สังคม

“อ.จตุรงค์” ดักรอ “ป้าดา” แนะชาวขอนแก่นใช้ยาแรงคว่ำบาตรทายาท

2 ชั่วโมงที่แล้ว

60 views

“อ.จตุรงค์” ลงพื้นที่ให้กำลังใจตำรวจ ดักรอ “ป้าดา” แต่ไม่พบ ส่ายหัวถาม “หลักฐานเด็ด” เด็ดไหมล่ะ! กี่ครั้งแล้วที่โดนหลอก เสนอชาวขอนแก่นใช้ยาแรง คว่ำบาตรทางสังคมต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทายาทที่ติดการพนันนำไปสู่การอยากได้ที่คนอื่น

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 ส.ค. 2569 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น อ.จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา เดินทางลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีของ “ป้าดา” ซึ่งในวันเดียวกันครบกำหนด 15 วันตามหมายเรียกครั้งที่ 1 ขณะนั้นเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนครบกำหนดตามหมายเรียก หากป้าดาไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเวลาที่ อ.จตุรงค์เดินทางมาถึง ยังไม่พบว่าป้าดาหรือทนายความติดต่อขอเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

อ.จตุรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองติดตามการนำเสนอ “หลักฐานเด็ด” ของป้าดามาแล้วหลายครั้ง โดยทุกครั้งมีการระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญระดับ “สะท้านปฐพี โลกจะสะเทือน” แต่เมื่อตนใช้เวลาตรวจดูหลักฐานประมาณชั่วโมงเศษ กลับไม่พบสิ่งที่เห็นว่าเป็นหลักฐานเด็ดตามที่ประกาศไว้ ผมมานั่งรอดูทุกรอบ ดูเสร็จประมาณชั่วโมงเศษก็ได้แต่ส่ายหัวว่า นี่หรือหลักฐานเด็ด ตอนที่นำหลักฐานมาแสดงต่อสื่อ ผมก็อยากถามสื่อมวลชนจากใจว่า พวกคุณเห็นว่าเด็ดหรือไม่

อ.จตุรงค์ยังกล่าวถึง “วรเดช” ที่ปรึกษากฎหมายของป้าดาซึ่งมีการเปิดตัวในการแถลงข่าวเดินทางมาร่วมกับฝ่ายป้าดา โดยระบุว่า เป็นอดีตผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนา และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราดและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมอ้างว่า สมเด็จพระราชาคณะสายพระนครศรีอยุธยาหลายรูปที่รู้จักกับตนฝากให้เตือนว่า “เบาได้เบา” ท่านวรเดชควรพิจารณาดูคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาประกอบด้วย ไม่ควรนำเครดิตจากการเคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการหรือผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมาใช้สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในลักษณะดังกล่าว เพราะอาจกระทบต่อการทำงานของคณะสงฆ์

“ฝากพี่วรเดชด้วยความเคารพว่า เบาได้เบา ควรดูคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาด้วย การนำเครดิตความเป็นอดีตผู้ตรวจการหรืออดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมาใช้แบบนี้ ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง และขอยืนยันว่าสมเด็จฝ่ายอยุธยาไม่ปลื้มกับพฤติกรรมครั้งนี้” อ.จตุรงค์กล่าว

สำหรับการเดินทางมาที่ สภ.เมืองขอนแก่นครั้งนี้ อ.จตุรงค์กล่าวว่า นอกจากต้องการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังตั้งใจมารอดูว่าป้าดาจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ป้าดาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และไม่ควรกล่าวหาภายหลังว่าถูกตำรวจหรือหน่วยงานใด “อุ้ม” หรือ “หิ้ว” ขณะนี้ป้าดายังมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงออกหมายเรียกให้เข้ามาให้ปากคำตามกระบวนการ พร้อมจัดสถานที่สอบสวนและดูแลตามสมควร ทั้งห้องปรับอากาศ น้ำดื่ม และอาหาร จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายเรียก วันนี้เขามองคุณเป็นผู้ถูกกล่าวหา เขายังเชิญคุณมาด้วยดีและดูแลคุณอย่างดี เห็นพูดอยู่เสมอว่าอยากให้สอบปากคำ แต่เมื่อออกหมายเรียกแล้วกลับเพิกเฉย หมายเรียกครั้งแรกไม่มา หากหมายเรียกครั้งที่ 2 ยังไม่มา ต่อไปก็คงเป็นหมายศาล ซึ่งก็คือหมายจับ ในฐานะที่ตนเคยถูกตำรวจควบคุมตัวมาก่อน จึงอยากเตือนในฐานะรุ่นพี่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาควรให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากยังไม่พร้อมเข้าพบด้วยตนเอง อย่างน้อยควรส่งทนายความมาประสานกับพนักงานสอบสวนหรือร้อยเวร ไม่ควรไม่รับสายหรือปล่อยให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตาม

