เปาบุ้นจิ้น ตอน เจ้าสาวจอมปลอม EP.4

467 viewAired on พุธที่ 26 มิถุนายน 2567

สกุลฉีได้รับราชโองการให้ยกลูกสาว ฉีอี้เหนียง ให้แต่งงานกับลูกชายข้าหลวง หูเทียนหลุน ทั้งที่อี้เหนียงมีคนรักอยู่แล้วชื่อ หลิวเจิ้นซุ่นหลิวเจิ้นซุ่นเสียใจที่สาวคนรักต้องไปแต่งงานกับคนอื่น จึงอาละวาดก่อคดีขึ้น ท่านเปาตัดสินโทษให้เนรเทศไปชายแดน แต่เขากลับไปสร้างความดีจนได้รับตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชาติกลับมาและเมื่อกลับมาเขาก็พบว่าอี้เหนียงได้กลายไปเป็นหญิงนางโลมที่ชื่อหยุนเซียน ไปเสียแล้วท่านเปาจึงสงสัยว่าหากนางโลมที่ชื่อหยุนเซียนคือฉีอี้เหนียงตัวจริงแล้วหญิงที่แต่งกับหูเทียนหลุนหล่ะคือใคร เปิดฉากมาที่แม่ทัพพิทักษ์ชาติกลับมาจากชายแดนมาคาราวะท่านเปาตอนแรกท่านเปาก็จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร จนกระทั่งเขาต้องรื้อฟื้นความหลังว่าเขาคือหลิวเจิ้นซุ่นที่เคยก่อคดีจนถูกเนรเทศไปชายแดน ความหลังเมื่อสองปีที่แล้ว สกุลหูได้ปูนบำเหน็จความชอบ โดยมีราชโองการให้แต่งงานกับลูกสาวสกุลฉี เจิ้นซุ่นมาขอร้องเทียนหลุนว่าได้โปรดปล่อยอีเหนียงเถอะ ท่านไม่ได้รักนาง ที่ท่านจะแต่งกับนางก็เพราะต้องการเอาชนะข้าต่างหาก เจิ้นซุ่นเอาข่าวร้ายมาบอกคนรักถึงการเจรจาที่ไม่สำเร็จ ชุ่ยชุ่ยสาวใช้ที่เติบโตด้วยกันมากับอี้เหนียงแต่เล็กได้เสนอตัว ที่จะสวมรอยเป็นอี้เหนียงแต่งงานแทน เพราะคุณชายหูเองก็ไม่เคย เห็นหน้าอี้เหนียงมาก่อน ส่วนอี้เหนียงก็ให้อพยพไปอยู่นอกเมืองเสีย เจิ้นซุ่นไม่รู้ว่ามีการสลับตัวเจ้าสาว เขาเมามายจนขาดสติอาละวาดขวางขบวนเจ้าสาว เมื่อขึ้นศาลเจิ้นซุ่นเสียใจหมดกำลังใจ ขอร้องท่านเปาให้ช่วยประหารเขาไวๆ แต่ท่านเปาตัดสินโทษเพียงแค่เนรเทศไป เกณฑ์ทหารชายแดน ที่ชายแดนระหว่างทาง ทหารเมืองเหลียวบุกมา ผู้คุมต่างพากันหนีกระเจิง แต่เจิ้นซุ่นสู้ยิบตาทั้งๆที่อยู่ในชุดนักโทษ จากตรงนั้นที่จริงเขาได้รับการอภัยโทษและอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ด้วยความที่เขาหมดอาลัยในเมืองหลวงแล้ว จึงไม่ขอกลับขออยู่รับใช้ ชาติที่ชายแดน ซึ่งทุกครั้งที่ออกรบเขาก็บุกตะลุยอย่างไม่กลัวตายเสมอ จนได้รับการเลื่อนยศเป็นถึงแม่ทัพพิทักษ์ชาติ ที่กลับมาคราวนี้ ก็เพื่อมาคาราวะท่านเปา เจิ้นซุ่นจัดงานเลี้ยงคาราวะท่านเปาที่จวนแม่ทัพ แล้วสั่งสุราอาหารรวมทั้งนักดนตรีมาจากหอนางโลมฟ่งอี้ แต่ที่เขามิคาดคือ นางโลมอันดับหนึ่งที่มาบรรเลงเพลงในคืนนั้นคืออี้เหนียงนั้นเอง แต่ใครๆต่างพากันเรียกนางว่าหยุนเซียน