บันเทิง

ฉะกลางโซเชียล 'ณวัฒน์ - แอน JKN'ความสัมพันธ์หลายปี ขาดสะบั้นแทบไม่เหลือแม้ความเป็นเพื่อน

09 ก.พ. 2564

629 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ประเด็นเดือดในโลกโซเชียลเมื่อวานนี้ กับการเปิดศึกระหว่างแอน JKN กับ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล โดยเรื่องนี้เริ่มต้นหลังจากที่แอน จักรพงษ์ หรือ แอน JKN ไปออกรายการแฉ และได้มีการพูดถึงเรื่องเซ็กส์บนเตียงและได้พาดพิงไปถึงนางงามเวทีดังในรายการ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม หลังจากนั้นแอน ได้ออก Live ขอโทษทันที


โดยหนึ่งคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึง แอน ก็คือ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คบอกว่า "ผมสนับสนุนสิทธิและความเท่าเทียมกันไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม แต่เห็นผู้หญิงข้ามเพศที่พยายามปั้นตัวเองว่าทั้งสวยและรวยมาก มานั่งให้สัมภาษณ์ นั่งแฉเรื่องส่วนตัวและบูลลี่คนอื่นโดยใช้คำหยาบคาย โอ้อวดพฤติกรรมในเรื่องแฟนบลาๆๆ โดยที่บุคคลที่ถูกพาดพิงไม่มีสิทธิ์โต้แย้งเ ข้าข่ายหมิ่นประมาทได้เต็มๆ

คนนี้พยายามรณรงค์เปลี่ยนคำนำหน้าให้เป็นนางสาว ผมว่าผู้หญิงทั้งประเทศเค้าคงไม่อยากให้ใช้เพราะผู้หญิงทั่วไปเค้าไม่ทำนิสัยแบบนี้


ศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างครับ ยกเว้นนิสัยและความคิด เคยมาร่วมรายการผมหลายครั้ง แต่จากนี้ไปผมขอแบนคนนี้ทุกรายการทีวีที่ผมทำ ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่สื่อในการเหยียดคนอื่น และโฆษณาตัวเองเกินจริงครับ และหลายรายการที่ผมรู้จักก็แบนเหมือนกัน" 


หลังจากนั้นฝั่งของแอน ได้ออกมาโพสต์โต้กลับทันที โดยโพสต์บอกว่า


"เรียนคุณ ณ.... ดิฉันแอน จักรพงษ์ มีความรู้สึกเซอร์ไพรส์กับการกระทำของคุณที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงตัวดิฉันซึ่งเป็นลูกค้าที่อุดหนุนคุณมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และเป็นเงินหลายล้านบาทเพื่อการออกสื่อประชาสัมพันธ์ในรายการทอล์กโชว์ของคุณ ซึ่งดิฉันเป็นแขกรับเชิญมากกว่า 7 เทปแล้ว...รวมถึงการให้เกียรติไปเป็นกรรมการงานประกวดนางงามของคุณในหลายๆ ปีที่ผ่านมา


มากไปกว่านั้นคือ การที่เคยพาคุณไปแนะนำตัวกับคู่ค้าของดิฉันในต่างประเทศด้วยความรักและจริงใจ เพื่อการขยายงานของคุณให้ประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น โดยดิฉันยกย่องให้คุณเป็นบุคคลที่มีคุณค่ากับเพื่อนฝูงนักธุรกิจของเจเคเอ็นตลอดมา และเราสองคนก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกันเสมอ แต่อะไรคือ แรงจูงใจที่ทำให้คุณพักนี้ต้องออกมาพูดถึงคนดังหลายคนในเชิงลบตลอดเวลาคะ? คำว่ากตัญญูต่อลูกค้ามีความหมายสำหรับคุณไหมคะ? 


ดิฉันสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 2014 จนเข้าตลาดหลักทรัพย์มาถึงปัจจุบันนี้ก็มีรายรับรวมเกือบจะ 10,000 ล้านบาทแล้ว พร้อมกับกำไรและเงินสดนับพันล้าน ซึ่งปีนี้ผลประกอบการก็ยิ่งดีขึ้นไปอีกหลายเท่า คำว่าลูกค้าและผู้มีพระคุณที่อุดหนุนเราคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด 


ไม่นานมานี้ ดิฉันพลาดพลั้งเกินเลยอะไรไปบนหน้าจอระหว่างการถ่ายทอดสด ในรายการแฉ ก็ออกมาขอโทษอย่างจริงใจกับคนไทยทั้งประเทศแล้ว รวมถึงศิลปินท่านนั้น ภายใต้สังกัด TV 5 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยจดหมายอย่างเป็นทางการในฐานะที่เป็นคู่ค้าซื้อละครกัน แต่หลังจากนั้นคุณกลับทับถมดิฉัน ด้วยคำเขียนที่ว่า 'ผมขอแบนคนนี้.... ศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง ยกเว้นนิสัยและความคิด' 


