สังคม

หลานกระเตงยาย 97 ปี หอบเอกสารอุทธรณ์เงินน้ำท่วม หลังแอป “ทางรัฐ” ระบุว่า “ไม่อนุมัติ”

3 ชั่วโมงที่แล้ว

48 views

หลานกระเตงยาย 97 ปี หอบเอกสารอุทธรณ์เงินน้ำท่วม หลังแอป “ทางรัฐ” ระบุว่า “ไม่อนุมัติ” บอกต้องปรินต์สี เสียเงินเฉียดร้อย ขณะที่มีประชาชนมายื่นขอรับเงินเยียวยาของ กทม. สะท้อน ยุ่งยาก-ใช้เอกสารเยอะ ต้องพรินต์ภาพความเสียหายใส่กระดาษ A4 อีก

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำนักงานเขตสายไหม พบว่าได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้สำหรับรองรับประชาชนที่จะมายื่นทั้งของรับเงินเยียวยา 9,000 บาท ของ ปภ. และอีกส่วนหนึ่งคือ รองรับการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเยียวยากรณีเหตุอุทกภัย ซึ่งอันนี้เป็นของ กทม. โดยได้มีการจัดเตรียมสถานที่ไว้ที่ชั้น 2 ของสำนักงานเขต และมีการแบ่งห้องอย่างชัดเจน

ทีมข่าวเจอกับคุณยายบุญผล เหมปั้น อายุ 97 ปี ที่มากับหลานคือ คุณหนึ่ง อายุ 45 ปี และคุณสุปราณี อายุ 58 ปีลูกสาวของคุณยาย (มีศักดิ์เป็นน้าสาวของคุณหนึ่ง) โดยพวกเขาอาศัยอยู่ในชุมชนจัดสรร 2 สุขาภิบาล 5 แยก 32 ซึ่งสาเหตุที่เป็นเพราะว่า สมาชิกในครอบครัวได้ลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” เรียบร้อยแล้ว แต่ระบบขึ้นว่า “การพิจารณาเสร็จสิ้น-ไม่อนุมัติ” วันนี้จึงต้องพาคุณยายวัย 97 ปี ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน มาที่สำนักงานเขตด้วย

คุณหนึ่ง เล่าว่า คุณยายเป็นผู้ป่วยใส่เหล็กที่แขน และเดินไม่สะดวก แต่ต้องเดินทางมายังสำนักงานเขตพร้อมกับญาติ เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมน้ำท่วม แต่พอยื่นคำร้องแล้วกลับไม่อนุมัติ

วันนี้จึงต้องเอาเอกสารทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีเงินฝาก มาถ่ายเอกสารที่ร้านค้าในสำนักงาน รวมถึงต้องเอารูปความเสียหายปรินต์ใส่เอกสาร โดยเจ้าตัวไปปรินต์สี ในราคาแผ่นละ 10 บาท ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสารและปริ้นท์สีรวมแล้วกว่า 78 บาท

คุณหนึ่ง ยังเล่าว่า ที่บ้านพักอาศัย น้ำท่วมขังระดับสูงถึงหัวเข่าของคุณยายเป็นเวลา 3-4 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ พร้อมกับสะท้อนถึงความยุ่งยากในขั้นตอนการเตรียมเอกสาร บอกว่าตนเองต้องเตรียมเอกสารเยอะ และถ่ายเอกสารอีก ทั้งสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือก็ต้องมีโฉนดที่ดิน อีกทั้งหาร้านถ่ายเอกสารได้ยาก แตกต่างจากการลงทะเบืยนผ่านแอป “ทางรัฐ” ที่ไม่ต้องใช้เอกสารอะไรเลย /ซึ่งในขณะนี้ทางน้าสาวได้ขึ้นไปดำเนินการอยู่ ว่าสาเหตุที่ไม่ได้รับการอนุมัติเป็นเพราะอะไร

ทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เต็มจำนวนตามกรอบโครงการ ส่วนตัวคิดว่า “มันได้ไม่ถึงหรอก ตามพิจารณา โครงการเขาให้ถึง 9,000 บาท แต่แความเป็นจริงมันได้ไม่ถึงหรอก แบบที่ผ่านๆ มา มันก็คงได้ไม่ถึงหรอก แค่ชื่อโครงการหรูหราแค่นั้นแหละ"

แต่แม้ขั้นตอนเอกสารจะสร้างความสับสนและต้องใช้เวลารอคอยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่าย แต่ก็ได้รับคำแนะนำ และการบริการอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ทางด้านคุณยายบุญผล วัย 97 ปี ซึ่งนั่งรอเจ้าหน้าที่ด้วยความอ่อนเพลีย ได้กล่าวสั้นๆ ว่า รู้สึกกลัวช่วงที่เกิดน้ำท่วม และปัจจุบันแม้น้ำจะลดลงแล้ว แต่ตนเองไม่สามารถเดินได้สะดวกเนื่องจากเคยผ่าตัดใส่เหล็กที่ขา วันนี้รู้สึกเหนื่อยและง่วงนอน อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน โดยมีหลานชายคอยดูแลดำเนินการเรื่องเอกสารอุทธรณ์ให้จนเสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้คุยกับ คุณสุปราณี น้าสาวของคุณหนึ่ง ซึ่งได้เปิดโทรศัพท์ให้ทีมข่าวดูว่าลงทะเบียนแล้ว แต่ระบบบอกว่าไม่อนุมัติ แต่หลังจากมาสอบถามเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเขตสายไหม ก็ได้รับการแก้ไขให้เรียบร้อยแล้ว