ท่านเปาเห็นท่าทีแม่ทัพหลิวผิดปกติ จึงสอบถามว่าเป็นอะไร จ้องเขม็งแบบนั้น รู้จักกันเหรอ แต่เจิ้นซุ่นปฏิเสธ เขาคิดในใจว่าหากเขาบอกนางคืออี้เหนียง ก็เท่ากับว่านางไม่ได้แต่งงานกับหูเทียนหลุนซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็เท่ากับว่านางขัดราชโองการ โทษประหารทั้งครอบครัว หูเทียนหลุนแม้จะแต่งงานไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเสเพลยังคงเข้าซ่องอยู่เสมอ แล้วก็ให้บังเอิญว่าเขาเองก็มาติดอกติดใจนางโลมหยุนเซียนเข้าให้ด้วยซึ่งนางก็เลี่ยงที่จะมาปรนนิบัติเขาอยู่ตลอด ทำให้หูเทียนหลุนมักจะมาอาละวาดอยู่บ่อยๆ คืนนั้นขณะที่เทียนหลุนสั่งตู้เซินลูกน้องให้ไล่แขกอื่นออกจากหอนางโลม เจิ้นซุ่นก็มาขัดขวางพอดี แม่เล้าพยายามเกลี้ยกล่อมหยุนเซียนให้ออกไปรับคุณชายหูก่อนที่หอจะโดนพัง เจิ้นซุ่นซัดเทียนหลุนจนเขาต้องเผ่นหนีกลับบ้านไป ไปถึงบ้านก็ไปฟ้องพ่อ แต่ผลคือโดนพ่อตบ ฐานลูกไม่รักดี เมื่ออยู่ตามลำพัง อี้เหนียงเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจิ้นซุ่นฟัง เมื่อเขาจากไป นางและครอบครัวก็อพยบไปอยู่นอกเมือง แต่ระหว่างทางถูกโจรปล้นจนหมดตัว และเมื่อพ่อล้มเจ็บไม่มีเงิน ทำให้นางต้องมาอยู่หอนางโลมเพื่อเอาเงินไปรักษา ใต้เท้าหูเอาเข้าจริงความรักลูกก็อดไม่ได้ ผลสุดท้ายก็พาลูกมาร้องเรียนกับท่านเปา ผลการสอบสวนใต้เท้าหูเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองเป็นฝ่ายก่อเรื่องรวมทั้งคู่กรณี ก็เป็นถึงแม่ทัพพิทักษ์ชาติ จึงโกรธลูกชายยิ่งนัก บอกท่านเปาว่าไม่ฟ้องแล้ว พร้อมทั้งลากตัวเจ้าลูกชายกลับไป ชุ่ยชุ่ยหรือคุณนายหูในปัจจุบัน พอรู้ว่าสามีไปมีเรื่องเพราะหญิงนางโลม จึงบุกมาที่หอฟ่งอี้เพื่อขอดูหน้านางคนนั้น แต่เธอก็ต้องตะลึงเมือพบว่า นางโลมหยุนเซียนที่สามีมาหลงใหลนั้น ที่แท้ก็คือคุณหนูฉี เจ้านายเก่าเธอนั้นเอง แต่ด้วยพิษรักแรงหึง ทำให้ชุ่ยชุ่ยหมดความเกรงกลัวนายเก่า นางต่อว่าอีเหนียง หาว่าเกิดนึกเสียดายหูเทียนหลุนขึ้นมา แล้วคิดกลับมายั่วยวนเพื่อชิงเขากลับคืนใช่ไหม อี้เหนียงปฏิเสธ ซึ่งชุ่ยชุ่ยก็ยื่นคำขาดให้นางออกไปจากเมืองเสีย คืนนั้นเทียนหลุนถูกพ่อสั่งให้คัดลายมือ ลงโทษ อยู่ในห้อง เมียเอาลูกบัวต้มไปให้ก็โดนปัดตก ครั้นเมียบอกว่าหญิงนั้นเป็น นางโลมจะไปจริงจังทำไม ก็ตบเมีย ซ้ำยังขู่ว่าหากพูดดูถูกนาง อีกคำเดียวจะเลิกกับเธอ ทำให้ชุ่ยชุ่ยเจ็บใจมาก เธอสั่งให้ตู้เซินลูกน้องเทียนหลุนไป ลักพาตัวพ่อแม่อี้เหนียงมากักตัวไว้เพื่อข่มขู่นางต่อไป