อ.จตุรงค์กล่าวต่อว่า ตนเองเคยให้ความเห็นผ่านหลายรายการและหลายสถานีว่า ป้าดาควรส่งทนายมาพูดคุยกับพนักงานสอบสวน หรือเข้ามาให้ปากคำด้วยตนเอง หากยังคงเพิกเฉย ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าสถานีตำรวจหรือหน่วยงานต่าง ๆ พยายาม “อุ้ม” เดดไลน์คือวันนี้ ขณะนี้เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะ 4 โมงเย็นแล้ว ยังไม่เห็นว่าจะเข้ามารายงานตัวหรือแสดงความเคารพต่อกระบวนการของพนักงานสอบสวน ผมอยากให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่า ควรขอศาลออกหมายจับหรือไม่ สำหรับคนที่เลือกเพิกเฉยต่อกระบวนการยุติธรรม ส่วนท่าทีที่ป้าดาเคยแสดงต่อนักข่าวในลักษณะว่า “ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าใครตาย จึงไม่ไป” โดยเห็นว่า ท่าทีดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเร็วขึ้น และใตส่วนกรณีที่ป้าดาระบุว่าจะเดินทางไปร้องเรียนกองบังคับการปราบปราม รัฐบาล หรือหน่วยงานระดับสูง อ.จตุรงค์กล่าวว่า ไม่ได้ดูถูกสิทธิในการร้องเรียน แต่ต้องการเตือนว่า หากเลือกใช้วิธีดึงเช็งหรือยืดเวลา ฝ่ายวัดก็อาจใช้แนวทางเดียวกันได้ หากฝ่ายวัดเลือกดึงเช็งต่อไป ทายาทอาจไม่ได้รับที่ดินแม้แต่ผืนเดียว แม้เวลาจะผ่านไปอีก 3 รุ่น หรือมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสอีก 3 รุ่น พร้อมตั้งคำถามว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการให้เรื่องดำเนินไปในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ และวันนี้ขอเสนอให้ใช้ “มาตรการคว่ำบาตร” ซึ่งคำดังกล่าวเป็นคำโบราณที่มีรากจากภาษาบาลี ไม่ได้ใช้เฉพาะกับข่าวต่างประเทศ แต่สามารถใช้กับเหตุการณ์ภายในประเทศได้เช่นกัน โดยการไม่ให้บุคคลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมวงพนันที่เคยเล่น ไม่จำหน่ายสินค้าให้ตามร้านของชำ ตลอดจนเสนอให้พระสงฆ์ไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจแก่บุคคลในกลุ่มหรือนามสกุลดังกล่าว โดยเรียกแนวทางนี้ว่าเป็นการคว่ำบาตรจริง และมองว่าเป็นการต่อสู้ของชาวขอนแก่นและคณะสงฆ์ด้วยแนวทางสันติวิธีแบบดั้งเดิม ส่วนตัวผมเคยเตือนในหลายรายการว่า อย่าให้ชาวพุทธอย่างพวกผมปล่อยวางกันจนถึงที่สุด เพราะการปล่อยวางของชาวพุทธคือการวางทิ้ง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดได้มากที่สุด ยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มที่เกี่ยวข้องเคยเล่นไฮโล ป๊อกแปด หรือป๊อกเก้า ก็ไม่ควรให้เข้าร่วม หากเคยซื้อไข่ เครื่องดื่มเอ็ม-150 หรือรับประทานซอยจุ๊ที่ร้านใด ก็เสนอให้ร้านเหล่านั้นไม่จำหน่ายสินค้าให้ และไม่สังฆกรรมกับคุณ เพื่อให้เกิดสำนึก ผู้ที่คอยยุยงพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบกลับเป็นทายาทตัวจริงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ในประเด็นสิทธิในที่ดิน อ.จตุรงค์ตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือรับรองการเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 9 หรือไม่ รวมถึงมีพินัยกรรมของ “ตาเฮียง” มาแสดงหรือไม่ โดยระบุว่ายังไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายวัด มีโฉนดที่ดิน ถ้อยคำแสดงเจตนาถวายที่ดิน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศตั้งวัด ประกาศแต่งตั้งเจ้าอาวาส และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูสัญญาบัตร จึงตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหลักฐานใดมาหักล้าง ดั่งสุภาษิตโบราณว่า “เงินสดใส่หญ้า หญ้าตาย เงินตกใส่ควาย ควายก็กลายเป็นลาบ”

