สังคม
กรมป่าไม้เผยโทษรุกที่ราชพัสดุของ “สามีบุ๋ม” คุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท
2 ชั่วโมงที่แล้ว
339 views
รองอธิบดีกรมป่าไม้ เผยนำแผนที่ของกรมป่าไม้และกรมธนารักษ์มาตรวจสอบแล้ว พบพื้นที่ของ “สามีบุ๋ม” เข้าใช้ประโยชน์เป็น “ที่ราชพัสดุ” ไม่ถือเป็นพื้นที่ “ป่า” มีความผิดทั้งทางแพ่ง-อาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์สาธารณะ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการตรวจสอบการใช้พื้นที่ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ของนายก็อต อธิป อนันทวรรณ สามีบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เพื่อทำรีสอร์ทและสนามวิ่งเทล
จากการลงพื้นที่ของผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมป่าไม้ ทหาร และหน่วยราชการในพื้นที่ พร้อมกับกรมป่าไม้ ได้นำแผนที่ของกรมป่าไม้ ไปเปรียบเทียบกับแผนที่ของกรมธนารักษ์
พบว่าที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์ของนายก็อต อธิป อนันทวรรณ ได้ใช้ประโยชน์ทำรีสอร์ทและสนามวิ่งเทลจริงตามที่ปรากฎในข่าว แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว พบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ราชการทหารใช้ประโยชน์ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน พ.ศ. 2484 เป็นเขตหวงห้ามเพื่อใช้ในราชการทหาร “ห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้าจับจอง หักร้าง บุกรุก หรือซื้อขายโดยเด็ดขาด” ให้ถือว่าเป็น “ที่ราชพัสดุ” โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ ให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมธนารักษ์
ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าว จะพ้นนิยามของคำว่า “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ดังนั้นสรุปได้ว่าพื้นที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลัง เพราะเมื่อตรวจสอบละเอียด พื้นที่ที่นายก็อต อธิป ใช้ประโยชน์ ไม่ได้ซ้อนทับกับพื้นที่ 300 ไร่ ที่กรมป่าไม้ ขอหน่วยทหารให้ประโยชน์ เป็นพื้นที่เพาะชำกล้าไม้
ส่วนการดำเนินคดี ต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์ คือหน่วยงานทหาร ต้องย้อนไปดูว่าหน่วยงานทหารมีการอนุญาตใช้พื้นที่อย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ในกฎหมายของทหาร สามารถขอใช้ประโยชน์ได้ 2 เรื่อง คือจัดให้ราษฎรอยู่อาศัย และการทำเกษตรกรรม แต่การเข้าใช้พื้นที่ของนายก็อต อธิป เป็นการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นต้องไปดำเนินการให้ถูกต้อง หรือสั่งยกเลิกเพิกถอน
หากไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ผู้บุกรุกถือว่ามีความผิดตามกฏหมายแพ่งและกฎหมายอาญา มาตรา 360 ฐานทำให้เสียทรัพย์สาธารณะ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่จะมีโทษหนักกว่าการทำให้เสียทรัพย์โดยทั่วไป กรณีจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในเบื้องต้นตามข่าวที่ระบุว่ามีการบุกรุกใช้พื้นที่มากกว่า 100 ไร่ แต่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการเข้าใช้พื้นที่จริง ประมาณ 27 ไร่ หากคาดเคลื่อนก็ไม่เกิน 30 ไร่
รองอธิบดีกรมป่าไม้ ฝากถึงประชาชนที่จะไปซื้อที่ดิน ในพื้นที่ที่สงสัยว่าเป็นป่าไม้หรือพื้นที่ราชพัสดุหรือไม่นั้น ขอให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ว่า สถานะของที่ดินที่จะซื้อนั้นคืออะไร และต้องเข้าใจในเอกสารที่ดินให้ชัดเจน เอกสารที่ดินที่จะซื้อได้อย่างถูกต้อง ต้องเป็น นส.3 หรือโฉนดที่ดิน ส่วนพื้นที่อื่นที่มีการซื้อขาย แต่มีเอกสารเป็น ภ.บ.ท.5 ที่คนชอบเอามากล่าวอ้างว่าเป็นเอกสารสิทธิ์ จริงๆแล้วเป็นแค่ใบเสร็จรับเงิน การเสียภาษีที่ดินบำรุงท้องที่เท่านั้นเอง ดังนั้นที่ดินที่เป็น ภ.บ.ท.5 เป็นพื้นที่ห้ามซื้อขาย หากมีการซื้อขายเปรียบเสมือนการซื้อขายที่ดินเปล่าไม่รับรองทางกฎหมาย หากในอนาคตหน่วยงานราชการทราบ ผู้ซื้อก็ต้องถูกดำเนินคดี ถูกยึดที่คืน ดังนั้นการซื้อที่ดินต้องพิจารณาให้ดี ถ้าอยู่ในพื้นที่ไม่มีกฎหมายที่ดินรับรอง ผู้ที่ซื้อก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย เพราะหลายพื้นที่ก็มีการออกเอกสารโดยมิชอบ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
แท็กที่เกี่ยวข้อง สามีบุ๋ม ,กรมป่าไม้ ,รุกที่ราชพัสดุ