สังคม

“บัวขาว” ออกโรงทวงความยุติธรรม รุ่นน้องถูกลูกผู้มีอิทธิพล แก้วเหล้าฟาดหน้า คู่กรณีปัดรับผิดชอบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

70 views

“บัวขาว” ออกโรงทวงความยุติธรรม รุ่นน้องในกลุ่มถูกชายทำร้าย แก้วเหล้าฟาดหน้าจนเสียโฉม ผ่านมา 1 เดือนไร้เยียวยาไล่ไปเอาที่ศาล เหยื่อเปิดใจเล่าวันเกิดเหตุ หวั่นไม่ปลอดภัย เป็นลูกผู้มีอิทธิพล

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 ต.ค.2569 ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกระดับตำนานของไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น ถึงกรณีหญิงคนรู้จักถูกทำร้ายว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นน้องคนหนึ่งในกลุ่มที่รู้จักและเคยไปรับประทานอาหารด้วยกัน เมื่อตนทราบรายละเอียดจึงรับปากว่าจะช่วยติดตามเรื่องคดีและทวงถามความรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาล

กรณีนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพบาดแผลและข้อความระบุว่า ถูกชายที่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนใช้แก้วทำร้ายใบหน้า ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าด้านซ้ายและมีปัญหาการควบคุมใบหน้า พร้อมระบุว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่รักษาตัว ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ยังไม่ได้รับคำขอโทษหรือการเยียวยา ขณะที่สภาพจิตใจยังไม่ดีและต้องขอพักรับงาน พร้อมติดแฮชแท็กรัตนบุรีและสุรินทร์

ส่วนคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏชายสวมเสื้อสีขาวลุกจากที่นั่ง ก่อนเข้าทำร้ายหญิงสาวที่นั่งหันหลังอยู่ภายในร้าน ขณะที่มีบุคคลอื่นอยู่บริเวณใกล้เคียง

บัวขาว กล่าวว่า ตามที่น้องเล่าให้ฟัง เหตุเกิดขึ้นประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุคู่กรณีเคยพูดคุยว่าจะดูแลค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องกลับเงียบลง กระทั่งน้องนำใบเสร็จหรือรายละเอียดค่ารักษาพยาบาลไปทวงถาม กลับถูกปฏิเสธและได้รับคำตอบว่า “ถ้าอยากได้ให้ไปเอาที่ศาล” น้องจึงโพสต์ระบายผ่านโซเชียลของตัวเอง เมื่อตนเห็นข้อความจึงโทรศัพท์ไปสอบถาม ก่อนออกมาช่วยอีกแรงผ่านโซเชียลของตน

สำหรับผลกระทบ บัวขาว เล่าถึงอาการตามที่ได้รับฟังจากน้องว่า มีบาดแผลจากแก้วบริเวณใบหน้าลึกเกือบถึงกะโหลก เส้นประสาทขาดและตาบวม ปัจจุบันควบคุมใบหน้าและปากแทบไม่ได้ มีน้ำลายไหลเวลารับประทานอาหาร ต้องคอยปิดบังใบหน้าเมื่อออกไปข้างนอก จากคนที่เคยร่าเริงและช่วยเหลือผู้อื่นได้ กลับรู้สึกว่าทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เหมือนเดิม และได้รับผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก

บัวขาว กล่าวอีกว่า น้องยังกังวลเกี่ยวกับพื้นที่ที่อาศัยอยู่ โดยบอกตนว่าอีกฝ่ายมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีเงินและมีอำนาจในพื้นที่อยู่บ้าง จึงไม่กล้าออกมาพูดหรือดำเนินการต่าง ๆ แต่ตนเห็นว่าเรื่องนี้ต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีอิทธิพล จึงเข้ามาช่วยดูแลสิทธิของน้อง เพราะมองว่าเหตุการณ์ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนคนหนึ่ง

ส่วนประเด็นคดี บัวขาว ระบุว่า ตนเห็นว่ามีหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม และบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ดำเนินการตามกฎหมายได้ โดยแสดงความเห็นจากภาพเหตุการณ์ว่าอาจเข้าข่ายพยายามฆ่า และมองว่าเรื่องนี้อาจยอมความกันไม่ได้ในทางกฎหมาย

เมื่อรับปากว่าจะช่วยแล้ว ตนจะเดินหน้าติดตามคดี รวมถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับพยานหลักฐาน และรายละเอียดบริเวณจุดเกิดเหตุภายในร้านที่น้องไปนั่งรับประทานอาหาร เพื่อให้ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร พร้อมให้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม บัวขาว ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบคู่กรณีและได้พูดคุยกับน้องเพียงฝ่ายเดียว ล่าสุดน้องบอกว่าได้ไปไกล่เกลี่ยและเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และตามที่น้องเล่า อีกฝ่ายไม่รับผิดชอบ จึงเป็นเหตุให้ออกมาโพสต์ระบาย

บัวขาว กล่าวว่า ในตอนแรกน้องไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากมาย เพียงอยากพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าหรือศัลยกรรมเพื่อรักษาใบหน้า อยากกลับมามีชีวิตที่เบิกบานและไปไหนมาไหนได้อย่างร่าเริงเหมือนเดิม แต่เมื่อสิ่งที่ร้องขอถูกปฏิเสธ ตนจึงบอกน้องว่าต้องเรียกร้องให้ถึงที่สุด พร้อมฝากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบหรือแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการแสดงท่าทีว่าเป็นคนใหญ่คนโต มีเงินหรือมีอำนาจ ไม่ได้ช่วยอะไร และเรื่องนี้ต้องดำเนินไปภายใต้กฎหมาย

