อาชญากรรม

ญาติเอาผิด รพ.เอกชน ถ่วงเวลารักษารอเงินมัดจำ ทำ 'วาวา' เสียชีวิต เปิดผลชันสูตรพบ 4 สารเสพติด

03 มี.ค. 2564

161 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

กรณี พริตตี้สาว วาวา เสียชีวิตปริศนาหลังจากรับงานเอนเตอร์เทนที่บ้านหรูหลังหนึ่งย่านพหลโยธิน ก่อนจะถูกคนในบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


ล่าสุด วานนี้ (2 มี.ค.) ทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมมารดาของพริตตี้สาว นำหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล พร้อมคลิปวิดีโอที่พริตตี้สาวนอนรอการรักษาอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรณีที่ โรงพยาบาลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน (UCEP)


โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า กรณีนี้ผู้ตายเข้าข่ายเป็นคนไข้ที่มีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ซึ่งคนไข้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที ไม่ต้องมีการวางเงินมัดจำหรือทำประวัติใดๆ แต่ทางโรงพยาบาลกลับบังคับให้วางเงินมัดจำ


จากเอกสารหลักฐานการส่งตัวผู้ป่วย พบว่า กลุ่มบ้านปาร์ตี้ได้นำตัว น.ส.วาวา ส่งโรงพยาบาลดังกล่าว เวลา 06.29 น. จากนั้นก็กลับไป โดยที่ยังไม่มีผู้วางเงิน ทางรพ.จึงได้ใช้นิ้วมือของคนไข้ สแกนเพื่อเปิดโทรศัพท์ และโทรไลน์แจ้งญาติ


ต่อมาเวลา 07.09 น. นายเก่ง ฤทธิเดช กลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อจ่ายเงินมัดจำค่ารักษา 15,000 บาท หลังจากจ่ายเงินแล้วทางโรงพยาบาลก็ยังไม่ได้นำตัวคนไข้เข้าไปในห้องไอซียู ยังคงมีการพูดคุยกันอยู่ประมาณ 10 นาที ซึ่งคลิประหว่างรอการรักษาคนไข้ยังรู้สึกตัวขยับมือได้


จากนั้น  มีการลงรายละเอียดว่าเริ่มทำการรักษา 07.18 น. พร้อมเรียกเงินอีก 40,000 กว่าบาท แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลา 08.15 น. ซึ่งตอนที่นำศพขึ้นรถแล้ว เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ยังวิ่งมาเรียกเก็บเงินค่าชุดที่ใส่อีก 500 บาท แถมยังมีใบเสร็จเก็บค่าอาหารอีก 400 บาท ซึ่งผู้ป่วยอยู่ในภาวะหมดสติ ไม่สามารถรับประทานอาหารได้


ซึ่งเห็นว่าโรงพยาบาลไม่ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน (UCEP) ไม่คำนึงถึงผู้สูญเสีย แต่สนใจเงินเป็นตัวตั้ง หากไม่มีเงินก็ไม่ทำการรักษา ใช้เวลาบังคับจ่ายเงินกว่า 50 นาทีถึงให้การรักษา ทั้งๆ ที่หากรักษาเร็วคงไม่เสียชีวิตโดยจำนวนเงินทั้งหมดที่ทางโรงพยาบาลเรียกเก็บ จะต้องคืนให้แก่คนไข้ทั้งหมดตามกฎหมายการรักษาที่ใช้สิทธิUCEP ซึ่งเป็นสิทธิการรักษาฟรี


ส่วนเรื่องผลการชันสูตร พบสารเสพติด 4 ชนิด ได้แก่ ยาอี เคตามีน ยาบ้า และสารชนิดหนึ่งคล้ายยานอนหลับ หลังจากนี้ต้องรอการตรวจพิสูจน์กับกลุ่มพริตตี้ที่เกี่ยวข้องว่ามีสารเสพติดชนิดใดบ้าง เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวเจ้าของบ้าน จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่า ภายในร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่มีแอลกอฮอล์ สันนิษฐานว่าเป็นการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำเปล่า ซึ่งเป็นลักษณะของการใช้ยาผสม ไม่ใช่การดมโดยตรง


ปัญหาในตอนนี้ คือภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่เกิดเหตุถูกลบและมีการทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ เมื่อทำเช่นนี้จึงทำให้เห็นถึงพฤติกรรมการปกปิดซ่อนเร้นที่ชัดเจน ทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ในวันนั้นผู้ตายถูกมอมหรือมีการใส่สารอะไรในเครื่องดื่มหรือไม่ ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่น่าสงสัยและต้องรอการตรวจสอบ


ขณะที่แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ใจสลายตั้งแต่รู้ว่าลูกสาวเสียชีวิต ยิ่งมารู้ว่าโรงพยาบาลประวิงเวลาในการรักษานานถึง 50 นาที เพื่อรอให้วางเงินมัดจำก่อน ยิ่งรู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก จึงอยากมาร้องขอความเป็นธรรม พร้อมยืนยันจะยังไม่ยอมเผาศพลูกจนกว่าคดีความจะสิ้นสุด


ปกติวาวาจะรับงานจากโมเดลลิ่งที่เชื่อใจได้ ซึ่งกรณีนี้เป็นโมเดลลิ่งที่รู้จักกัน เคยไปทำบุญ ปฏิบัติธรรมร่วมกันจึงตัดสินใจรับงาน ทุกครั้งที่รับงานแม่และเพื่อนๆ จะรู้ว่าวาวาสามารถดูแลตัวเองได้ มีการเซฟตัวเองตลอด ส่วนเรื่องยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดยืนยันว่าไม่มีแน่นอน


ล่าสุดได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของวาวาแต่ยังไม่ได้พูดคุยกับทางโมเดลลิ่งและคู่กรณี เพราะตนมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของทนายและเจ้าหน้าที่ในการจัดการ ส่วนเรื่องผลการชันสูตรที่ออกมา ตนมองว่าผิดปกติ เพราะวาวาเป็นคนที่แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว แต่ผลการชันสูตรระบุว่าหัวใจล้มเหลว ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะการตรวจพบสารต่าง ๆ ในร่างกายถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะวาวาไม่ได้เสพสารเสพติดแน่นอน


แม่ผู้ตายพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตั้งแต่ทราบข่าว ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ เหมือนคนหัวใจสลาย ที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้คือ อยู่ด้วยการตั้งสติ เพราะยังมีลูกชายอีกหนึ่งคนที่ต้องดูแล ถ้าตนเป็นอะไรไปอีกคน ลูกชายจะอยู่อย่างไร ตนต้องยืนด้วยตนเองให้ได้ และยังเชื่อว่าวาวาไม่ได้จากไปไหน ยังอยู่กับทุกคน และอยากบอกวาวาว่า“ลูกทำงานเหนื่อยมามาก ถึงเวลาได้พักผ่อนยาว ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องห่วงแม่ ไม่ต้องห่วงน้อง วาวาอยู่กับแม่ อยู่กับเพื่อนอยู่กับทุกคน ไม่ได้จากไปไหน เพียงแต่ว่าไม่ได้มาให้เห็นเท่านั้นเอง”



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eQHl42rOfT0


ข่าวยอดนิยม