วัตถุประสงค์ของคุณคืออะไรคะ? ได้อะไรจากการเหยียบย่ำซ้ำเติมนี้คะ? เราผิดใจอะไรกันหรือคะ? ลูกค้าทุกคนของคุณต่อไปจะกล้าอุดหนุนไหมคะ? ความเป็นสุภาพบุรุษของคุณที่ดิฉันเคยรู้จักมันหายไปไหนคะ? หวังว่าคุณจะรับฟังสิ่งที่แอนเขียนวันนี้เพราะมันจะดีต่อธุรกิจของคุณ  ด้วยความห่วงใยและเคารพเหมือนเดิม  แอน จักรพงษ์ "


ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) ณวัฒน์ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมเผยถึงเรื่องที่แอน อยากรู้ว่าผิดใจอะไรกัน โดยณวัฒน์ เผยว่าสนับสนุน การเป็นสปอนเซอร์กัน เป็นการทำข้อตกลง โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนกัน แต่ถ้าใครเป็นสปอนเซอร์ แล้วเค้าจ่ายเงินช้ามากๆ คุณจะรู้สึกเหนื่อยและล้าหรือไม่ วันที่สายป่านเส้นสุดท้ายขาดเกิดขึ้นในปี 2561 


เนื่องจากตนเองจะเตรียมบริษัทนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่มันมีการยกหนี้ข้ามปี มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงิน ทำให้บริษัทมีโปรไฟล์ที่ไม่ดี ฝ่ายการขายและที่ปรึกษาในการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์จึงได้แนะนำให้ยุติการค้าการขายโฆษณากับบุคคลที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ตลอดการทำงานด้วยกัน ต้องตามเงินเองตลอด บางทีก็ข้ามปี ข้ามเดือน 


ซึ่งณวัฒน์ บอกว่า อันนี้ไม่รู้ว่าเจ้านายเค้ารู้รึเปล่า แต่ทุกครั้งลูกน้องเค้าจะบอกตลอดว่า เจ้านายยังไม่สะดวกเซ็น เจ้านายยังไม่เข้า ตนเองก็เลยเลือกที่จะไม่ทำงานด้วยกันต่อ แม้ตอนนี้จะได้เงินมาครบแล้วก็ตาม และที่ต้องออกมาอธิบายแบบนี้ เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนเนรคุณคน 


ส่วนเรื่องที่ตนเองออกมา โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงแอน  ณวัฒน์บอก จุดยืนของตัวเองว่า ตนเองเป็นบุคคลสาธารณะ เป็น Public Speaker มีเพจในการช่วยรณรงค์สิทธิความเสมอภาคและการไม่เอาเปรียบกัน ซึ่งตนเองทำมานานแล้ว และไม่ได้ทำเพราะเกาะกระแสคนดัง เพราะถ้าตนเองเกาะกระแสคนดังจริงๆ ก็คงจะไม่ได้พูดถึงแอน แค่คิดว่าไม่ควรใช้พื้นที่สาธารณะทำอะไรแบบนี้ แต่ให้เป็นใครก็ตาม เพราะเด็กดูเยอะ คนดูเยอะ มองว่าจะเป็นอันตรายกับสังคม 


นักข่าวก็ถามว่าตอนนี้สถานะกับแอน ยังเป็นเพื่อนได้หรือไม่  ณวัฒน์ บอกว่าเมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ปัจจุบัน 2564 ไม่เป็นไร ถึงแม้เราไม่ได้ทำงานด้วยกัน แต่ก็ไม่ถึงขนาดถ้าเจอแล้วจะไม่คุยกัน แต่เราจะไม่คุยเรื่องงาน เพราะถ้ายังเป็นแบบเดิม ก็คงร่วมงานด้วยไม่ได้  พร้อมกับฝากบอกให้ใจเย็น ค่อย ๆ คิด ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ทุกอย่างจะค่อย ๆ ผ่านไป วันหนึ่งหากทุกอย่างมันผ่านไปเค้าอาจจะต้องกลับมาขอบคุณผม 


และหลังจากฝั่งของณวัฒน์ ให้สัมภาษณ์เสร็จปุ๊ป ทางฝั่งของแอน ประกาศจะ Live ชี้แจงในช่วงเย็นทันที โดยมีการชี้แจงเป็นข้อๆ 