ผู้สื่อข่าวติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้เสียหาย ชาวจังหวัดสุรินทร์ หลังโพสต์ภาพบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ผู้เสียหาย กล่าวว่า เธอแจ้งความแล้วหลังเกิดเหตุ ส่วนที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราว เพราะฝ่ายคู่กรณีรับปากว่าจะรับผิดชอบเต็มที่ ทำให้กลับมาสวยเหมือนเดิมหรือสวยกว่าเดิม พร้อมบอกให้รักษากับแพทย์อย่างเต็มที่แล้วนำใบเสร็จมาเบิกค่าใช้จ่าย แต่เมื่อผ่านไป 1 เดือน กลับไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้

ในการนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 22 ต.ค.2569 เธอแจ้งยอดค่ารักษาตามใบเสร็จและขอให้อีกฝ่ายจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก่อน แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ โดยบอกว่าจะนำไปวางในชั้นศาลเท่านั้น เธอระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำขอโทษ และเห็นว่าคู่กรณีไม่ได้แสดงความสำนึกผิด จึงต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้เสียหาย เล่าว่า เธอไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งหลังโรงเรียนในตัวอำเภอ หลังนั่งลงและพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ชายจากโต๊ะข้าง ๆ เดินมาขอชนแก้ว โดยพูดขอสองครั้ง พร้อมถามว่าขอจับมือด้วยได้หรือไม่ เธอปฏิเสธการจับมือ แต่ชนแก้วด้วย 1 ครั้งตามมารยาท ก่อนชายคนนั้นกลับไปที่โต๊ะ ทั้งนี้ เธอไม่เคยพบหรือพูดคุยกับเขามาก่อน

ต่อมาชายคนเดิมเดินมาหน้าโต๊ะอีกครั้ง ลักษณะเหมือนจะขอชนแก้ว ก่อนชนโต๊ะจนขวดเบียร์ล้มหกใส่ตัว โทรศัพท์ และกางเกงของเธอ เธอจึงบอกผ่านเพื่อนของเขาให้ซื้อเบียร์คืน 3 ขวด เพื่อนของชายคนนี้พยายามบอกให้ขอโทษและชดใช้ แต่เธอสังเกตว่าเขามีอาการเมามากและพูดจาไม่รู้เรื่อง ก่อนเข้ามานั่งข้างเธอทางซ้าย แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรในลักษณะที่เธอรู้สึกว่าเป็นการหาเรื่อง

ระหว่างนั้นเขาพยายามจับแขนในลักษณะที่เธอรู้สึกว่าเป็นการลวนลาม โดยจับถูกแขน 1 ครั้ง เธอจึงใช้มืออีกข้างดึงแขนตัวเองและขยับออกห่าง ก่อนเรียกเจ้าของร้านให้มาเชิญเขาออกจากโต๊ะ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย เธอเห็นว่าเขามีท่าทีเหมือนเสียหน้า ก่อนกลับไปนั่งหันหลังให้ที่โต๊ะของตัวเอง

ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเธอนั่งเล่นโทรศัพท์ ชายคนนี้ลุกเดินเข้ามาตบตรงขมับบริเวณหางตาโดยไม่ได้พูดอะไรก่อน ทำให้ตาพร่ามัวและหมดสติไปช่วงสั้น ๆ เธอมาทราบภายหลังว่าเขาใช้แก้วทำร้าย จนบาดใบหน้าและมุมปาก หลังมีคนช่วยเรียกจนฟื้น เธอยังไม่ทราบว่าใบหน้ามีบาดแผลมากเพียงใด ก่อนมีผู้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

ส่วนอาการบาดเจ็บ เธอระบุว่า หลังแผลเริ่มสมานเกิดแผลเป็นบนใบหน้าด้านซ้าย และเส้นประสาทบริเวณปากด้านซ้ายขาด ทำให้ควบคุมปากบริเวณนั้นไม่ได้ เวลาอมน้ำ น้ำจะไหลออกจากปาก ขณะรับประทานอาหารมีอาหารกระเด็นออกมาและมีอาการติดคอ การใช้หลอดดื่มเครื่องดื่มก็ทำได้ลำบาก

แม้ในโพสต์ก่อนหน้านี้เธอระบุว่าสูญเสียการควบคุมตลอดชีวิต แต่ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ผู้เสียหาย เล่าว่าแพทย์แจ้งว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี โดยเส้นประสาทอาจเชื่อมต่อกันได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะเชื่อมต่อได้ ทำให้เธอวิตกกังวลจนกินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ และเมื่อเห็นใบหน้าที่มีบาดแผลก็มีความรู้สึกอยากตายทุกวัน เธอยังนึกถึงเหตุการณ์อยู่ตลอดจนไม่กล้าออกจากบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างพบจิตแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า เธอกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมองว่าคู่กรณีเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลในอำเภอ จึงกลัวว่าจะถูกทำร้ายซ้ำและคดีจะไม่ไปถึงที่สุด สำหรับความคืบหน้าคดี เธอระบุว่าตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เท่าที่ทราบคร่าว ๆ มีข้อหาทำร้ายร่างกาย และเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเต็มที่ โดยเธอได้แจ้งเรื่องให้ทนายความทราบแล้ว ขณะนี้ยังไม่ประสงค์เจรจาไกล่เกลี่ย และขอให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด


แท็กที่เกี่ยวข้อง  บัวขาว บัญชาเมฆ ,แก้วฟาดหน้า

คุณอาจสนใจ