ในประเทศ

ไฟไหม้ สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเมืองกาญจน์ วอด 3 ห้อง

05 พ.ค. 2564

189 view

ข่าว 3 ยามเช้า

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 04.30 - 05.30 น.

กาญจนบุรี-เกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท คาดสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร


เมื่อเวลา 22.15 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จึงได้ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลปากแพรก เทศบาลตำบลท่ามะขามและเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิง


ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสองชั้นแบบครึ่งปูน ครึ่งไม้ ต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณห้องทำงานของศึกษานิเทศน์ จำนวน 3 ห้อง ที่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำจากด้านล่าง เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้างไปสร้างความเสียหายยังห้องอื่น รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ปีนหลังคาขึ้นไปฉีดน้ำควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากห้องทำงานดังกล่าวเป็นห้องที่สร้างจากไม้เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีกระดาษเอกสารข้อมูลจำนวนมากเก็บรักษาอยู่ภายใน จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง


เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ก็ยังคงต้องฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟเกิดลุกไหม้ขึ้นอีก เนื่องจากอาคารหลังดังกล่าว มีอายุเก่าแก่กว่า 30 ปี อีกทั้งยังมีกระดาษเอกสารต่าง ๆ เก็บรักษาเอาไว้อยู่เป็นจำนวนมาก หากเกิดเปลวเพลิงปะทุขึ้นอีก อาจจะลุกลามอย่างรวดเร็วจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้


จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เพลิงไหม้ในครั้งนี้ สร้างความเสียหายให้กับห้องทำงานของศึกษานิเทศน์ และห้องเก็บเอกสาร รวม 3 ห้อง มูลค่าความเสียหายไม่น่าจะต่ำกว่าห้าแสนบาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่


แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า กระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากช่วงเกิดเหตุ ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ ประกอบกับอาคารดังกล่าว มีอายุกว่า 30 ปี สายไฟที่อยู่ในอาคารจึงอาจชำรุดเสียหาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ขึ้น อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/AhThuDiBZWM


ข่าวยอดนิยม