ข้อแรก ที่ทางของณวัฒน์ บอกว่า เรามีผลประโยชน์ร่วมกัน คำว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน นั่นหมายถึงการลงทุนร่วมกัน แต่เธอเป็นลูกค้า ไม่ใช่นักลงทุน เป็นผู้อุปการะคุณ เพราะฉะนั้นคำว่ากตัญญูสำคัญมาก ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจ่ายไปหลายล้าน ไปออกรายการ 7 เทป ไม่เคยไปฟรี จ่ายเงินหมด การจัดประกวดต่างๆ เราก็ไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างคือการอุดหนุน จะมากจะน้อยก็คือผู้มีพระคุณ ความกตัญญูต้องมา 


ฉะนั้นจะพูดง่ายๆ ว่าก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน จะใช้คำว่าเนรคุณไม่ได้ แล้วความซาบซึ้งมันหายไปไหน อันนี้เป็นเรื่องน่าตกใจ ที่คนทำธุรกิจเค้าไม่ทำกัน อย่ามองเขาว่าหมดประโยชน์และจบกันไป เพราะต้องมีการเก็บสายสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ เพื่อที่ในอนาคตจะได้มีโอกาสกลับมาทำงานด้วยกันอีก  


ข้อต่อมา ที่คุณ ณ บอกว่าตัวเองเป็น Public Speaker ซึ่งก็ดีแล้ว ก็ทำไป แต่ก็ต้องดูจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าเป็นการทำที่ผิดจังหวะ เพราะเธอได้ Live ขอโทษกับสิ่งที่ทำไปแล้ว ได้ส่งจดหมายขอโทษไปให้ศิลปินคนดังกล่าวแล้ว ทำไมต้องมาซ้ำเติมอีก ออกมาบอกว่าขอแบนคนนี้ และยังบอกว่าศัลยกรรมเปลี่ยนภายนอกได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยและความคิดได้ อันนี้ตนเองตกใจมาก ทำไมถึงมีการซ้ำเติมกันในสังคม โดยเฉพาะกับคนที่เป็นเพื่อนและรู้จักกันมาเป็น 10  ปี 


ถ้าคุณเป็นเพื่อนหรือเป็นลูกค้าเค้า คุณจะรู้สึกยังไง ถ้าห่วงกันจริงก็โทรศัพท์มาสิ มีเบอร์โทรศัพท์ มีไลน์กันอยู่แล้ว ไม่ใช่ไปสร้างเฮดไลน์ เราไปทำอะไรให้โกรธเหรอ ดูแลน้ำใจกันมาตลอด คนล้มอย่าข้าม ดิฉันขอโทษไปแล้ว จะซ้ำเติมกันให้ตายเลยใช่มั้ย


และอีกข้อ คือการจ่ายเงินช้า :  JKN ไม่ได้จ่ายเงินช้า ถ้าคุณไม่พอใจจริงๆ ทำการค้ากันมา 4 ปี คุณก็น่าจะเลิกไปตั้งแต่ปีที่ 1 แล้ว ส่วนเรื่องการวางบิล มันก็ต้องมีกระบวนการ ไม่ใช่ทำงานเสร็จและเก็บเงินเลย ทุกบริษัทต้องมีวันวางบิล ซึ่งบริษัทตนเองจะให้วางบิล วันที่ 4 และ วันที่ 5 และเอกสารต้องครบ หลังจากนั้นมารับเช็ควันที่ 25 


แต่ถ้าเอกสารไม่ครบ ก็ต้องมาวางบิลใหม่ในวันที่ 4 และ 5 ของเดือนถัดไป แต่เอกสารคุณไม่ครบ เราก็ไม่สามารถปล่อยเงินให้คุณได้ ก็ต้องไปวางบิลใหม่และรับเงินในเดือนถัดไป มันเป็นกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และบริษัทมหาชน แต่ถ้าเดือดร้อนจริงๆ หมุนเงินไม่ทัน ก็มายืมกันส่วนตัวได้เธอเองก็จะสะดวกกว่า 


และถ้าเป็นตนเองจะไม่ออกมาพูดเลยว่า ลูกค้ามีพฤติกรรมการจ่ายเงินเป็นยังไง และตนเองก็ไม่ได้อยากออกมาพูดเลยว่าเรตติ้งของคุณ เวลาเราไปสัมภาษณ์ก็ไม่เห็นจะดี ขายของไม่เห็นจะได้ เรายังไม่พูดออกสื่อเลย เพราะเราให้เกียรติ คุณต้องทำมาหากิน เราต้องรักษาหน้าคุณเอาไว้ 


ชมผ่านยูทูบที่ : https://youtu.be/UaZ_MqIMEX4

ข่าวยอดนิยม