สังคม

"สุริยะ-โฆษก ก.เกษตรฯ" ยันประชาชนปลูก "กะเพรา" กิน-ขายได้ ยกเว้น 4 สายพันธุ์ที่เอกชนจดทะเบียน

5 ชั่วโมงที่แล้ว

47 views

เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.2569) คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องกะเพรา กรณีที่มีข้อกังวลว่า บริษัทเอกชนจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพรา โดยคุณสุริยะ บอกว่า กฎหมายเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ สามารถยื่นจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิในพันธุ์พืชที่พัฒนาขึ้นได้ คล้ายกับการคุ้มครองสิทธิในผลงานวิจัยด้านยา


พร้อมยืนยันว่าการจดทะเบียนดังกล่าวไม่กระทบต่อประชาชนทั่วไป และเกษตรกร ยังสามารถปลูกเอง ทานเองที่บ้านได้ แต่จะเอาพันธุ์ของเขาไปขายไม่ได้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่กระทบประชาชนแน่นอน ต่อให้เอาพันธุ์เขามาปลูกทานเองก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ค้าขายไม่ได้


ด้านเพจไบโอไทย โพสต์ระบุว่า CP ระบุพันธุ์กะเพรา 4 สายพันธุ์ปรับปรุงจากกะเพราพื้นเมือง ถ้างั้นต้องมีข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ (ค.พ.12) กรมวิชาการชี้แจงด้วย !


โชคดีของคนไทย ? ถ้าแก้กฎหมายตาม #UPOV1991 สำเร็จ ระยะเวลาผูกขาด #กะเพรา จะเพิ่มจาก12เป็น20 ปี ใครเก็บพันธุ์ปลูกต่อผิดกฎหมายด้วยนะ


ไบโอไทยยังโพสต์ต่อว่า กะเพรา กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ชวนถกเถียงในสังคมในขณะนี้ในแง่กฎหมายนั้น #พรบคุ้มครองพันธุ์พืช ปี 2542 ได้มีการคุ้มครองสิทธินักปรับปรุงพันธุ์ไว้แบบใด และ หากเราเข้าร่วมอนุสัญญา #UPOV1991 แล้ว จะส่งผลต่อสิทธิเกษตรกรรายย่อย ความหลากหลายทางชีวภาพ และอธิปไตยทางอาหารของประเทศ อย่างไร เกษตรกรจะสามารถเก็บ #กะเพรา เพื่อ #ปลูกต่อ ได้หรือไม่ #กะเพราไก่ไข่ดาว ร้านอาหารตามสั่งจะยังราคาเดิมหรือไม่


เราชวนมาคุย ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนข้อมูล ถกเถียงให้กระจ่าง คลายทุกข้อสงสัย กับนักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล จาก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยเป็นการถ่ายทอดสด วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00-20.00 น. ทางเพจ BIOTHAI x FTA Watch x สภาองค์กรของผู้บริโภค


กระแสดรามากะเพรา เป็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์ ประชาชนแสดงความเห็นและตั้งคำถามมากมาย เช่น ห๊ะ กะเพราปลูกเองกินได้แต่ห้ามขาย ถเปลุกขายถูกจับปรับเป็นแสนไปหมดแล้วประเทศไทย ใครที่ปลุกกะเพราไปขายต้องหาแหล่งว่า ท่านได้กะเพราแต่ใดมา เฮ้อ


อีกโพสต์บอกว่า โจรปล้นกะเพรา อยู่อยากขึ้นทุกวันล่ะ ประเทศไทยเอาส่วนไหนคิด อีกหน่อยปลาก็ห้ามขาย กล้วยห้ามขายลอื่นๆอีก เฮ้อ


อีกโพสต์บอก 1.น้ำมันขึ้นราคา 2. ต่อไปเมล์ดพันธุ์ข้าวห้ามปลุกซ้ำให้ไปซื้อพันธ์มาขาย3.กะเพรา ปลูกกินได้แต่ห้ามขาย 4.ตัดสิทธิ์บัตรคนจน ให้สำหรับคนรวย ใจคอจะไม่ให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากเลยบ่


"อนาลโย กอสกุล" โพสต์ว่า CP จ้าง ม.เกษตร ทำวิจัย แล้วขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชมันผิดอะไร คือเราอย่าเกลียดนายทุน อย่าเกลียด CP จนกลายเป็นถ้า CP ไปแตะอะไรจะผิดทุกอย่างเลย เอกชนให้ทุนมหาลัยทำวิจัยมันคือเรื่องปกติมาก และมันคือเรื่องที่ควรส่งเสริมด้วยซ้ำ ประเทศไทยมันไม่พัฒนาก็เพราะมาตั้งคำถามกับเรื่องที่ควรจะเป็นเรื่องปกตินี่แหละ


นี่ผมพูดในฐานะทำงานในบริษัทที่เคยจ้างมหาลัยทำวิจัยนะ เอกชนให้ทุนมหาลัยวิจัย แต่ละมหาลัยมีกฎอยู่แล้วว่ามหาลัยจะได้เท่าไหร่ อาจารย์จะได้เท่าไหร่ ผลงานวิจัยจะเป็นของใคร นี่ไม่ใช่การใช้ทรัพยากรหรือเงินภาษีของประชาชนมาให้ประโยชน์เอกชน แต่มันคือหน้าที่ในการบริการวิชาการของมหาลัยก็ไม่ชอบให้ผลงานวิจัยขึ้นหิ้งไม่ใช่เหรอ ทำไมพอเอกชนมาจ้างแล้วโวยวายกัน


