สังคม
ฟังสองมุม! ลูกสาวโต้ไม่ได้ทิ้งพ่อ น้องสาวยันดูแลตลอด "ลุงโยธิน" เปิดใจ รักทุกคน คิดมาก ไม่อยากเป็นภาระ
20 ต.ค. 2569
41 views
ลูกสาวลุงโยธิน อดีตดารานักแสดง งัดหลักฐานโต้ไม่ได้ทอดทิ้งพ่อ แต่พ่อเป็นฝ่ายทอดทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก พอได้เจอกันตอนโตก็มักด่าทอดูถูกตนและน้องสาว จึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา น.ส.จารุทรรศน์ มาพบพันธุ์ อายุ 50 ปี พนักงานธุรการและเลขานุการองค์กรภาคเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของ นายโยธิน มาพบพันธ์ หรือ "ลุงโยธิน" อายุ 73 ปี อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้ส่งคลิปวิดีโอเปิดใจต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้สังคมรับฟังเรื่องราวจากมุมของคนเป็นลูก หลังจากที่พ่อไปให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า ไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแล ไม่มีที่อยู่อาศัย และขาดแคลนอาหาร จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและหน้าที่การงานของตนเป็นอย่างมาก
น.ส.จารุทรรศน์ เล่าว่า แม่ของตนได้จดทะเบียนหย่ากับพ่อตั้งแต่ปี 2523 ด้วยสาเหตุพ่อไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงชาวเหนือ ในวันหย่าร้าง พ่อได้ตกลงว่าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน เดือนละ 700 บาท จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ แต่กลับไม่เคยส่งเสียตามข้อตกลง ทำให้แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังนานถึง 7 ปี กระทั่งแม่ได้จดทะเบียนสมรสใหม่ในปี 2530 และร่วมกับพ่อเลี้ยงส่งเสียดูแลตนและน้องสาวมาโดยตลอด จนแม่เสียชีวิตลงในปี 2562
ซึ่งตนไม่ได้พบหน้าพ่ออีกเลยในวัยเด็ก กระทั่งปี 2557 ซึ่งตอนนั้นตนอายุ 38 ปีแล้ว ได้มาพบพ่ออีกครั้งตอนแรกตนและน้องสาวต่างรู้สึกดีใจมาก และมักจะพากันไปรับประทานอาหารและโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่เสมอ แต่ความสัมพันธ์กลับแย่ลง เนื่องจากพ่อมักใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอดูถูกตนและน้องสาว รวมถึงลุกลามไปถึงคนในครอบครัว จนทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปข้องเกี่ยว
แต่จากการที่พ่อไปให้สัมภาษณ์ในรายการ"เปิดปาก" ทางไทยรัฐทีวี ทำให้ตน น้องสาว รวมถึงอาอ๋อย ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพ่อที่อาศัยอยู่ย่านร่มเกล้าและเป็นผู้ดูแลพ่อมาตลอด ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์และได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตนจึงต้องการออกมาชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า คนในครอบครัวก็มีเหตุผลที่อยากให้ทุกคนรับฟังเช่นกัน โดยขณะนี้ตนกำลังติดต่อไปยังอดีตภรรยาคนที่ 2 ของพ่อซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อขอให้บันทึกคลิปวิดีโอเล่าประสบการณ์พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกายขณะตั้งครรภ์ จนเป็นเหตุผลให้ต้องตัดสินใจพาลูกหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ในการออกมาชี้แจงครั้งนี้ตนได้นำเอกสารบันทึกข้อตกลงการหย่าร้างของพ่อและแม่มาเป็นหลักฐาน ซึ่งระบุใจความสำคัญในข้อ 5 ไว้ว่า "เรื่องอื่น ๆ ฝ่ายชายขอรับรองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกทั้ง 2 และไม่อ้างสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้นในการเป็นพ่อ เพื่ออนาคตของลูกทั้ง 2 คน" พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งหลักฐานภาพถ่ายหน้าจอข้อความสนทนาที่พ่อส่งมาด่าทอน้องสาว ให้สื่อมวลชนประกอบการนำเสนอข่าว เพื่อวอนขอความเห็นใจให้แก่แม่ที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง และขอให้สังคมเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนที่จะตัดสินหรือกล่าวโทษใคร เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องได้รับผลกระทบจากกระแสสังคมไปมากกว่านี้
