สังคม
สายตาหลอกกันไม่ได้! เซนส์ ตร.สายสืบ จับโป๊ะสัมพันธ์ “สมีโชติ-สีกาเอ๋”
9 ชั่วโมงที่แล้ว
83 views
จากกรณีตำรวจกองปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรืออดีตหลวงพ่ออติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตน ก่อนมอบให้สีกาคนสนิทแปลงสภาพ ความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท
เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) หนึ่งในคนที่มาออกโหนกระแส และมีความสำคัญในคดีนี้ คือ พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยเพิ่มเติม หลังจบรายการโหนกระแส โดย พ.ต.ท.กฤษฎา ถือว่าเป็นลูกศิษย์ที่เคยไปกราบไหว้ สมีโชติ และเป็นตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมาย
พ.ต.ท.กฤษฎา เล่าว่า ตัวเองเคยเข้าไปกราบประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว แล้วก็ไปบ่อย เนื่องจากตนเองเป็นคนนครศรีธรรมราช แล้วก็มีความนับถือองค์จตุคามรามเทพ จึงพยายามหาที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และวัดนี้ก็มีชื่อเสียง จึงเข้าไปกราบไหว้ และไปเจอกับหลวงพ่อโชติในขณะนั้น ซึ่งท่านก็มีคนกราบไหว้เยอะ จึงคิดว่าคงเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตนเองก็เข้าไปกับภรรยาเกือบทุกๆ 2 เดือน แต่ช่วงหลังมาก็ไม่ได้เข้าไปแล้ว
ยอมรับว่า หลังจากที่ได้เห็นตัวหนังสือร้องเรียนครั้งแรก ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะว่าเราเคยเห็นมา ท่านก็เป็นคนที่นิ่งๆ แต่ก็พยายามแสวงหาพยานหลักฐานโดยตัวเราเอง เพราะว่าเคสนี้เป็นชั้นความลับ รู้กันแค่ 5-6 คน จึงไปดำเนินการสืบสวนด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีการของตำรวจ และก็ได้ข้อมูลมา ซึ่งก็สอดรับกับหนังสือร้องเรียนฉบับที่ 2 ที่มีแฟลชไดร์ฟคลิปมา จึงเชื่อได้ว่ามีการเสพเมถุนจริง
พ.ต.ท. กฤษฎา บอกว่า ตนเองไม่ได้ถึงขั้นเข้าไปแฝงตัว เพราะปกติก็ไปอยู่แล้ว อย่าเรียกว่าแฝงตัวเลย และจากการสืบสวนด้วยตัวเอง สิ่งที่บ่งบอกก็คือพฤติกรรมของตัวพระ เมื่อเราเข้าไป เราก็จะเห็น หากสังเกตดูดีๆ เราก็จะเห็นเลยว่าตัวพระกับสีกา มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ มีการส่งสายตา ซึ่งมันไม่ใช่สายตาปกติที่ส่งหากัน
เราเป็นนักสืบ เรามีเซนส์ว่ามันผิดปกติ และเราก็มีพยานหลักฐานอื่นด้วย ซึ่งตรงนี้อยู่ในชั้นสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ เมื่อมันแมตช์กัน ถึงออกมาว่า มีการเสพเมถุนจริง และก็เป็นเหตุจูงใจให้ต้องมีการยักยอกเงิน เพราะพระถ้าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย แต่ถ้าพระมีสีกา มันก็จะต้องมีเงินไปเลี้ยงดูเขา ปิดปากเขา เพื่อไม่ให้เขาพูด
เมื่อถามถึงเส้นเงินว่าไปแตะถึงสีกาเริ่มตั้งแต่ช่วงปีไหน พ.ต.ท.กฤษฎา บอกว่า ตรงนี้อยู่ในสำนวน ซึ่งให้ทางพนักงานสอบสวนเขาว่าไป
เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องคลิปภาพ ที่ปรากฏนั้นเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของวัด หรือเป็นการตั้งกล้องแอบถ่าย ทาง พ.ต.ท.กฤษดา บอกว่า ตนเองไม่แน่ใจ เพราะที่ตำรวจได้รับ มันมี 2 คลิป ซึ่งไม่ตรงกับที่เผยแพร่ทางโซเชียล ทางโซเชียลมีคลิปเยอะมาก แต่ตำรวจมีแค่ 2 คลิป ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นกล้องของวัด ตามข้อมูลพบว่า วัดมีวงจรปิดอยู่ที่ 48-60 ตัว ส่วนที่เห็นว่าสมีโชติถือโทรศัพท์ตลอดเวลา ตัว พ.ต.ท.กฤษดา ก็น่าเชื่อว่าเป็นการดูภาพกล้องวงจรปิด
สำหรับพฤติกรรมการเสพเมถุนกับสีกา จากคลิปที่เราได้รับมาตัวแรก เริ่มต้นตั้งแต่ 5 เมษายนของปีนี้ ส่วนคลิปที่สองคือ 17 กรกฎาคมปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะการทำมาเรื่อยๆ เชื่อว่ามีการทำมาแต่ก่อนแล้ว เพราะตัวสีกาก็อยู่ที่วัดมาเกือบ 20 ปีแล้ว
เมื่อสอบถามว่ามีสีการูปอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ยืนยันว่า หากมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือถ้าเจอก็จะดำเนินคดี ส่วนว่าจะมีการพบเส้นเงินอื่นๆ ด้วยหรือไม่นั้น นอกจากสีกาเอ๋ พ.ต.ท.กฤษดา บอกว่า เส้นเงินพบคนเดียวมันก็แปลก มันก็พบเยอะ แต่ของสีกาเอ๋มันมีคลิปมาประกอบ และนี่เป็นมูลเหตุว่าทำไมพระ ถึงต้องยักยอกเงินวัด เพราะต้องเอาเงินไปดูสีกา
ถามว่า ในฐานะลูกศิษย์ พอทราบว่าเป็นเรื่องจริง หมดศรัทธาหรือไม่ เจ้าตัวบอกว่า สำหรับตน พระพุทธศาสนาก็ยังน่าเลื่อมใสเหมือนเดิม คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ยังคงเป็นหลักธรรมที่เป็นความจริงแท้แน่นอน พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อม มันเสื่อมที่คน เพราะฉะนั้นก็อยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนอยากให้ยังคงปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ยึดมั่นในหลักคำสอนต่อไป เชื่อว่าจะดีต่อประเทศชาติ
แท็กที่เกี่ยวข้อง สมีโชติ ,สีกาเอ๋ ,ตำรวจสายสืบ ,วัดพุทไธศวรรย์