การเมือง

เปิดใจ 'ธรรมนัส' หลังผงาดนั่งเลขาฯ พปชร. มั่นใจนำพรรคชนะเลือกตั้งครั้งหน้า

18 มิ.ย. 2564

53 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

เป็นไปตามความคาดหมายสำหรับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ของพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับเลือกเป็น เลขาธิการพรรค ประกาศพร้อมสร้างพรรคเป็นสถาบันการเมืองที่เชื่อมั่นว่าจะชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ติดตามเบื้องหลังการยึดอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐ


ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประกาศหลังได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญทั้งการบริหารภายในพรรคและเตรียมการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจแต่เป็นสถานบันการเมืองที่เข้มแข็ง ตามนโยบายของพลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่เชื่อมั่นว่านับจากนี้จะมีความเป็นเอกภาพภายในพรรค และมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลได้อีกแน่นอน


สำหรับการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีขึ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 แต่ไร้เงา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มาร่วมประชุม เพื่อเปิดทางให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจการจัดการภายในพรรคจาก นายอนุชา นาคาศัย จากกลุ่มสามมิตร มาเป็นกลุ่มของร้อยเอกธรรมนัส ตามข้อเสนอในที่ประชุมพรรค ซึ่ง พลเอกประวิตร ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อให้เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งพลเอกประวิตร ได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยคะแนนเสียง 582 เสียง บัตรเสีย 12 เสียงส่วนร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคด้วยคะแนน 556 เสีย บัตรเสีย 14 เสียง ไม่ลงคะแนน 23 เสียง


ซึ่งกลุ่มสามมิตร ได้เสนอชื่อนายอนุชา นาคาศัย อดีตเลขาธิการพรรคด้วย แต่นายอนุชา ได้ขอถอนตัว โดยระบุว่า ได้ทำงานมากว่า 1 ปีแล้ว จึงอยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำหน้าที่บ้าง และนายอนุชา ยืนยันด้วยว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง พร้อมทำงานร่วมกับทุกคน


สำหรับเบื้องหลังการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้หลังมีการจับมือกันของกลุ่มร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เหนียวแน่นกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งต้องการเข้ามามีบทบาทในพรรค แทนกลุ่มสามมิตร ที่มีนายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค และผลักดันได้สำเร็จในวันนี้ ส่วนรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 4 คนที่ได้รับการเลือกใหม่ มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ถือเป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่ม


ส่วนกรรมการบริหารพรรค 22 คน มีการเปลี่ยนแปลงจากกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า และจัดสัดส่วนตามกลุ่มภาคต่างๆ ซึ่งยังมีแกนนำกลุ่มสามมิตรทุกคน และกลุ่มชลบุรี ทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น และนายอิทธิพล คุณปลื้ม ถูกลดบทบาทมาเป็นเพียงกรรมการบริหารพรรค และมีตัวแทน ส.ส.ในแต่ละภาค เช่นนายสุพล ฟองงาม จากภาคอีสาน และนายสัมพันธุ์ มะยูโซะ จากภาคใต้


แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบางคนหายไป เช่น กลุ่มกรุงเทพมหานคร สายของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุญณกัณฑ์ ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่นายพุทธิพงษ์ ยังเป็นสมาชิกพรรค ส่วนนายณัฐพล หลังลาออกจากส.ส.ก็เตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐในสัปดาห์หน้า รวมทั้งไม่มีชื่อของนายสกลธี ภัทธิยกุล เป็นกรรมการบริหารพรรค ในส่วนกรุงเทพมาหนคร มีนายจักรพันธุ์ พรนิมิตร มาแทน และไม่มีกลุ่มดาวฤกษ์ ที่มีนางสาว วทันยา วงษ์โอภาสี เป็นกรรมการบริหารพรรค


สะท้อนว่า ทิศทางการทำงานของพรรคพลังประชารัฐนับจากนี้ ยังเหลือกลุ่มใดบ้าง ที่มีบทบาท โดยมีรายงานว่า พลเอกประวิตร ต้องการเห็นความมีเอกภาพ ที่ให้มีเพียง กลุ่มประวิตร เท่านั้น และนับจากนี้จะเป็นเหมือนการร่อนให้เหลือเฉพาะคนที่ต้องการร่วมแนวทางเดียวกับพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น พร้อมกับ พลังดูด ที่ร้อยเอกธรรมนัส เคยมีบทบาทสำคัญ อยู่เบื้องหลังในการดึงและดูด ส.ส.เข้าพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งที่ผ่านมา นับจากนี้จึงต้องจับตาการทำหน้าที่ของร้อยเอกธรรมนัส ที่แน่นอนว่าต้องฝ่าฟันกระแสสังคมที่ยังตั้งคำถามทางจริยธรรมทางการเมือง กับฉายารัฐมนตรีแป้ง แต่พรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาแล้ว เพราะกรณีปัญหาคดียาเสพติดในออสเตรเลีย

ข่าวยอดนิยม