ขณะที่ น.ส.มรกต มาพบพันธ์ อายุ 71 ปี อาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นน้องสาวของนายโยธิน บอกว่า ข้อมูลที่พี่ชายให้สัมภาษณ์นั้นไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยน้องๆ อีก 3 คน ได้รวบรวมเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแต่ละคนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลพี่ชายที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยทางจิตเวชของพี่ชายด้วย
ก่อนเกิดเรื่องพี่ชายได้ออกจากบ้านไปเพียง 2 วัน โดยบอกว่าจะไปทำงานที่วัดสวนแก้ว ตนยังได้ให้เงินติดตัวไป 300 บาท ต่อมาตำรวจ ได้โทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งตนก็ยืนยันชัดเจนว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีข่าวออกไปว่าพี่ชายไม่มีญาติพี่น้อง
และตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อ ผอ.ฟ้า หลายครั้งแต่ไม่มีผู้รับสาย จึงอยากเรียกร้องให้ ผอ.ฟ้า ยุติการให้ข่าวที่ระบุว่าพี่ชายไม่มีญาติพี่น้อง ทั้งที่ความจริงแล้วทุกคนยังคงให้ความช่วยเหลือมาตลอด พร้อมฝากถึงพี่ชายว่าอายุมากแล้ว ควรปรับปรุงนิสัยเดิมๆ และเห็นใจน้องที่คอยดูแล ทั้งนี้หากวันหนึ่งพี่ชายไม่สามารถอาศัยอยู่กับ ผอ.ฟ้า ได้ และต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัว ตนขอยืนยันว่าจะไม่รับกลับมาดูแลอีก เพราะรู้สึกเสียใจที่พี่ชายไม่เห็นคุณค่าของน้องๆ และให้ข้อมูลบิดเบือนจนครอบครัวถูกประณาม
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ได้ให้การยืนยันสอดคล้องกับคำชี้แจงของ น.ส.มรกต โดยบอกว่า ที่ผ่านมาพบเห็น น.ส.มรกต และน้องๆ คอยให้ความช่วยเหลือดูแลลุงโยธินมาโดยตลอด ทั้งเรื่องที่พักอาศัยและความเป็นอยู่ จึงรู้สึกประหลาดใจเมื่อมีข่าวออกไปว่าลุงโยธินถูกทอดทิ้งและไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแล
ล่าสุด ทาง จนท.มูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข พูดคุยกับลุงโยธิน พร้อมอัดคลิปเปิดใจ ลุงโยธิน บอกว่าเค้าช่วยดูแล ช่วยเช่าห้องให้ ตนเองไม่เคยบอกว่าเค้าไม่ได้ดูแล แต่ไม่ชอบอื่นที่มาบูลลี่ตนว่าไม่มีงานทำ ไม่มีความน่าชื่อถือ ทำให้ไม่มีคนเกรงใจ เพราะเห็นลุงเป็นแค่คนแก่ตกงานคนหนึ่ง ทั้งที่ลุงไม่เคยทำร้ายหรือทะลาะกับใคร ยืนยันน้องสาวช่วยดูแลตนเอง
เรื่องราวของนายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี หรือ "ลุงโยธิน" อดีตนักแสดง สมทบก่อนหน้านี้ลุงเดินทางไปที่ สภ.บางใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก ผกก.สภ.บางใหญ่ ให้ช่วยประสานหางานทำ เนื่องจากปัจจุบันได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ประกอบกับมีอายุมากแล้ว จึงหางานทำได้ยาก
ต่อมา น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล ประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข หรือ ผอ.ฟ้า สถานีฟ้าให้ทีวี ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิไปรับตัวลุงโยธินจาก สภ.บางใหญ่ มาพักอาศัยที่มูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยจัดเตรียมที่พักและอาหารให้พร้อม โดยลุงโยธิน บอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาพักอาศัยอยู่ที่มูลนิธิแห่งนี้ พร้อมขอบคุณ ผอ.ฟ้า ที่ให้การดูแลและพาไปพบแพทย์ ทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น ทั้งเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
แท็กที่เกี่ยวข้อง ลุงโยธิน ,ทอดทิ้ง