สังคม

ผู้ดูแลเนอร์สซิงโฮม นนทบุรี ยืนยันไม่มีโซ่ตรวน ไม่มีทำร้ายร่างกาย "เราอยู่กันแบบพี่น้อง"

2 ชั่วโมงที่แล้ว

25 views

หลังเมื่อวานมีการพาดพิงถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่นนทบุรี ล่าสุดวันนี้ นายแพทย์ ศิลปะริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย นายศุภชัย สิงโห ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่4 หรือ ศบส.4 นำทีมพร้อมตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ บ้านเสริมสุข (เนอสซิ่งโฮม) จำกัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน ซอยเรวดี 22 ถนนติวานนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี


ปรากฏไปเจอว่าที่นี่เปิดให้บริการ 2 อาคาร แต่ขออนุญาตแค่ 1 อาคารเท่านั้น คือ อาคารแรก เป็นอาคารชั้นเดียว 9 เตียง สบส.เคยเข้ามาตรวจตอนขออนุญาต จากการลงพื้นที่เริ่มจาก ผอ.ศบส.4 กดกริ่งที่หน้าศูนย์ขอเข้าไปตรวจสอบ ผู้ดูแลบ้านเสริมสุขฯ จะเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบริเวณด้านใน


ในช่วงระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน ทีมข่าวพบว่า มีผู้ป่วยที่พักอยู่ภายในบ้าน ส่งสัญญานมือ SOS ขอความช่วยเหลือจากชั้น 3 ของอาคารที่อยู่ติดริมถนน โดยเปิดหน้าต่างแล้วนำมือออกมาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ


ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนคุยกับคนที่อยู่ในศูนย์ซึ่งมีหลายชั้น บางคนบอกอยู่ที่นี่มา 1 เดือนแล้ว พ่อแม่ส่งมาบำบัด ตนเองเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ หรือบางคนตะโกนลงมาจากชั้น 2 บอกว่า ว่า เข้ามาอยู่บ้านตั้งแต่ปี 2566 และที่ขอความช่วยเหลือกับนักข่าว เพราะอยากให้ติดต่อพ่อแม่ให้มาดูแลหน่อย บ้านของพ่อแม่อยู่ที่ จ.อ่างทอง พร้อมบอกว่า อยู่ที่นี่ เขาล่ามโซ่ ตนเองป่วยเป็นเบาหวาน เวลาอาการเบาหวานกำเริบก็ไม่มียาให้กิน ก่อนอ้างว่าตนเองเคยโดนทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะเบ้าตา ยังมีรอยแผลเป็นอยู่เลย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใครออกไปนอกพื้นที่ โดยยังอ้างว่าเจ้าหน้าที่ข้างใน ที่มีประมาณ 5-6 คน และก็บอกตนเองว่า ไม่ให้ไปคุยกับนักข่าว ซึ่งระหว่างนี้ก็มีเพื่อนผู้ป่วยจากห้องอื่นก็ตะโกนออกมาอีกว่าโดนทุกคน


ทีมข่าวยังได้คุยกับเจ้าของบ้านในเครือ "บ้านเสริมสุข" ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวถึงผู้ป่วยถูกล่ามโซ่หรือถูกทำร้าย เจ้าของบ้านยอมรับว่า ในช่วงแรกเคยมีการใช้ผ้ามัดผู้ป่วยบางรายที่มีอาการอาละวาด หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก่อนดำเนินการจะขออนุญาตจากญาติก่อนทุกครั้ง เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป และยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือใช้ความรุนแรง พร้อมระบุว่าผู้ป่วยจิตเวชบางรายอาจไม่ยอมรับว่าตัวเองมีอาการป่วย ขณะที่เรื่องการให้คำปรึกษา มีพยาบาลวิชาชีพคอยให้คำแนะนำ


ด้านอาหารการกิน ยืนยันว่าผู้เข้าพักได้รับอาหารครบ 3 มื้อ โดยช่วงเช้าเป็นข้าวต้ม หมู หรือต้มจืด กลางวันมีอาหาร 2 อย่าง หรืออาหารจานเดียว เช่น ผัดซีอิ๊วและราดหน้า พร้อมขนมหวานหรือผลไม้ และมีนมให้ก่อนนอน ส่วนรายละเอียดค่าใช้บริการและแพ็กเกจการดูแลผู้ป่วยนั้น ไม่ทราบต้องถามทางศูนย์ใหญ่


สำหรับรายได้ เจ้าของบ้านระบุว่า ตนเองได้รับเป็นเงินเดือน ส่วนค่าเช่าบ้านเดือนละ 20,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ศูนย์ใหญ่เป็นผู้จ่ายให้พร้อมยืนยันว่าไม่มีกรงขังเหมือนเคสที่ จ.กาญจนบุรี อย่างแน่นอน


ทีมข่าวได้คุยกับป้าเขียว หนึ่งในผู้ดูแลบ้านเสริมสุข ตึกหญิง เล่าว่า ผู้ดูแลที่บ้านหลังนี้มี 2 คน โดยกินนอนอยู่ที่นี้ และมีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน 14 คน บ้านหลังนี้ไม่มีพยาบาลอยู่ แต่พยาบาลอยู่ที่ศูนย์ใหญ่ ป้าเขียว บอกว่าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 2-3 เดือน และยืนยันว่าที่ศูนย์นี้ไม่เคยมีการล่ามโซ่ หรือทำร้ายร่างกาย แต่อยู่กันแบบพี่น้อง


หลังเข้าตรวจราว 1.30 ชั่วโมง มีข้อมูลจาก สบส. บอกว่า ภายในอาคารชั้นเดียวที่ขออนุญาต 9 เตียง ตรวจพบ ทั้งหมด 11 เตียง และอาคาร 3 ชั้น ที่อยู่ในรั้วเดียวกัน ก็เปิดให้บริการด้วย รวมทั้งหมด 2 อาคาร มีผู้พักอาศัยรวม 81 เตียง ยิ่งไปกว่านั้น คือ ที่นี่ยังมีอีก 1 อาคาร ที่อยู่ห่างออกไป 150 เมตร เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีประตูรั้วรอบขอบชิด ภายใน มีผู้หญิงที่อยู่ในความดูแลอีก 14 คน แบ่งเป็น ผู้สูงอายิตดเตียง 70 ปี กับ 73 ปี และอีก 12 คน เป็นวัยรุ่น ซึ่งมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต


ด้าน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกประจำกรมสุขภาพจิต เปิดเผยหลังร่วมลงพื้นที่ ระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้นด้วยสายตา ยังไม่พบผู้ที่อยู่ในภาวะก่อความรุนแรง หรือเข้าข่ายเคสเหลือง-แดง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ทันที เนื่องจากต้องประเมินอย่างละเอียดโดยทีมสหวิชาชีพ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงการใช้ความรุนแรงหรือการล่ามโซ่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/KYxil0yHuhY

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เนอสซิ่งโฮม ,นนทบุรี

คุณอาจสนใจ

Related News