อาชญากรรม

สุดเศร้า! 2 แม่ลูก เหยื่อไฟไหม้รถทัวร์ เสียชีวิตเพิ่มอีก หลังตั้งใจกลับไปฉลองวันเกิดลูก

14 เม.ย. 2564

967 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ขอนแก่น - จากกรณีรถทัวร์โดยสารของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด รับผู้โดยสารมาเต็มคันรถรวมพนักงานของรถจำนวน 33 คน โดยมีจุดหมายปลายทางที่ กทม. แต่เกิดเหตุการณ์ล้อรถด้านหลังฝั่งขวาระเบิด จนเกิดประกายไฟลุกไหม้รถวอดทั้งคัน ในพื้นที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกวันที่ 13 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตคาซากรถ 5 คน ได้รับบาดเจ็บ 12 คน และหนีออกมาได้ 16 คน รวมทั้งหมด 33 คน


ขณะที่พนักงานขับรถหลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดซึ่งร่างกายปกติ พร้อมทั้งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแฮด ทำการสอบปากคำในวันนี้เสร็จก็แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” โดยเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 1 ราย คือ นางสาวสุกัญญา เกดหอม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 14 ต.เมืองเพียง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งพี่ชายของผู้เสียชีวิตรายนี้อยู่ระหว่างการติดต่อขอรับศพประกอบพิธีตามศาสนา ขณะที่การตรวจสอบหาสาเหตุขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง


เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากล้อหลังขวาระเบิดจนเกิดประกายไฟไหม้บริเวณด้านหลัง และบริเวณด้านหลังมีรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกมาด้วย 1 คัน ถังน้ำมันซึ่งมีน้ำมันเบนซินอยู่ภายในเกิดความร้อนจนระเบิดขึ้นทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ในส่วนของแก๊สNGVนั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ที่รุนแรงจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจาก แก๊ส NGV นั้น ตามปกติแล้วถังแก๊ส NGV หากเกิดความร้อนจะมีระบบปล่อยแก๊สออกมาอัตโนมัติและลอยขึ้นสู่ด้านบนเนื่องจากเป็นแก๊สที่มีน้ำหนักเบาสามารถลอยฟุ้งขึ้นบนอากาศได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นจะต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งจึงจะสามารถสรุปสาเหตุได้ ซึ่งเป็นเพียงการสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น


ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 13 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานมาจาก นาย วรพงษ์ เสริมทรง อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือ น.ส.ปรางค์ทอง กาล้อม อายุ 24 ปี และยังเป็นลุงเขยของเด็กหญิง ปวรรัตน์ กาล้อม อายุ 6 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน และในวันที่ 13 เม.ย.2564 ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 6 ขวบของเด็กหญิงปวรรัตน์พอดีอีกด้วย


โดยนาย วรพงษ์ เสริมทรง พี่เขยผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนเองและภรรยาคือ น.ส.ยุพาวรรณ กาล้อม อายุ 26 ปี พี่สาวคนตาย เดินทางไปรับ 2 แม่ลูกจาก อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งทั้งคู่มีบ้านพักและทำงานอยู่ที่นั่น ส่วนสามีก็อยู่ใน อ.พิมายเช่นกัน แต่เลิกราและแยกกันอยู่ แต่จะรับลูกไปหาพ่อบ้าง โดยได้ไปรับทั้งคู่กลับมาเที่ยวเล่น และพบปะกับครอบครัวที่บ้านเกิด คือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี กระทั่งในวันที่ 12 เม.ย.2564 ทั้งคู่ต้องเดินทางกลับไปหาอดีตสามีที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อจะร่วมกันจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้กับ เด็กหญิงปวรรัตน์ ซึ่งจะอายุครบ 6 ขวบในวันที่ 13 เม.ย.2564 ตนเองจึงโทรซื้อตั๋วรถของบริษัท 407พัฒนา ไปลงที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีรถเพียงเที่ยวเดียวในช่วงเย็นวันที่ 12 โดยตนเองและภรรยาได้ขับรถไปส่งที่ บขส.อุดรธานี


พอทั้งคู่ลงจากรถก็เดินขึ้นรถทัวร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรมาก บอกเพียงว่าถ้าถึงแล้วจะโทรหา ซึ่งตอนนั้นตนเองไม่ทราบว่าน้องนั่งอยู่ตรงไหน แต่หลังเกิดเหตุเช็คไปที่บริษัททราบว่าน้องนั่งอยู่ที่ชั้น 2 บริเวณด้านหลังของรถกับลูกสาวแต่ไม่ทราบว่านั่งฝั่งซ้ายหรือขวา พอรถออกเดินทางผ่านไปสักพักน้องโทรมาบอกว่าลืมสายชาร์จเอาไว้ที่รถของตนเอง ให้เก็บเอาไว้ให้ด้วย แล้วก็เงียบหายไปจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยภรรยาทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะมีการเผยแพร่ข่าวทั้งในสื่อหลักและโซเชียล และเห็นว่าเป็นรถของบริษัท 407พัฒนาอีกทั้งยังระบุว่าเสียชีวิตอยู่ช่วงด้านหลังรถชั้น 2 จึงรีบโทรหาผู้ตายแต่ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่จะพากันไปติดต่อเพื่อขอรับศพมาประกอบพิธีทางศาสนาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์


ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาติดต่ออีกครั้งเพื่อตรวจดีเอ็นเอในวันเปิดทำการคือวันที่ 19 เม.ย.2564 ทำให้ตอนนี้ทุกคนรู้สึกกังวลใจร้อนทำอะไรไม่ถูก อยากจะรับศพทั้งคู่กลับมาประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งตอนนี้อดีตสามีของผู้ตายพ่อของเด็กหญิงปวรรัตน์ได้เดินทางมาที่ขอนแก่นเพื่อจะขอตรวจดีเอ็นเอแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจได้ตามที่ใจต้องการ ตอนนี้พากันอยู่ที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น และในวันพรุ่งนี้จะโทรไปสอบถามกับทางตำรวจอีกครั้งว่าทำไมต้องรอนานขนาดนั้น อยากจะขอตรวจดีเอ็นเอพรุ่งนี้เพื่อรับศพกลับมาจะได้หรือไม่ เพราะในวันที่ 19 ทุกคนก็ต้องกลับไปทำงานเพราะลางานต่อจากวันหยุดยาวไม่ได้แล้ว จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะพากันเริ่มต้นจากตรงไหนหรือว่าต้องทำอย่างไรจึงจะรับศพกลับได้ในวันนี้ 14 เม.ย.


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fscYPhzc98Q


ข่าวยอดนิยม