ข่าวโซเชียล

"อ.เจษฎา" สวนกลับ สวทช.รับตรวจ GT200 เสียทั้งงบและเวลา ทั้งที่ชัดเจนว่าเป็นกระป๋องพลาสติกเปล่าๆ หลอกปชช.

โดย kanyapak_w

5 มิ.ย. 2565

387 views

จากกรณีที่ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายงบกลาโหม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ไม่ปรากฏในเอกสารงบประมาณว่า ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กองทัพบกทำสัญญาจ้าง มูลค่ารวม 7,570,000 บาท ให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ไปตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 จำนวน 757 เครื่อง ตกเครื่องละ 10,000 บาท 





ต่อมา เรื่องดังกล่าว รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ความเห็นว่า



“รู้ทั้งรู้ว่าทุกเครื่องมันก็เป็นกระป๋องพลาสติกเปล่าๆ แกะดูข้างในก็ไม่มีอะไร จะไปเสียเวลาตรวจทีละเครื่องทำไม นอกเสียจากว่าจะรับเศษเงินไม่กี่ล้าน แลกกับชื่อเสียงขององค์กร และวงการวิทยาศาสตร์ไทย"




หลังจากนั้น ด้านสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีการตรวจทดสอบ GT200 จำนวน 757 เครื่อง ยืนยันเป็นไปตามตามหลักมาตรฐานสากล






ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้โพสต์ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripant ระบุว่า




"ความตลกของเรื่องนี้ก็คือ ทางศูนย์พีเทคของ สวทช. ได้เคยช่วยตรวจเครื่องตัวอย่างของ gt200 และพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า มันไม่ได้มีประจุไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาจากเครื่อง ซึ่งแสดงถึงการเป็นเครื่องที่หลอกลวง เสร็จตั้งแต่การทดสอบโดยคณะกรรมการทดสอบฯ ในช่วงปี 2553 แล้ว




ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวก็ได้สามารถนำไปใช้ในการกล่าวหาดำเนินคดีกับบริษัทผู้ขาย และตัดสินคดีจนชนะ ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไปแล้ว รวมถึงการเอาผลนี้ ไปใช้ในการไต่สวนของ ปปช. จนสามารถชี้มูลความผิดข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างได้นับร้อยคน





ซึ่งทั้งกระบวนการที่ดำเนินงานนี้ก็เป็นช่วงกว่า 10 ปีแล้ว ทาง สวทช. น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนและกล้าประกาศให้กับสังคมรับรู้กันโดยทั่วไปว่าเครื่อง gt200 เป็นแค่กระป๋องพลาสติกเปล่าๆ ที่หลอกลวงประชาชนและหน่วยงานต่างๆ





ซึ่งแทนที่จะให้คำแนะนำกลับไปกองทัพ ว่าไม่จำเป็นจะต้องตรวจสอบเครื่องทั้ง 757 เครื่องนี้อีก กลับรับงานตรวจสอบ ที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องเสียงบกว่า 7.57 ล้านบาทนี้ เสียเวลาเจ้าหน้าที่พีเทคที่จะทำงานอื่นๆ และสุ่มเสี่ยงจะทำให้สังคมรวมทั้งกองทัพเชื่อว่าอาจจะมีเครื่องบางเครื่องที่สามารถทำงานได้จริง จึงนำมาตรวจสอบหา



ผมก็คงได้แค่บ่นแหละ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบๆ เนียนๆ กันไปเองอย่างที่เป็นมา หึๆ



ปล. ที่อ้างว่าการทดสอบโดยศูนย์พีเท็กมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าในต่างประเทศนั้น .. จริงๆ ต่างประเทศเขาไม่มาตรวจสอบอะไรอย่างนี้ให้เสียเวลาหรอกครับ เปิดแงะออกมาดูว่าข้างในเป็นกล่องพลาสติกเปล่าๆ กลวงโบ๋ เขาก็ฟ้องศาลกันแล้ว ไม่มีใครมาจินตนาการฝันไปแล้วว่ามันอาจจะสามารถทำงานได้ด้วยฟิสิกส์ควอนตั้มขั้นสูง ที่นักวิชาการบางคนแอบอ้าง"




คุณอาจสนใจ

Related News