สังคม

“หลวงพ่ออดุล” บอกโล่งอก วัดคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะมาเอาคืนได้ หลังซ่อนโฉนดมา 36 ปี

17 ก.ย. 2569

38 views

“หลวงพ่ออดุล” เปิดใจหลังโฉนดเป็นชื่อวัดและนำตัวจริงฝากสำนักงานพระพุทธศาสนา ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด บอกโล่งอก วัดคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะมาเอาคืนได้ ย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคน รวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 ก.ย. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น บรรยากาศภายในวัดยังคงเป็นไปตามปกติ มีญาติโยมเดินทางมาทำบุญอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้สูงใหญ่ภายในวัด โดยพระครูอดุลสารนิเทศกล่าวถึงความรู้สึกหลังเรื่องโฉนดที่ดินของวัดเรียบร้อยว่า ตลอดระยะเวลา 36 ปีถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ต้องเก็บรักษาโฉนดไว้หลายแห่ง “เอาโฉนดไว้ตรงนั้นบ้าง เอาไว้ตรงนี้บ้าง” แต่เมื่อขณะนี้โฉนดเป็นชื่อวัดแล้ว ทำให้รู้สึกสบายใจและโล่งใจที่สุด

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังเสร็จสิ้นกิจของสงฆ์ช่วงเช้าบนศาลา ก่อนเตรียมเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยมีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม และพูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าหลังจากนี้ตนเองจะเป็นอะไรไป วัดป่าอดุลยารามก็ยังคงอยู่ เนื่องจากโฉนดตัวจริงได้ถูกนำไปฝากเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นแล้ว ตามระบบที่เมื่อวัดได้รับโฉนดก็ต้องนำไปฝากไว้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด พอหลวงพ่อฝากโฉนดเสร็จเมื่อวานนี้ หลวงพ่อก็โล่งอกไปเลย หลวงพ่อจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ทีนี้ วัดก็ยังคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะมาเอาคืนได้ ขณะนี้ถือว่าวัดมีเกราะป้องกันเรื่องที่ดินแบบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วหรือไม่ พระครูอดุลสารนิเทศตอบว่า “ร้อยเปอร์เซ็นต์” และยืนยันว่าไม่สามารถนำอะไรไปได้แล้ว

ส่วนกรณีที่ฝ่าย “ป้าดา” มีความเคลื่อนไหวไปแจ้งความเอาผิดหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัดนั้น พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพคำสั่งศาล เพราะศาลเป็นที่สุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ป้าดาเคยได้รับอนุญาตจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งยอมรับคำสั่งดังกล่าว แต่เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการถวายอุทิศที่ดินให้วัดกลับไม่ยอมรับ เมื่อเป็นเรื่องของศาลก็ต้องยอมรับคำสั่งศาล การถวายอุทิศให้เป็นวัดนั้นสมบูรณ์แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งในการเลือกยอมรับคำสั่งศาลบางส่วน ก่อนระบุว่าไม่ต้องการพูดมากไปกว่านั้น และเห็นว่าหากเปิดโอกาสให้ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายนั้นก็จะเอาทุกอย่าง แต่เมื่อให้โอกาสอีกฝ่ายกลับถูกกล่าวว่าผิด ส่วนเรื่องใดที่กังวลอีกหรือไม่ เจ้าอาวาสกล่าวว่า ในฐานะมนุษย์ปุถุชนก็ยังมีความกังวลตามธรรมดา โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย แต่ยังเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาคอยดูแล รวมถึงเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ส่วนกรณีหากญาติของป้าดา หรือป้าบัวไข ต้องการเดินทางมาทำบุญที่วัด ทางวัดยังคงยินดีต้อนรับและไม่ได้ห้าม ทุกคนสามารถเข้ามาทำบุญได้ เพราะวัดเป็นสถานที่สาธารณประโยชน์ ไม่ได้จำกัดว่าใครจะทำบุญได้หรือไม่ได้ แม้แต่ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นก็เคยเดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ จึงเปิดให้ทุกคนมาทำบุญได้ตามปกติ

ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ลูกศิษย์ได้พาพระครูอดุลสารนิเทศเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ทันที

พร้อมกันนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายพงษ์ภัสสร คำบงกานต์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเดินทางนำอุปกรณ์ของวัดที่ยืมไปใช้งานมาคืน ระบุว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นจะรับรู้ต่อ ๆ กันมาจากรุ่นพี่ว่าสามารถมายืมอุปกรณ์จากวัดป่าอดุลยารามไปใช้งานได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องนำอุปกรณ์กลับมาคืนให้ครบ โดยนักศึกษาต่างมายืมอุปกรณ์ของวัดกันมาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และคาดว่าจะยังคงมายืมจนเรียนจบระดับปริญญาตรี เรื่องข้อพิพาทที่ดินของวัด ส่วนตัวติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนมีการนำเสนอในรายการโหนกระแส เนื่องจากตนพักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และเคยขับรถผ่านแล้วพบว่ามีท่อมาติดตั้งจนไม่สามารถเข้าเส้นทางดังกล่าวได้ จึงเกิดความสงสัย ก่อนเข้าไปติดตามข้อมูลใน Facebook และเห็นว่าประเด็นเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น กระทั่งถูกนำเสนอผ่านรายการโหนกระแส โดยในมุมหนึ่งเข้าใจว่าอีกฝ่ายอาจพยายามหาสิทธิของตนเอง แต่เมื่อพื้นที่ดังกล่าวเป็นวัดและเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว ก็เห็นว่าไม่ควรกลับมาหาสิทธิเพื่อนำพื้นที่ของวัดคืนอีก ขณะเดียวกันเมื่อขณะนี้วัดได้รับโฉนดแล้ว ก็เห็นว่าสมควรแล้วที่จะเป็นของวัด

นายพงษ์ภัสสรกล่าวอีกว่า ทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นและชุมชนในพื้นที่ต่างได้อาศัยวัดแห่งนี้เป็นสถานที่บำเพ็ญประโยชน์ กรณีที่ป้าดาระบุถึงการดำเนินการออกโฉนดและมีการไปแจ้งความ โดยกล่าวในลักษณะว่ามีการออกโฉนดไม่ถูกต้องนั้น นายพงษ์ภัสสรแสดงความเห็นว่า อาจเป็นความคลาดเคลื่อนของหน่วยราชการที่มีการออกเอกสารซ้ำซ้อน แต่หากมองตามหลัก “Rule of Law” และในมุมของกฎกับวัด เห็นว่าไม่ควรหาเหตุผลเพื่อนำมายึดพื้นที่ของวัดอีกแล้ว “วัดก็คือวัด ก็ไม่น่าจะไปยุ่งอะไรกับวัดแล้ว ให้เป็นที่ประโยชน์ของชุมชน มากกว่าที่จะเป็นของใครคนหนึ่ง”


แท็กที่เกี่ยวข้อง  หลวงพ่ออดุล ,ขอนแก่น

คุณอาจสนใจ

Related News