แล้วถ้า CP มันจะจ้าง ม.เกษตร พัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่แล้วจะทำไม เขาก็มีสิทธิ์ทำ ได้พันธุ์ใหม่แล้วเขาก็ไปขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชมันก็ถูกแล้ว เพราะเขาเป็นคนออกเงินพัฒนาพันธุ์ เอากระบวนการที่ อ.เกษตรวิจัยไปทำ เขาก็คงตกลงกันว่าเจ้าของสิทธิ์ในพันธุ์เป็นของเขา


ซึ่งนี่คือเรื่องปกติโคตรๆ เขาออกเงินทำเอง จะให้เขาแจกฟรีเหรอ บริษัทผมจ้างวิจัยผมยังไม่แจกผลงานให้ใครฟรีเลย ก็บริษัทผมออกเงินนะจะให้ทำไม แล้วกะเพราพันธุ์ของ CP เขาห้ามแค่คุณเก็บเมล็ดไปขายแข่งกับเขา เพราะเขาออกเงินพัฒนาพันธุ์เองเขาก็มีสิทธิ์ในการขาย ถ้าคุณไม่ชอบคุณก็ไปหากะเพราพันธุ์อื่นมาปลูกขาย แต่ถ้าไปซื้อเมล็ดพันธุ์ของบริษัทอื่นคุณก็จะโดนแบบเมล็ดพันธุ์ของ CP ถ้าไม่ชอบสักอย่างคุณก็ปลูกพันธุ์พื้นเมืองไป ส่วนปลูกแล้วได้ใบกะเพราะมา ไม่ว่าจากบริษัทไหน คุณเก็บใบไปขายไปผัดได้ทั้งหมด ไม่มีใครห้ามคุณได้


แล้ว CP ไม่ใช่เจ้าของกะเพราทั้งประเทศ ไม่ได้เก็บเงินจากผัดกะเพราในตลาดนัด ม.เกษตรก็ทำหน้าที่ให้บริการวิชาการปกติที่เขาทำ จะดราม่าอะไรเกินเหตุไปถึงความมั่นคงทางอาหาร นายทุนเอาเปรียบประชาชนนี่มันเกินไป


ใครพัฒนาพันธุ์พืชก็ควรได้รับความคุ้มครองจากสิ่งที่เขาทำ ถ้าเปลี่ยนจาก CP เป็นลุง ก. พัฒนาพันธุ์พืชได้สำเร็จจนขึ้นทะเบียนได้ แต่ลุง ก. ไม่ได้ประโยชน์สักอย่างเพราะมีคนเอาพันธุ์ไปขายเมล็ดแข่งหมด แบบนี้มันใช่เหรอ ถ้าเกลียดนายทุนจนเบลอขนาดนี้เลยครับ ปล. อย่าลืมมากล่าวหานะว่า CP จ้างผมมาโพสต์ เดี๋ยวกรูจะไปวางบิลกับเจ้าสัวสักสิบล้าน แหม่


ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์ระบุว่า การจดสิทธิบัตรกะเพราของบริษัท เอกชน ใครว่าไม่มีผลกระทบกับประชาชนครับ ลองศึกษาดีๆ จะรู้เลยว่า แค่กะเพราที่เขาจดสิทธิบัตรไว้ ปลูกใกล้กับ สวนกะเพราของชาวบ้าน และกะเพรา 2 สายพันธุ์ ผสมพันธุ์ ข้ามสายพันธุ์กัน จนกะเพราของชาวบ้านกลายพันธุ์ และมั DNA ของกะเพรา ที่เขาจดสิทธิบัตรไว้ ในกะเพราของชาวบ้าน #แล้วชาวบ้านเก็บไปขาย...วันไหน บริษัท ที่เป็นเจ้าของกะเพราสิทธิบัตร สุ่มตรวจ แล้วพบว่า กะเพราของชาวบ้าน มี DNA ของกะเพราสิทธิบัตรปนอยู่ ด้วย งานงอก..ซิครับ แต่รัฐมนตรี บอกว่า ไม่มีอะไร พะนะ


ด้านนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่ากรณีการขอจดทะเบียนกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 01–04 ว่า เป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้จดทะเบียนไว้เท่านั้น


ไม่เกี่ยวกับกะเพราพื้นเมือง หรือกะเพราพันธุ์ทั่วไปตามท้องตลาด ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราไว้บริโภค เก็บใบขาย ขายต้นเป็นผลผลิต เพื่อบริโภค หรือนำไปประกอบอาหารขายได้ตามปกติโดยไม่มีความผิด กินขายได้หมด ทั้งกะเพราขาว กะเพราแดง ไม่ต้องกังวล ซึ่งปมดรามา ที่เกิดขึ้นตนเองก็ยังแปลกใจ และถูกบิดเบือนจนน่าตกใจ


ส่วนกรณีที่นำพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครองไปผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน หากนำไปเพาะพันธุ์ เลียนแบบ ถึงจะมีความผิด ซึ่งทุกอย่างสามารถตรวจพิสูจน์ได้ เพราะมันมีดีเอ็นเอ โดยเปรียบเทียบเหมือนการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทางปัญญาทางการค้า


สำหรับกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช นายกฤษ อธิบายว่า มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้เกิดการคิดค้นพัฒนาพันธ์ใหม่ๆที่มีคุณภาพ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงให้สิทธ์แก่ผู้พัฒนาให้ได้รับการคุ้มครองในสายพันธุ์ที่เขาวิจัยขึ้นมาใหม่ และมาขอจดทะเบียน ก็คุ้มครองพันธุ์นั้น ส่วนพันธุ์ที่เราใช้กิน-ขายกันในท้องตลาดอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีใครเอาไปจดทะเบียนได้เด็ดขาด กระทรวงไม่ยอม




https://youtu.be/BMuKjZGFwPM

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กะเพรา ,ใบกะเพรา

คุณอาจสนใจ