สังคม

พ่อแม่เด็ก ม.2 คาใจ มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปค้นหาเจอพิกัดชัด ผ่านไป 3 วัน ผอ.เอามาส่ง ตร. อ้างไม่เจตนา

โดย passamon_a

18 ก.ย. 2565

393 views

พ่อแม่นักเรียน ม.2 คาใจ มือถือลูกหายในห้องเรียน โร่แจ้งความ ใช้แอปค้นหาตำแหน่งจนเจอพิกัดชัด ผ่านไป 3 วัน ผอ.ถือมาส่งให้ตำรวจ อ้างไม่เจตนาเอาไป ทั้งขอไกล่เกลี่ยให้ถอนแจ้งความ แม่เด็กรับไม่ได้ ถ้าไม่เจตนาทำไมไม่บอกผู้ปกครองแต่แรก  


เมื่อวันที่ 17 ก.ย.65 นายสมชาย และนางเดือน (นามสมมติ) พ่อและแม่ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี  นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ Y12 สีน้ำเงิน ราคาประมาณ 3,500 บาท ที่ซื้อให้ลูกชาย เพื่อใช้เรียนออนไลน์ ค้นหาข้อมูล และไว้ติดต่อกับผู้ปกครอง ได้หายไปขณะเสียบชาร์จไว้ในห้องเรียน จึงไปแจ้งความ และใช้แอปพลิเคชั่นค้นหาตำแหน่งมือถือที่หายไป พอเจอพิกัดก็แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามให้  


กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.โรงเรียนได้นำโทรศัพท์มือถือของลูกชายที่หายไป มาส่งให้ตำรวจ แต่กลับอ้างว่าไม่เจตนาจะเอาไป แค่ยึดไว้เพราะไม่อนุญาตให้เด็กเอาโทรศัพท์มาโรงเรียน ทั้งบอกให้ลูกชายถอนแจ้งความเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงโรงเรียน โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของลูกชาย ทั้งที่ลูกชายเป็นฝ่ายเสียหาย


จากการสอบถาม ด.ช.เอ เล่าว่า ช่วงประมาณบ่าย 3 ตนได้เสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือเอาไว้บนโต๊ะครูหน้าห้องเรียน แล้วใช้หนังสือปิดทับเอาไว้ จากนั้นก็ลงไปทำกิจกรรมลูกเสือกับเพื่อนคนอื่น กระทั่งช่วง 4 โมงเย็น เสร็จก็กลับขึ้นมาบนห้อง พบว่าทั้งมือถือและสายชาร์จหายไป ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะเป็นนักเรียนในโรงเรียนลักขโมยไป จึงได้แจ้งครูประจำชั้นทราบ จากนั้นครูประจำชั้นจึงลองใช้มือถือของครูโทรเข้าเครื่องของตนเองหลายครั้ง ก็โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ครูจึงได้ประกาศหน้าเสาธงก่อนเลิกเรียน และขอตรวจกระเป๋านักเรียนทุกคน แต่ก็ไม่เจอ จากนั้นเช้าวันที่ 15 ก.ย. แม่ก็ให้ครูพาไปแจ้งความที่ สภ.หนองสองห้อง    


แล้วตนเองก็พยายามใช้แอปพลิเคชั่นในการค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือที่หายไป จนช่วงสายของวันที่ 15 ก.ย. ก็พบพิกัดแจ้งว่าโทรศัพท์อยู่บริเวณด้านหลังเสาธง ตนกับครูอีกคนก็พยายามเดินหา เพราะคิดว่านักเรียนคนที่ขโมยไปอาจจะเอาไปซ่อนไว้ อีกทั้งได้เดินหาบนอาคารเรียนด้วย แต่ก็ไม่เจอ กระทั่งเลิกเรียนก็กลับบ้าน แล้วใช้แอปจับสัญญาณอีกรอบ คราวนี้แจ้งพิกัดว่าอยู่หอพักแห่งหนึ่งแถว ต.สะแกโพรง ก็โทรไปบอกตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นยามวิกาลไม่สามารถไปขอตรวจค้นได้  


กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ย. ก็จับพิกัดได้ว่ามือถือกลับมาโผล่ในโรงเรียนอีก จึงโทรบอกตำรวจอีกครั้ง จากนั้นช่วง 11 โมง พ่อแม่และตนก็เดินทางไปโรงพัก ตำรวจโทรไปหา ผอ. ว่ามีใครพบเห็นมือถือน้องหรือไม่ แต่ ผอ.ก็ตอบว่าไม่เห็น แต่พอตำรวจแจ้งกลับไปว่ามีหลักฐานว่ามือถืออยู่ตรงไหน ต่อมา ผอ.จึงได้นำโทรศัพท์มาส่งให้ตำรวจที่โรงพัก แต่อ้างว่าไม่ได้เจตนาจะเอาไป แค่ยึดเอาไว้เพราะไม่ได้อนุญาตให้เด็กเอามือถือมาเรียนเท่านั้น ซึ่งตนมองว่ามันย้อนแย้ง เพราะถ้ายึดไปทำไมไม่เอาไว้ที่โรงเรียนหรือมอบให้ฝ่ายปกครอง ก็อยากให้ ผอ.รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น  


ขณะที่ นางเดือน ผู้เป็นแม่ บอกว่า ตอนแรกที่ลูกมาบอกว่ามือถือหายในห้องเรียนก็คิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันหยิบฉวยเอาไป แต่พอมีหลักฐานว่าคนที่หยิบเอาไปเป็นถึงผู้บริหารโรงเรียนที่น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็ก แต่หาก ผอ.ไม่มีเจตนาจะหยิบฉวยเอาไปทำไมไม่แจ้งใครที่โรงเรียนหรือบอกผู้ปกครองก็ได้ว่าจะยึดเอาไว้ก่อน แต่นี้ปล่อยเงียบหายไปถึง 3 วัน แล้วค่อยเอามาส่งให้ตำรวจ แล้วอ้างว่าไม่มีเจตนา ทั้งยังมาขอเคลียร์กับพ่อแม่ให้ถอนแจ้งความอีก ก็อยากจะขอความเป็นธรรมด้วย


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังสอบถามข้อมูลกับทางครอบครัวน้อง ผอ.คนที่ถูกกล่าวอ้างถึง ก็ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อมาขอเคลียร์กับพ่อแม่ เมื่อผู้สื่อข่าวขอสอบถามรายเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผอ.แจ้งว่ายังไม่สะดวกจะให้ข้อมูล


คุณอาจสนใจ

Related News