สังคม
ตรวจละเอียดยิบ! สามี "บุ๋ม ปนัดดา" รุกที่ดินกระทรวงกลาโหม กรมป่าไม้เผยไม่ได้อยู่ในความดูแล
4 ชั่วโมงที่แล้ว
28 views
กรมป่าไม้เตรียมขอเอกสารที่ดินกรมธนารักษ์ หลังผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน 100 ไร่ของสามีบุ๋ม ปนัดดา ในจังหวัดนครนายก เบื้องต้น พบบุกรุกที่ดินของกระทรวงกลาโหม
ความคืบหน้ากรณีที่มีคนออกมาเผยข้อมูลว่า คุณก๊อต อธิป สามีของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนกว่า 100 ไร่ ในตำบลกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ก่อนหน้านี้สามีของคุณบุ๋มออกมาปฏิเสธ อ้างว่า ไม่ได้ซื้อแต่เช่าที่ เพื่อทำสนามวิ่งเทรล กระทั่งคุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งทีมส่วนกลางลงตรวจสอบรุกป่าหรือไม่
ทำให้เมื่อวานนี้ พลตำรวจตรีสุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมด้วยพลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ รวมถึงฝ่ายทหาร มทบ.12 ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และกรมปกครอง ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ
หลังลงพื้นที่ พลตำรวจตรีนันทชาติ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่เป็นพื้นที่กิจการของทหาร ทางกระทรวงไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในทางกฎหมาย ดังนั้นทหารต้องตรวจสอบว่า ที่ดินนี้ผู้ครอบครองได้มาถูกต้องไหม เป็นที่ดินที่สามารถเช่าได้หรือไม่
จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ที่อนุญาตให้เช่าป่า สามารถเช่าได้ 2 กรณี คือ เช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือเช่าการเกษตรเท่านั้น ไม่สามารถซื้อขายได้ และหากพบว่า เข้าข่ายความผิดของหน่วยงานใด ก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่มีการชี้แจงว่า เป็นการเช่าพื้นที่ทหาร นั้น ก็จะต้องไปดูว่า เช่าพื้นที่ทหารจริงหรือไม่ ตรงไหนที่เช่า
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งลงพื้นที่ร่วมสังเกตุการณ์ด้วย ให้ข้อมูลว่า จากหลักฐานที่ตรวจสอบมาก่อนหน้านี้ ค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นการรุกที่ดิน เพราะที่ดินแปลงนี้เจ้าของคือ กระทรวงกลาโหม แต่ให้กรมป่าไม้ใช้ประโยชน์ 300 ไร่ เป็นที่ดินที่ไม่สามารถซื้อขายได้ ส่วนชาวบ้านดั้งเดิมที่เคยอยู่ ทหารอาจจะต้องเข้าไปเจรจา เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป
ด้านนางจิระภรณ์ กิ่งศรีดา นายอำเภอบ้านนา กล่าวถึงกระบวนการอนุญาตสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ว่า หากเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ จะต้องขออนุญาตจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบ แต่หากไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทางท้องถิ่นจะไม่สามารถเข้ามาดูแลได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีการยื่นขออนุญาตผ่านทางอำเภอโดยตรง แต่อาจเป็นการรับรู้และดำเนินการกันในระดับชุมชนท้องถิ่น
ส่วนจัดวิ่งเทรลในพื้นที่นั้น ทางอำเภอได้รับทราบข้อมูลแล้ว โดยมีทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกันดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งมองว่า ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือเกิดอันตราย
ช่วงหนึ่งระหว่างคณะเดินขึ้นไปตรวจสอบ ทีมข่าวได้สอบถามพี่หนุ่ม หนึ่งในคนดูแลสถานที่ เล่าว่า ตัวเขาเอง ทำงานที่นี่มา 2 ปี ไม่ได้ระบุค่าจ้างเป็นรายเดือน แต่ได้รับเงิน เป็นจ็อบๆ ถึงจะได้ค่าจ้าง และตอนตนเองเข้ามาช่วยทำงานที่นี่ ก็มีการปรับปรุงพื้นที่ไปก่อนแล้ว ส่วนเรื่องของการซื้อขายกรรมสิทธิ์ตนเองไม่ทราบ และตนเองยอมรับว่า ตอนเข้ามาช่วยทำงาน ก็จะช่วย ปรับเส้นทางเพิ่มให้เดินสะดวกขึ้น และทำรั้วเพิ่มตลอดแนวเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อกันคนหลง และป้องกันสัตว์ป่าลงมาข้างล่าง มีทั้งช้างป่า หมูป่าด้วย ส่วนพื้นที่รอยทางใหม่ ไม่ได้มีการตัดเป็นถนนใดๆทั้งสิ้น
ส่วนในวันนี้ ทางชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ จะประสานกรมธนารักษ์ ขอดูที่ดิน เพื่อเอาแผนที่ขีดเส้นมาให้ตรวจสอบร่วมกัน ให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งว่า มีส่วนไหนผิดบ้าง ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า จุดที่ทำให้มีการเช่าที่ดิน 100 ไร่ ของทหาร ที่เป็นปัญหา เพราะไม่สามารถเช่าเพื่อทำธุรกิจได้ นอกจาก เช่าเพื่อที่อยู่อาศัย กับ เช่าเพื่อการเกษตร พบว่า มีผู้นำชุมชนร่วมกับข้าราชการกระทรวงหนึ่ง ดำเนินการ
ส่วนผลสอบกระทรวงทรัพย์ฯ ได้ข้อสรุป 4 ข้อ ดังนี้
1. เป็นที่ราชพัสดุ อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินท้องที่ตำบลพรหมณี อำเภอเมืองนครนายก และตำบลบ้านพร้าว ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
2. ที่ดินอยู่ในการดูเลของกระทรวงกลาโหม กองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
3. กรมป่าไม้ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ บริเวณเขาสำนักสงฆ์ธุดงค์สถาน น้ำตกกระอาง เนื้อที่ 300 ไร่ เป็นตั้งศูนย์เพาะกล้าไม้ โดยมีไม่ขอบเขตพื้นแน่ชัด
และวันพรุ่งนี้ อังคารที่ 27 ตุลาคม ทางคุณบุ๋ม ปนัดดา ได้แจ้งสื่อจะแถลงข่าวเรื่องนี้ เวลา 4 โมงเย็น ที่ช่อง 9 อสมท.
แท็กที่เกี่ยวข้อง กรมป่าไม้ ,บุ๋มปนัดดา