ข่าวโซเชียล

“ทนายแก้ว” ตอบแล้ว ดรามาหนุ่มรีวิวกะเพราไก่ไข่ดาว 260 บาท ถูกร้านฟ้อง 1 ล้าน

1 ชั่วโมงที่แล้ว

48 views

ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากรีวิวกะเพราไก่ไข่ดาว 260 บาท แต่ถูกเจ้าของร้านอาหาร ฟ้อง 1 ล้านบาท

จากกรณี ดรามากะเพราไก่ไข่ดาวจานละ 260 บาท ลุกลามเป็นคดีความ! หลังชายรายหนึ่งถ่ายคลิปรีวิวอาหารในศูนย์อาหารภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมพิมพ์ข้อความว่า "ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว 260 ลมแทบจับ" ก่อนนำคลิปเผยแพร่ลงเฟซบุ๊ก

ล่าสุดเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้พูดคุยกับ คุณเอ็กซ์ (สงวนชื่อจริง) เจ้าของคลิปต้นเรื่อง เล่าว่า วันดังกล่าวตนพาลูกไปโรงพยาบาลเพื่อพบคุณหมอ และได้แวะรับประทานอาหารภายในศูนย์อาหารของทางโรงพยาบาล โดยสั่งข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ซึ่งเป็นเมนูที่ชื่นชอบ แต่เมื่อชำระเงินพบว่าราคาอยู่ที่ 260 บาท ทำให้รู้สึกว่าราคาค่อนข้างแพง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปจานอาหาร พร้อมพูดถึงราคาและแสดงความตกใจ ก่อนนำไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย

เนื้อหาในคลิปมีเพียงการพูดถึงข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวราคา 260 บาท และแสดงความคิดเห็นว่าราคาแพงมากเท่านั้น โดยไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นกระแสใหญ่โต

หลังโพสต์คลิปไปประมาณ 2-3 วัน เมื่อตนกลับเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง พบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากกว่า 8,000 ราย ส่วนใหญ่พูดถึงราคาข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวที่มองว่าสูง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าไม่ได้คาดคิดว่าคลิปดังกล่าวจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้

หลังจากนั้นไม่นานก็มีหมายศาลส่งมาที่บ้าน โดยถูกฟ้องร้องจากกรณีคลิปดังกล่าว โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1 ล้านบาท พร้อมมีการกล่าวอ้างถึงความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกตกใจ ซึ่งภรรยาตนโดนแจ้งความด้วย

ล่าสุดได้ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาและแนวทางต่อสู้คดี โดยต้องรอการดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ด้าน นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกูล ทนายความ กล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่าง ๆ ได้ หากเป็นการกระทำโดยสุจริต และการรีวิวก็ไม่ผิด พรบ.คอมฯ เพราะไม่ได้เอาเรื่องเท็จเข้าสู่ระบบ และสามารถรีวิวได้หากไม่ได้ใส่ร้าย หรือว่าร้ายร้านอาหาร แต่อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาณโดยการโฆษณาหรือไม่

สำหรับกรณีที่มีการเรียกค่าเสียหายจำนวน 1 ล้านบาท ทนายแก้วมองว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

ทนายแก้วยังฝากเตือนประชาชนว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง ไม่ใส่ความผู้อื่น และไม่บิดเบือนข้อมูลหรือภาพประกอบ เพราะหากมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

คุณอาจสนใจ

Related News