เลือกตั้งและการเมือง
“สว.วุฒิพงศ์” ลั่น กะเพราคือสมบัติของชาติ ชี้วิจัย-พัฒนาได้ จี้ทบทวนจดสิทธิบัตร ห่วงถูกผูกขาดจากเอกชน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
“สว.วุฒิพงศ์” ลั่น กะเพราคือสมบัติของชาติ ชี้วิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ประชาชนได้ จี้ทบทวนจดสิทธิบัตร ห่วงอนาคตพืชพันธุ์ถูกผูกขาดจากเอกชน จี้ “อว.-เกษตรฯ” คุ้มครอง
นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา แถลงเรื่องกะเพรา 4 สายพันธุ์ ว่า สว. จำนวนหนึ่งให้ความสำคัญเรื่องขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่เฉพาะกะเพรา 4 สายพันธุ์ ซึ่งกะเพราถือเป็นอาหารที่ผูกพันกับสังคมไทยจนหลายคนเรียกว่าเมนูสิ้นคิด ซึ่งวุฒิสภาให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนา แต่การวิจัยและพัฒนาเหล่านั้นไม่อาจนำไปสู่การผูกขาดตัดตอน เอาความรู้ความสามารถของนักวิจัยที่เป็นนักวิชาการคนไทยเป็นข้าราชการหรือห้องแล็ปของมหาวิทยาลัยคนไทยนำไปใช้ผูกขาดกับกิจการเหล่านี้ให้กับบางบริษัทเท่านั้น ซึ่งกระบวนการคิดเหล่านี้มีปัญหาอยู่ เช่น กรณีข้าวโพด พันธุ์พื้นเมืองเหมือนจะหายสาบสูญไปแล้ว โดยกะเพราพื้นเมืองมี 200 สายพันธุ์ตอนนี้แทบจะเหลือแค่ 2 สายพันธุ์ คือ กะเพราขาวกับกะเพราแดง ที่เหลือค่อยๆ หายสาบสูญไป
“ประเทศไทยมีเสน่ห์เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ มีความรู้ความสามารถทาง วิชาการเกษตร จนตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการวิจัยพัฒนาทางการเกษตรมีความสำคัญ และถ้าเรารู้รักความเป็นชาติไทย ต้องยึดหลักว่าอะไรที่เป็นกะเพราให้ถือว่าเป็นสมบัติของชาติด้วยมอบให้ประเทศไทย” นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าว...
นาวาตรีวุฒิพงศ์ ยังกล่าวว่า เรามีมหาวิทยาลัย มีนักวิชาการ มีห้องแล็ปที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้เราสามารถสร้างงานสร้างรายได้ วิจัยต้นน้ำ ลำธาร คือ เรารู้อะไรที่เป็นต้นน้ำทางการเกษตร พืชมีปัญหาอะไรก็ให้วิจัยและแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปลูกได้เองฟรี เอาไว้แจกจ่าย อย่าง ข้าว ได้ทำไปแล้ว เรามีกรมการข้าว เช่นเดียวกันเรื่องผัก มหาวิทยาลัยก็ควรมีการวิจัยสิ่งเหล่านี้และแจกจ่ายเป็นสมบัติสาธารณะ จึงขอเวียงวอนผู้คนที่เกี่ยวข้อง อย่าง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ว่า เรื่องพืชพันธุ์ผักทั้งหลาย ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหาร เราจะไปวิจัยเรื่องดาวเทียมสู้กับชาวบ้านเขาคงยาก แต่สิ่งที่เรามีอยู่เป็นสมบัติของชาติ คืออาหารที่เรามีความหลากหลายทางชีวภาพ ขอให้ช่วยกันดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้กับประเทศไทยด้วย
นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ผู้บริหารศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำเป็นต้องมาชี้แจงว่าได้รับอะไรบ้างจากงานวิจัยชิ้นนี้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้คืนสิทธิ์เหล่านี้ให้กับประชาชน ที่ดำเนินอาชีพได้อย่างสุจริตให้เพาะพันธุ์ได้เก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อได้ ขอให้รัฐบาลทบทวนโดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวง อว. เพื่อจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่เช่นนั้นวันดีคือดีคงมีคนไปวิจัยเรื่องข้าวและห้ามคนปลูก และให้มาซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเท่านั้นแบบนี้ก็คงไม่ใช่
ด้านนายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะกะเพราถือเป็นอาหารประจำชาติของเรา หากไม่มีลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องจะเป็นเรื่องที่ดี ตนเข้าใจว่าโลกเปลี่ยนมีการวิจัยและพัฒนา แต่หากไม่มีการคุ้มครองเรื่องสิทธิบัตรเข้ามาเกี่ยวข้องจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า เป็นการวิจัยพัฒนาส่งเสริมเพื่อให้ประชาชนสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้ประชาชน เพราะหากมีการควบคุม มีการใช้สิทธิบัตร ตนเกรงว่าจะรวมไปถึงพืชพันธุ์ตัวอื่นและสัตว์อีกหลายชนิด หากวิจัยและพัฒนาไปแล้วมีการควบคุมทั้งหมด วันหนึ่งอาจจะถูกควบคุมทั้งหมดของห่วงโซ่อาหาร
ตนจึงอยากท้วงติงหากจะจดสิทธิบัตรใดๆ หากเป็นพืชพันธุ์สมุนไพรไทยที่ใช้สำหรับบริโภคถือเป็นการจำกัดสิทธิบางอย่าง ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมได้ จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนเรื่องนี้ เพราะห่วงว่าห่วงโซ่อาหารจะถูกผูกขาดทั้งหมด รัฐบาลควรที่จะไตร่ตรองและหาทางออกว่าการวิจัยและพัฒนาจะต้องมีทิศทางใด แล้วรัฐจะควบคุมอย่างไรประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร และได้อะไรจากการวิจัยครั้งนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง กะเพรา ,สววุฒิพงศ์