเขารับ หากมีไข้จะจับตรวจโควิดก่อนเลย ตอนนี้ลูกชายยังมีไข้ต้องเช็ดตัวอยู่ แต่ก็ดีขึ้นแล้ว โดยเช้าวันนี้ ตนได้พาลูกสาวมาตรวจโควิดก่อน เพราะไม่รู้ว่าที่ภรรยาเป็นกลุ่มเสี่ยง จะทำให้คนใกล้ชิดติดเชื้อด้วยหรือไม่


ล่าสุด ทางโรงพยาบาลบางคล้า ติดต่อให้พ่อเด็กพาลูกสาวและลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาล บ่ายโมงวันนี้ เพื่อรักษาอาการป่วย ขณะที่แม่เด็ก ซึ่งเป็นพนักงานพนักงานโรงงานไทยแอร์โรว์ เจ้าหน้าที่นัดให้ไปตรวจหาเชื้อโควิด ที่โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏ ตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า บ่ายโมงนี้เช่นกัน


ล่าสุดเพจโรงพยาบาลที่ถูกระบุแห่งแรก โพสต์กล้องวงจรปิดพร้อมชี้แจงว่า จากโพสต์ของเพจดัง ทำให้มีประชาชนส่งข้อความมาตำหนิเป็นจำนวนมาก ที่โรงพยาบาลไม่มีผู้ใดมากอดกันร้องไห้หน้าโรงพยาบาล ต่อหน้า รปภ. ตามที่เพจดังระบุ ไม่ว่าจะวันเวลาใดก็ตาม ซึ่งมีหลักฐานจากภาพในกล้องวงจรปิด อยากให้เพจดังกล่าวแก้ไขสิ่งที่ทำให้โรงพยาบาลเสื่อมเสียด้วย

ข่าวยอดนิยม