ระหว่างทางอาฟุคนใช้หอฟ่งอี้ผ่านมาพบเป่ากุ้ยซึ่งมา กับขบวนที่รับพ่อแม่อี้เหนียงด้วย จึงเข้าไปทัก แต่ถูกตู้เซินฆ่าแล้วผลักตกบ่อน้ำตาย ที่ศาลานอกเมือง ชุ่ยชุ่ยยื่นคำขาดให้อี้เหนียงทำตาม ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยของพ่อแม่ คำขาดที่ชุ่ยชุ่ยยื่นให้คือกล่องไม้กล่องหนึ่งซึ่งอี้เหนียง ก็เข้าใจความหมายทันที เพราะแท้ที่จริงในกล่องนั้นบรรจุ“ดีนกยูง”ซึ่งเป็น พิษร้ายแรงชนิดหนึ่งที่ครั้งหนึ่งอี้เหนียงเคยคิดกินเพื่อ ฆ่าตัวตายหนีการแต่งงานมาแล้วแต่ชุ่ยชุ่ยขอเอาไว้ โดยอาสาเป็นตัวแทนนางเข้าแต่งงานเอง รวมทั้งขอดีนกยูงนั้นไว้ด้วย เผื่อว่าหากนางทนการทารุณ ของหูเทียนหลุนไม่ไหว นางก็จะได้ใช้ดีนกยูงนี้หนีความทรมาณ เทียนหลุนบุกมาที่หอนางโลมช่วงจังหวะที่ไม่มีใครอยู่ เขาหวังปลุกปล้ำขืนใจอี้เหนียง นางจึงคว้าดีนกยูงกิน เพื่อฆ่าตัวตาย เจิ้นซุ่นมาพบนางในสภาพที่กำลังโดนพิษอย่างแรง นางสั่งให้ช่วยดูแลพ่อแม่นางด้วย ท่านกงซุนตรวจอาการด้วยความหนักใจ เทียนหลุนกลับมาเค้นความจริงกับเมีย เพราะตอนอยู่หอฟ่งอี้ เขาได้ยินเจิ้นซุ่นเรียกหยุนเซียนว่าอี้เหนียงอีกทั้งพ่อแม่อี้เหนียงที่อยู่ในบ้านเขาตอนนี้ สาวใช้ของหยุนเซียนก็บอกว่าเป็นพ่อแม่ของหยุนเซียน อีกทั้งก่อนหยุนเซียนหมดสติไปได้สั่งว่าให้ไปบอกเมียท่าน หากไม่ดูแลพ่อแม่นางให้ดีถึงเป็นผีนางก็จะไม่เลิกรา เทียนหลุนกลับมาเค้นความจริงกับเมีย เพราะตอนอยู่หอฟ่งอี้ เขาได้ยินเจิ้นซุ่นเรียกหยุนเซียนว่าอี้เหนียง อีกทั้งพ่อแม่อี้เหนียงที่อยู่ในบ้านเขาตอนนี้ สาวใช้ของหยุนเซียน ก็บอกว่าเป็นพ่อแม่ของหยุนเซียน อีกทั้งก่อนหยุนเซียนหมดสติไป ได้สั่งว่าให้ไปบอกเมียท่าน หากไม่ดูแลพ่อแม่นางให้ดีถึงเป็นผีนางก็จะไม่เลิกรา กงซุนบอกว่าดีนกยูงเดิมเป็นของในวัง ดังนั้นคนในวังน่าจะรู้ วิธีแก้พิษ ดังนั้นท่านเปาจึงไปพบจางกงกง จางกงกงก็บอกว่า วิธีแก้ต้องเอาบัวหิมะพันปีแช่ ด้วยน้ำฝนในถ้วยอำพันไว้ 10 ชั่วยามมิเช่นนั้นจะต้องตายภายใน7วัน บัวหิมะนั้นในห้องยาในวังมี ส่วนน้ำฝนก็ต้องรอฝนตก(ตอนนี้หน้าแล้งเสียด้วย) แล้วถ้วยอำพันก็ต้องไปขอที่อ๋องแปด แต่เมื่อไปหาอ๋องแปด อ๋องแปดก็บอกว่ายกให้ใต้เท้าหูไปแล้ว เป่ากุ้ยสาวใช้ของหยุนเซียนเล่าให้เจิ้นซุ่นฟังว่า นางเห็นคุณนายหูมอบดีนกยูงนั้นให้หยุนเซียนทำให้เจิ้นซุ่นเข้าใจในทันที ท่านเปาเปิดศาลสอบสวนเรื่องทั้งหมด หลิวเจิ้นซุ่น บอกว่าเห็นหูเทียนหลุนบีบคั้นให้นางกินดีนกยูงฆ่าตัวตาย ซึ่งเทียนหลุนก็ปฏิเสธว่านางกินเองเขาไม่ได้บังคับ เจิ้นซุ่นสอบถามสาเหตุที่หยุนเซียนฆ่าตัวตาย เป่ากุ้ยก็เล่าให้ฟังว่าเพราะคุณนายหูจับพ่อแม่ของหยุนเซียนไปเป็นตัวประกัน จั่นเจาซึ่งแอบฟังอยู่ จึงมาเล่าให้ท่านเปาฟัง เพราะท่านเปาสอบในศาลแล้วเป่ากุ้ยไม่ยอมพูด ท่านเปาบุกมาที่จวนใต้เท้าหู เพื่อช่วยพ่อแม่หยุนเซียน ซึงชุ่ยชุ่ยก็แก้สถานการณ์ว่านี่เป็นพ่อแม่ของนาง เพราะนาง คืออี้เหนียง สองคนนี่ก็คือผู้เฒ่าฉีที่เป็นพ่อแม่ของอี้เหนียง ทำไมนางจะรับมาอยู่ด้วยไม่ได้ ฝ่ายสองผู้เฒ่าก็รับสมอ้างว่านางคืออี้เหนียงลูกสาวตนจริง เพราะชุ่ยชุ่ยเอาเรื่องขัดราชโองการมาขู่ไว้ ทำให้ท่านเปาหน้าแตกกลับไป ใต้เท้าหูเมื่อรู้ว่าลูกชายโดนจับข้อหาฆ่าหยุนเซียน จึงมาเยี่ยมและหาทางช่วย เจิ้นซุ่นถอดหมวกประจำตำแหน่งไปคุกเข่าหน้าพระตำหนักฮ่องเต้เพื่อขอ พระราชทานบัวหิมะเพื่อไปช่วยอี้เหนียงตอนแรกฮ่องเต้ก็โกรธมากที่เขาเป็นถึงแม่ทัพแต่ยอมทิ้งยศตำแหน่งเพียงเพื่อหญิงนางโลมเพียงคนเดียว แต่ตอนหลังก็ใจอ่อนเห็นแก่คุณงามความดีของเขายอมให้เบิกยาไปใช้ ใต้เท้าหูมาพบท่านเปาเรื่องคดีของลูกชาย ซึ่งท่านเปาก็บอกว่ามีแต่หยุนเซียนรอดตาย เท่านั้นที่จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ ไม่เช่นกันก็ยากที่จะรอดคดี พร้อมทั้งเอ่ยปากยืมถ้วยอำพันกับใต้เท้าหูเพื่อมาใช้ปรุงยา แต่ใต้เท้าหูไม่รับปาก แต่เมื่อกลับมาบ้านใต้เท้าหูมาคิดทบทวนจึงตัดสินใจจะนำถ้วยไปให้ท่านเปา แต่แน่นอน ชุ่ยชุ่ยมีหรือจะยอมให้หยุ่นเซียนรอด ด้วยความโกรธนางจึงพลั้งมือผลักใต้เท้าหู จนหัวไปชนขอบโต๊ะตาย ในขณะเดียวกันเจิ้นซุ่นซึ่งรู้จากท่านเปาว่าใต้เท้าหูไม่ยอมให้ยืมถ้วย จึงแอบเข้าจวนมาเพื่อจะขโมยถ้วย แล้วเจอกับเหตุการณ์เข้าพอดี นางจึงโวยวายใส่ร้ายว่าเขาฆ่าใต้เท้าหูเพื่อจะชิงถ้วยอำพัน เมื่อถูกจับมาพบท่านเปาเขาก็ไม่มีพยานยืนยัน ความบริสุทธิ์ ท่านเปาสั่งขังแม่ทัพหลิวไว้ก่อน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณนายหูกับแม่ทัพหลิว เคยเป็นคนรักกันมาก่อนแล้วทำไมพอเจอหน้ากันครั้งนี้จึงราวกับเป็นศัตรูก็ไม่ปาน เมื่อถูกนำไปขังคุกเดียวกัน หูเทียนหลิวบอกจั่นเจาว่า เคยได้ยินหลิวเจิ้นซุ่นเรียกหยุนเซียนว่าอี้เหนียง เมื่อจั่นเจานำเรื่องนี้ไปบอกท่านเปา ท่านเปาก็ถึงบางอ้อทันที เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง ในศาลเป่ากุ้ยเล่าเรื่องที่คุณนายหูมอบดีนกยูงให้หยุนเซียน รวมทั้งจับตัวพ่อแม่หยุนเซียนไปแต่คุณนายหูก็ใช้ไหวพริบแก้ตัวต่างๆนาๆ และเมื่อเบิกตัวสองผู้เฒ่าฉีมายืนยันทั้งสอง