อ.จตุรงค์ พร้อมระบุว่า หลังมีการโฆษณาและโหมโรงต่อเนื่อง 2–3 วันว่าจะเปิด “หลักฐานสะเทือนโลก สะเทือนวัด” สิ่งที่ปรากฏกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ตนเดินทางมาอยู่ในจังหวัดขอนแก่นเกือบ 10 วันแล้ว โดยนักข่าวที่สนิทกันทราบเรื่องนี้ แต่ตนพยายามไม่เปิดเผยตัว พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลตามบ้านทุกหลังบริเวณหลังวัด ตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ไปจนถึงอพาร์ตเมนต์ขนาด 30 ห้อง พยายามตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มนายทุนที่ถูกกล่าวหาว่ากว้านซื้อทาวน์เฮาส์และอพาร์ตเมนต์ ก่อนทุบอาคารหรือไล่ผู้พักอาศัยออก รวมถึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องการได้ที่ดินของวัด นอกจากสอบถามชาวบ้านแล้ว ยังได้เข้าพบนักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ตลอดจนอาจารย์ที่เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสอบถามข้อมูลย้อนหลัง รวมทั้งสอบถามพระผู้ใหญ่ พระผู้น้อย และวัดในนิกายอื่น เพื่อให้ได้รับข้อมูลรอบด้าน หากสอบถามเฉพาะเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อาจถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างวัด จึงต้องไปสอบถามบุคคลและวัดอื่นประกอบ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าให้ความเป็นธรรมเพียงฝ่ายเดียว โดยนักข่าวทุกคนเป็นพยานได้ว่าผมมาอยู่ที่นี่เกือบ 10 วัน ผมสอดแนมข้อมูลทุกวัน อาศัยรถตู้เข้าออกบริเวณวัดโดยไม่มีใครรู้ แม้วันที่พวกคุณนั่งกินส้มตำ ผมก็เห็นและอยากลงไปนั่งกินด้วย แต่ไม่ลงไป เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ จากการลงพื้นที่ได้รับข้อมูลจากคนใกล้บ้านและคนใกล้วัดว่า ทายาทมีหลายคน และไม่ได้หมายความว่าทายาททุกคนจะเห็นด้วยกับทายาทกลุ่มที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยทายาทหลายคนที่สื่อแต่ละช่องเคยสุ่มสัมภาษณ์ต่างให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการพนัน ขอไม่ระบุชื่อทายาทคนใด แต่มีบุคคลที่เป็นรุ่นน้อง อายุ 65 ปี และอาศัยอยู่ในละแวกบ้าน ซึ่งสามารถชี้ได้ว่าใครมีพฤติกรรมติดการพนันจนนำไปสู่เรื่องราวในปัจจุบัน และขณะเดียวกันหากไม่มีสื่อมวลชนติดตามทำข่าว เจ้าอาวาสอาจถูกปิดล้อมอยู่ภายในกุฏิไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้คณะสงฆ์และชาวขอนแก่นร่วมกันใช้มาตรการคว่ำบาตรและจัดการปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น ตนมีแหล่งข่าวที่เป็นนักการพนันและได้รับข้อมูลว่า มีทายาทบางคนเล่นการพนันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.ศ.5 จึงเห็นว่าตนเองได้รับฟังข้อมูลมาจากหลายฝ่ายแล้ว

และจากข้อมูลดังกล่าว อ.จตุรงค์แสดงความเห็นว่า “ลูกทิพย์” น่าจะมีอยู่จริง แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร และเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เล่นการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว ก่อนต้องการได้ที่ดินของผู้อื่น ก็น่าจะมีมูล เนื้อหาที่สื่อมวลชนนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เกินไปกว่าข้อมูลที่มีการบอกเล่ากันในพื้นที่ เพราะระหว่างที่ตนลงพื้นที่เกือบ 10 วัน มีชาวบ้านหลายคนให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน หากต้องการฟ้องผมก็ฟ้องมา ผมจะเชิญพยานเหล่านั้นไปเบิกความในศาล และจะถามว่าท่านกล้าพูดหรือกล้ายอมรับหรือไม่ แต่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ผมเพียงบอกว่าเป็นหนึ่งในทายาท 8–9 คน หากต้องการทราบว่าเป็นทายาทคนใด ให้ตรวจสอบบุคคลที่ในอดีตเคยมีน้ำใจ เขียนจดหมายเชิญบุคคลต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ด้วย เปิดบ้านต้อนรับผู้ที่เดินทางมาสอบในจังหวัดขอนแก่น ก่อนชักชวนไปเล่นไฮโลและกิจกรรมอื่น ๆ โดยระบุว่ามีพยานรู้เห็น และบุคคลที่ได้รับเชิญในเวลานั้นสอบเสร็จ ก่อนใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่ต่อจนเกษียณ



แท็กที่เกี่ยวข้อง  อ.จตุรงค์ ,ป้าดา ,ขอนแก่น

คุณอาจสนใจ

Related News