คุณสุปราณี เปิดเผยว่า ที่บ้านอาศัยอยู่ร่วมกันประมาณ 5–6 คน และมีคุณแม่อายุ 97 ปี เป็นเจ้าบ้าน ในตอนแรกเห็นข่าวประชาสัมพันธ์ว่าสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันได้เพื่อความสะดวก จึงลองกดลงทะเบียนในแอป แต่เนื่องจากคนในบ้าน และหลานๆ ต่างคนต่างทดลองกดลงทะเบียนพร้อมกัน ทำให้ข้อมูลเกิดการชนกันในระบบ ทำให้ระบบขึ้นว่าไม่อนุมัติ และตัดสิทธิ์ยกบ้าน

จึงตัดสินใจเดินทางมาที่สำนักงานเขต เพื่อขอคำแนะนำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำเขตได้ช่วยตรวจสอบ และแนะนำว่าคุณแม่ ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา จึงให้เตรียมเอกสารยื่นในนามของคุณแม่แทน เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว โดยกระบวนการยื่นเอกสารที่เขตใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง และต้องมีขั้นตอนถ่ายสำเนาเอกสาร และกรอกแบบฟอร์มตามที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้การดูแลและแนะนำขั้นตอนอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มาที่สำนักงานเขต ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปได้ ก็จะต้องเตรียมบัตรสำเนบประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ติดตัวมา พร้อมกับกรอกคำร้องขอรับความช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งทางเขตการจัดเตรียมเอาไว้

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการกรอกข้อมูลและทำให้ผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งตลอดทั้งวันตั้งแต่ 08.00น. จนถึงช่วงประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง มีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนขอเงินเยียวยา 9,000 บาท 116 คนแล้ว

นอกจากนี้ทางสำนักงานเขตยังได้จัดสรรพื้นที่อีกจุดหนึ่งสำหรับให้ประชาชนได้ยื่นเอกสารคำร้องขอรับความช่วยเหลือเยียวยาของ กทม. ซึ่งในส่วนนี้จะพิจารณาเฉพาะตัวโครงสร้างบ้าน

สำหรับประชาชนที่จะยื่นก็จะต้องกรอกแบบฟอร์มที่ทางสำนักงานเขตจัดเตรียมเอาไว้ให้ ทั้งคำร้องขอรับความช่วยเหลือ แบบสอบปากคำ และแบบฟอร์มขอรับเงิน

แต่ในส่วนเงินเยียวยาของ กทม. ประชาชนจะต้องเตรียมเอกสารมาค่อนข้างเยอะ ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาสมุดบัญชีธนาคารออมทรัพย์ รูปภาพความเสียหายปรินต์ลงในกระดาษ a4 เป็นภาพสีหรือขาวดำ และหากเจ้าบ้านมาไม่ได้ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบและผู้รับมอบ

นั่นทำให้ชาวบ้านบางคน อย่างคุณอ้อย อายุ 62 ปี ชาวบ้านชุมชนดวงมณี ที่บอกว่าตนเองไม่รู้หนังสือ และ ถึงกับเดินมาหาทีมข่าว และบ่นว่ามันยุ่งยาก

ก่อนจะเปิดใจว่า ถ้าจะให้ คุณก็พิสูจน์ได้อยู่แล้วว่าน้ำมันท่วมขนาดนี้ ก่อนชี้ไปที่เอกสารที่ต้องกรอก แล้วก็บ่นกับผู้สื่อข่าวว่าแล้วตนเองก็ต้องเอาเอกสารพวกนี้ไปให้คนที่โง่ๆ เซ่อๆ ที่เป็นเพื่อนบ้านและได้รับผลกระทบเหมือนกันอ่าน

ส่วนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตนเองก็ทำไม่เป็น เดี๋ยวต้องไปให้เด็กน้อยที่เซเว่นทำให้ และตนก็อ่านหนังสือไม่ออก

ส่วนตัวมองว่าทางรัฐบาล และทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำให้มันยุ่งยาก พร้อมสะท้อนว่าขอให้ใช้เอกสารให้น้อยกว่านี้หน่อย ไม่ต้องไปหาพวกโฉนด เพราะโฉนดตนก็จำนองอยู่ แล้วต้องไปขอถ่ายเอกสารมา นี่ยังดีที่ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ ดีที่เค้าลดไปแล้ว ไม่อย่างนั้นต้องไปแจ้งความที่สน.อีก

อย่างไรก็ตามสำหรับชาวกรุงเทพมหานคร สามารถที่จะลงขอรับเงินเยียวยาในส่วนนี้ของ กทม. ได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่นทางรัฐเช่นกัน จะมี banner ให้กดเข้าไปเพื่อลงทะเบียน พร้อมกับแนบรูปความเสียหาย โครงสร้างของบ้าน


คุณอาจสนใจ

Related News