ก็ยังยืนยันว่าคุณนายหูคือลูกสาวฉีอี้เหนียงจริงๆจนท่านเปาจนปัญญาต้องเลิกศาลชั่วคราว ฝนตกมาพอดี ดังนั้นกงซุนจึงมีน้ำอมฤตมาปรุงยารักษานาง เมื่อท่านเปาเรียกนางมาสอบ นางก็ยืนยันว่านางกินดีนกยูงเอง ไม่มีใครบังคับนาง ท่านเปาจึงสั่งให้ปล่อยหูเทียนหลุนแล้วนำตัวนางไปขังแทน ฝ่ายชุ่ยชุ่ยกำลังคิดจะหอบข้าวหอบของหนีก็พอดีกับ หูเทียนหลุนกลับบ้านมาพอดี เขาไปพบพ่อตาแม่ยายถูกขังไว้จึงแปลกใจเป็นอันมาก เขางัดห้องเข้าไปช่วยสองผู้เฒ่า แล้วเมื่อคาดคั้นเขาจึงได้ รู้ความจริงว่า คนที่แต่งกับเขานั้นเป็นแค่สาวใช้สกุลฉี เขาโกรธมากเกือบจะฆ่าสองผู้เฒ่าแต่จั่นเจามาขวาง แล้วนำตัวสองผู้เฒ่าไปศาลไคฟงเสียก่อน หูเทียนหลุน เจ็บใจมากกล่าวอาฆาตว่าพวกเจ้าต้องถูกประหารทั้งครอบครัว จั่นเจาตามจับตู้เซินกับชุ่ยชุ่ย สองผู้เฒ่ายอมรับความจริงว่านางโลมหยุนเซียน ที่แท้ก็คือฉีอี้เหนียงลูกสาวแท้ๆของตน ชุ่ยชุ่ยหนีการจับกุมมาเจอขบวนของอ๋องแปดเข้า นางจึงอ้างกับอ๋องแปดว่าถูกใส่ร้ายขอให้ท่านอ๋อง ช่วยเหลือนางด้วย ท่านอ๋องบอกไม่ต้องห่วงไปศาล กับข้า หากท่านเปาตุกติกจริงข้าไม่ยอมแน่ เมื่อขึ้นศาล พ่อแม่มายืนยันว่านางไม่ใช่ลูก นางก็เถียงฉอดๆว่าคราวที่แล้วทำใมยอมรับ ให้การกลับไปกลับมาได้ไง เมื่อเบิกตู้เซินมาให้การ ตอนแรกเขาไม่ยอมพูดอะไร แต่เมื่อโดนนางโยนข้อหาให้เพื่อจะเอาตัวรอดคนเดียว เขาจึงยอมพูดความจริงว่าทุกอย่างที่เขาทำเป็นเพราะคุณนายหูบงการ เมื่อจวนตัวชุ่ยชุ่ยคว้าดาบทหารที่ยืนอยู่จับตัว อี้เหนียงเป็นตัวประกันเพื่อหนี ชุ่ยชุ่ยโดนประหาร ส่วนครอบครัวตระกูลฉีขัดราชโองการก็ยากที่จะพ้นผิด ท่านเปาสั่งให้ขังไว้ก่อนรอประหารพรุ่งนี้ซึ่งท่านเปาเองก็ไม่ได้อยากทำเลย ท่านอ๋องแปดบอกให้ท่านเปาลองไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ขอผ่อนผันดูเพราะถ้าอี้เหนียงตายแม่ทัพหลิวก็คง อยู่ไม่ได้แน่ ท่านเปาไม่ยอมไปเข้าเฝ้า อ๋องแปดเลยพาหลิวเจิ้นซุ่นไปเข้าเฝ้าแทน ฮ่องเต้ก็หนักใจ ถ้าช่วยก็จะทำให้ราชโองการไม่ศักดิ์สิทธิ์ ขณะนั้น จางกงกงยืนฟังอยู่จึงทูลถามขึ้นว่า ตอนใต้เท้าหูมาขอสมรสพระราชทาน นั้น ใต้เท้าหูบอกว่าลูกชายกับฉีอี้เหนียงรักใคร่ชอบพอกันมานานจึง อยากขอให้ช่วยให้สมหวังด้วยแต่ ทำไมคนที่รักกันมานาน แต่งกับสาวใช้ตั้งหลายปีทำไมถึงไม่รู้ ดังนั้นเรื่อง ใต้เท้าหูโกหกเรื่องนี้ก่อน ถือเป็นการเพ็จทูลก่อนดังนั้นราชโองการจึงตามมา ราชโองการจึงถือเป็นเรื่องไม่ชอบตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการยกเลิกราชโองการ ฉบับนั้นและให้อภัยโทษผู้เกี่ยวข้องทุกคน