สังคม

ประกาศขายสวนสยาม 1 หมื่นล้าน เจ้าของเครียดหนักสุดในชีวิต ยินดีหากนายกฯ อยากซื้อจะได้เป็นบุญ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

439 views

“เจ้าของสวนสยาม” เปิดใจ น้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในชีวิต เสียหายกว่า 300 ล้านบาท เผยวันแรกถึงขั้นอยากปลิดชีพ หลังเงินหมดคลัง ไม่มีรายได้จ่ายพนักงาน นอนไม่หลับ 7 วัน 7 คืน ลั่น หากใครอยากซื้อพร้อมขายในราคา 10,000 ล้านบาท ยินดีหาก “นายกฯ อนุทิน” อยากซื้อ จะได้เป็นบุญ และพร้อมจะช่วยดูแลให้

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม คือสวนสยามทะเลกรุงเทพ ในพื้นที่เขตคันนายาว ส่งผลให้สวนสนุกได้รับผลกระทบและเครื่องเล่นได้รับความเสียหาย สวนสยามมีพื้นที่กว่า 300 ไร่ แบ่งเป็นโซนเครื่องเล่น และสวนน้ำ ประมาณ 270 ไร่ โดยได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะที่ปีนี้ถือเป็นปีที่ 47 ที่สวนสยามเปิดให้บริการ

โดยทีมข่าวได้เข้าไปสำรวจภายในสวนสยาม พบว่าขณะนี้ยังไม่ได้เปิดให้บริการ รวมถึง เครื่องเล่นไม่ได้มีการเปิดให้ใช้บริการ ขณะที่แม่ค้าบางส่วนทยอยเข้ามาเก็บข้าวของและร้านค้า หลังถูกน้ำท่วม สำหรับสิ่งที่เป็นภาพจำของหลายคนอย่างสวนน้ำภายในสวนสยาม ขณะนี้พบว่าน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น เนื่องจากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยน้ำที่อยู่ภายในสระมีสภาพขุ่นและมีกลิ่นเหม็นอย่างชัดเจน ขณะที่สวนสัตว์เหลือเพียงสัตว์บางส่วนเนื่องจากส่วนใหญ่ได้ตายลงไปแล้ว เหลือเพียงแค่ เนื้อทราย ไก่ เป็ด กิ้งก่า ม้า สัตว์ที่เหลืออยู่อยู่ระหว่างการพิจารณาย้ายไปไว้ที่อื่น

ด้าน ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้าของสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดเผยว่าหลังน้ำเข้าท่วมภายในสวนสยาม พนักงานกว่า 400 คน พร้อมสำนักงานเขตคันนายาวได้นำเครื่องสูบน้ำเข้ามา ช่วยกันเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ ทำให้สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีชาวบ้านอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมทั่วประเทศ

ดร.ไชยวัฒน์ ยอมรับว่า วิกฤตที่สวนสยามกำลังเผชิญในครั้งนี้ถือว่าหนักมาก และหนักที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมา ส่วนที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าสวนสยามจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ภายใน 6 เดือนนั้น หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ก็อาจจะกลับมาเปิดได้เร็วกว่านั้น ส่วนเครื่องเล่นขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด เนื่องจากน้ำเข้าไปในไดโว่ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำงานของเครื่องเล่นและอยู่ด้านล่าง ทำให้จมน้ำทั้งหมด



ดร.ไชยวัฒน์ ยอมรับว่า ขณะนี้ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก เงินในคลังหมด และไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการ ขณะที่พนักงานก็ได้รับความเดือดร้อน รู้สึกสงสารพนักงานเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่ผ่านมาได้ทำอาหารเลี้ยงพนักงานทุกวัน แต่ขณะนี้ก็เริ่มไม่ไหวแล้ว และไม่มีเงินจ่ายพนักงาน หากไม่สามารถจ่ายเงินเดือนได้เป็นเวลา 1-2 เดือน พนักงานก็คงต้องออก



ขณะนี้จึงกำลังคิดว่าจะเร่งฟื้นฟูสวนสยามให้เร็วที่สุด พร้อมติดต่อบริษัทในต่างประเทศให้เข้ามาดูแลเรื่องการซ่อมแซม เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้เร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 3 เดือนจึงจะกลับมาเปิดได้ แต่ยังต้องรอการประเมินจากวิศวกรของบริษัท ต่างประเทศเจ้าของเครื่องเล่นก่อน



ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าน่าจะมากกว่า 300 ล้านบาทอย่างแน่นอน เนื่องจากเครื่องเล่นบางส่วนไม่สามารถซ่อมแซมได้ในประเทศไทย ขณะที่โดยปกติสวนสยามมีรายได้ประมาณวันละ 1 ล้านบาท



