การเมือง

ตร.ขอโทษสื่อ ยิงกระสุนยางพลาดถูกใส่นักข่าว - 'บิ๊กตู่' บอกนักข่าวยืนแต่ฝั่งผู้ชุมนุม เลยถูกยิงใส่

23 มี.ค. 2564

270 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

วานนี้ (22 มี.ค. 64) พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปการดำเนินการรับมือการชุมนุม เมื่อวันเสาร์ ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา


โดยพลตำรวจตรีปิยะ ระบุถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการบังคับใช้กฏหมาย ที่สะพานวันชาติ และแยกคอกวัว ต่อเนื่องเข้าบริเวณถนนข้าวสาร มีผู้ชุมนุมหลบหนีไปในซอยแยกคอกวัว และมีนักข่าววิ่งติดตามไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่ตำรวจจะมีการแจ้งว่าจะมีการใช้ยุทธวิธีใช้กระสุนยาง เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนในความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่


ทำให้ผู้สื่อข่าว ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวถูกลูกหลงจากการหลบหลังแนววิถีกระสุนยางแต่พลาดถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจกับผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่ยืนยันว่าการปฎิบัติการดังกล่าวมีการให้สัญญาณด้วยการตะโกนบอกก่อนดำเนินการยิงกระสุนยางซึ่งผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวก็ทราบและรับรู้ถึงสัญญาณจึงมีการก้มหลบ


สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าการปฎิบัติการใช้กระสุนยางของทางเจ้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนในทุกครั้ง เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่จะต้องยิงกระสุนยางเข้าที่สวนหนาของร่างกายบริเวณลำตัวหรือช่วงขาของผู้ที่มีท่าทีรุนแรงหรือจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อเป็นการหยุดการกระทำดังกล่าว ซึ่งจากความผิดพลาดดังกล่าวทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะนำไปเป็นบทเรียนในการวางแผนการปฎิบัติงาน ในครั้งต่อไปให้มีความรัดกุมมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในภาคสนามรวมถึงประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


ทีมข่าวช่อง 3 ติดต่อ สอบถามไปที่ นางสาวพนิตนาฏ พรหมบังเกิด ผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงเกิดเหตุก่อนจะถูกยิง ขณะนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณ แยกถนนข้าวสาร ขณะนั้นยอมรับว่ามีผู้ชุมนุมรายหนึ่งที่ขว้างปาขวดใส่ตำรวจที่อยู่บริเวณแยกคอกวัว และพยายามจะวิ่งหลบเข้ามาที่กลุ่มสื่อมวลชนและประชาชนที่อยู่บริเวณแยกถนนข้าวสาร แต่ประชาชนในพื้นที่ได้ข่วยกันไล่ชายคนดังกล่าวออกไปทำให้ชายคนดังกล่าววิ่งหลบหนีออกไปจากพื้นที่ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ตนเองยืนสังเกตุการณ์อยู่


ซึ่งในเวลาต่อมาตำรวจที่อยู่บริเวณแยกคอกวัว ก็ได้หันมาและเริ่มยิงกระสุนยางใส่ โดยที่ไม่ได้มีการให้สัญญาณ หรือแจ้งเตือนก่อน และตนเองยืนยันได้ว่าขณะถูกยิงตนเองยังคงยืนอยู่ไม่ได้ก้มหลบลงตามที่ทางตำรวจให้ข้อมูล เพราะไม่รู้ว่าตำรวจจะยิงใส่กลุ่มตนเอง เพราะในกลุ่มมีเพียงสื่อมวลชน และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม จึงไม่ทราบว่าเหตุใดรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงออกมาให้ข้อมูลแบบนี้ เพราะไม่เคยได้เข้ามาพูดคุย หรือเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงจากตนเองแม้แต่ครั้งเดียว


ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังแสดงความเป็นห่วงย้ำสื่อ ให้ระมัดระวังตัว เพราะสื่ออยู่แต่ฝั่งผู้ชุมนุม แล้วถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันนี้ได้ให้ตำรวจถ่ายฝั่งผู้ชุมนุม เพื่อให้เห็นว่าสื่ออยู่ในจุดเสี่ยง ส่วนที่สื่ออ้างว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะต้องทำข่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สื่อรู้อยู่แล้ว เมื่อตำรวจเริ่มที่จะปรับแนว สื่อควรจะออกไปอยู่ด้านข้าง แต่สื่อกลับอยู่ฝั่งผู้ชุมนุม ซึ่งตรงข้ามกับตำรวจ และได้ประกาศก่อนปฎิบัติว่าจำเป็นต้องให้เกิดความสงบ


พร้อมบอกว่า สื่อไม่เห็นหรือว่าก่อนที่จะปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำอะไรบ้าง ไม่เห็นหรือไง ถ้าไม่มีอะไรตำรวจไม่ทำก่อน ถ้าไม่มีความรุนแรง จะเคลื่อนกำลังไปหาผู้ชุมนุมหรือไม่ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมส่อเจตนาให้เกิดเหตุบานปลาย เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งล่วงหน้าอยู่แล้ว สื่อก็ต้องหลบออกมา หรือ จะปล่อยให้ผู้ชุมนุมกระจายไปทั่ว เพราะทุกประเทศก็ใช้วิธีนี้ควบคุมพื้นที่ เพื่อให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด


ถ้ารัฐบาลไม่ทำก็จะถูกร้องเรียนจากประชาชน ว่าไม่ดูแล การใช้ความรุนแรงเจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าไม่ถูกต้องพร้อมตำหนิสื่อ ว่าถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ลงหน้าหนึ่ง มันดีกับประเทศหรือไม่ อยากถามหาความรับผิดชอบจากสื่อ รวมถึงการสร้างการรับรู้กับต่างชาติ ไม่ให้เกิดความเข้าใจที่ผิด ทำไมถึงไม่มีรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้าย ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น หรือ รับกับเรื่องแบบนี้ได้ พร้อมถามย้ำกับสื่อว่า รับได้ใช่หรือไม่ และอยากถามกลับว่าตำรวจทำอะไรรุนแรงหรือไม่


ทั้งนี้จากเหตุการณ์การปะทะ กันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กับ ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 20 ราย แบ่งเป็น ผู้ใหญ่ 16 ราย เยาวชน 4 รายซึ่งในส่วนของผู้ใหญ่ มีการดำเนินการส่งฝากขังที่ศาลอาญารัชดาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเยาวชนทั้ง 4 ราย มีการสอบสหวิชาชีพ และคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง


ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวไปในวงเงิน 20,000 บาท ส่วนอีก 16 คนที่เหลือ สน.ชนะสงคราม ได้มีการยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล โดยเป็นชาย 15 คน ผู้หญิง 1 คน โดยศาลได้รับคำร้องฝากขังแล้ว แต่ต่อร้องผู้ต้องหาได้ยืนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และศาลอนุญาตโดยใช้หลักทรพย์ 35,000 บาท


นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 23 มี.ค.64 ที่ สน.ห้วยขวา หลังจากโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูล กรณีตำรวจจับกุม นายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 14/2564 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 ฐานความผิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ เข้ามาสอบปากคำที่ สน.ห้วยขวาง จากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่าน


ขณะที่พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ประชาชน และผู้สื่อข่าว ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน จากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/amI8AELkEw8

ข่าวยอดนิยม