ส่วนตัวเคยขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยอยากให้ช่วยเหลือในวงเงินประมาณ 500 ล้านบาท และเมื่อวานนี้ลูกชายก็วิ่งวุ่นตลอดทั้งวัน ทั้งการพูดคุยกับกรุงเทพมหานคร หอการค้า และรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกกับตนว่า “ไม่เป็นไร ยังมีที่ดินเยอะ รวย” ฝหมายความว่าตนเองต้องขายที่ดินสวนสยาม หากขายได้ก็จะขาย แต่รู้สึกเสียดายที่จะไม่มีสถานที่ให้คนได้มาพักผ่อน

“หากท่านนายกมีเงินก็สามารถมาซื้อสวนสยามไปได้ และจะได้บุญด้วย เพราะมีเงินของนายกรัฐมนตรีเยอะแยะ หากจะใช้เงินรัฐมาจ่ายก็น่าเสียดาย จึงอยากให้ใช้เงินส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีมาซื้อ และทำเป็นสวนสนุกส่วนตัว โดยตนจะช่วยดูแลให้” ดร.ไชยวัฒน์ กล่าว

ส่วนอนาคตของสวนสยามว่าจะเปิดให้บริการต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน ต้องดูจากบริษัทและธนาคารที่กู้เงินอยู่ ซึ่งตนเองอาจจะต้องจัดการเรื่องล้มละลายหรือหาทางใดทางหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้นก็จะอยู่ไม่ได้

เมื่อถามว่ารู้สึกเสียดายหรือไม่กับสิ่งที่ทำมาตลอดระยะเวลานาน ระบุว่า “ฟ้าดินไม่อำนวย” และมองว่าเสียดายไปก็ไม่มีประโยชน์ โดยขณะนี้นอนไม่หลับมา 7 วัน 7 คืนแล้ว แต่ใจยังสู้อยู่ เพียงแต่หากต้องสู้คนเดียวก็คงไม่ไหว เพราะทำมาคนเดียวมากว่า 40 ปีแล้ว แต่หากยังสามารถอยู่ได้ก็จะต้องอยู่ และจะไม่ทิ้งสวนสยามไปไหน พร้อมระบุว่า หากมีคนบอกว่าขายที่แล้วจะร่ำรวย ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร เพราะอายุก็ 90 ปีแล้ว และไม่รู้ว่าปีหน้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

พร้อมเปิดเผยว่า ในวันแรกที่น้ำท่วม รู้สึกอยากจะยิงตัวเองตาย แต่ก็สู้มาจนถึงขนาดนี้แล้ว ก็ต้องสู้ต่อไป

สำหรับสวนสัตว์ เตรียมจะย้ายไปไว้ที่ วัดพระพุทธชินวงศ์ จังหวัดพะเยา โดยสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เพาะเลี้ยงในประเทศ ซึ่งเลี้ยงมานานกว่า 30 ปี และดูแลรักษาเป็นอย่างดี แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ต้องเร่งช่วยกันขนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ ซึ่งคนที่เข้าไปขนย้ายเป็นพนักงานไม่มีความชำนาญในด้านการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะ รวมถึงสัตว์บางตัวมีอาการขี้กลัวตกใจง่ายบางตัวก็ชนกำแพงตาย บางตัวก็ตกใจตาย อย่างเช่น เนื้อทราย จากเดิมที่มีมากกว่า 20 ตัว ขณะนี้เหลือประมาณ 10 ตัว

ส่วนเรื่องการแจ้งเตือน กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่าจะมีฝนและน้ำ แต่ไม่คิดว่าน้ำจะมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ โดยหากมีการแจ้งเตือนเหมือนปี 2554 ในปีนั้นสามารถป้องกันน้ำได้ แต่ครั้งนี้ไม่รู้เลยว่าน้ำจะมาถึงอย่างรวดเร็วและมีปริมาณมากขนาดนี้ เปรียบเหมือน “โจรปล้นบ้าน มาถึงก็ยิงปืนใส่เลย”

หลังจากนี้ หากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือเลย ก็คงต้องขายสวนสยามทิ้ง และจะทำให้สบายใจ หรืออาจขายที่ดินพร้อมเครื่องเล่นทั้งหมด พร้อมประกาศว่า สวนสยามจะขายที่ดินทั้งหมด หากใครต้องการ ในราคา 10,000 ล้านบาท เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ ระบุว่า หากมัวแต่เสียดายก็จะเป็นการทรมานจิตใจตัวเอง และเป็นการบ่อนทำลายทั้งคนที่มาเที่ยวและพนักงาน แต่หากขายทิ้งไป พนักงานก็จะได้รับเงินชดเชย

คุณอาจสนใจ