สังคม
เปิดใจสาวเที่ยวบาร์โฮสไม่มีเงินจ่าย ยอมโกนผมใช้หนี้ 6 หมื่น ผู้จัดการแจงหวังตักเตือน พบชักดาบ 3 ร้าน
28 ส.ค. 2569
728 views
เปิดใจสาว 18 ดรามาเที่ยวบาร์โฮสไม่มีเงินจ่าย ยอมโกนผมแลกหนี้ แม่ช็อกโร่แจ้งความ ผู้จัดการชี้แจงหวังตักเตือน เผยค้างบิล 6 หมื่น-ปลอมบัตรประชาชน ยืนยันไม่ได้ทำร้าย พบชักดาบ 3 ร้าน
จากกรณี “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” โพสต์เรื่องราวผ่านโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #โดนโกนหัวที่บาร์โฮส หลังมีหญิงสาววัยรุ่นรายหนึ่ง คาดว่าอายุอาจจะยังไม่ถึง 20 ปี ที่มีพฤติกรรมชอบเที่ยวบาร์โฮสหลายแห่ง แต่กลับมีพฤติกรรม “เชิด” ไม่ยอมจ่ายเงินหลังจากนั้นก็ปรากฏคลิป ผู้จัดการร้านบาร์โฮส ใช้ปัตตาเลี่ยนโกนศีรษะลูกค้าสาว หลังจากโกนเสร็จได้นำตัวหญิงสาวรายนี้ไปโรงพักและแจ้งความว่า ผู้หญิงคนนี้กินแล้วไม่จ่าย
ความคืบหน้าในวันนี้ “แม่ฟ้า” (นามสมมติ) อายุ 34 ปี แม่ของ “น.ส.หมวย” (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.บางยี่ขัน โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับ “แม่ฟ้า” เปิดเผยว่า
เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. ประมาณ 6 โมง มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหาแม่ แต่แม่ไม่ได้รับสาย ทางร้านก็เลยใช้โทรศัพท์ของลูกส่งข้อความมาบอกว่า “รับสายหน่อยแม่” แม่ก็ถามกลับไปว่ามีเรื่องอะไร เขาก็ส่งเสียงมา บอกว่าน้องไปซื้อดื่มไว้ประมาณ 60,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย
ตอนนั้นแม่ก็บอกไปว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย แล้วแม่ก็ขอคุยกับผู้จัดการร้านก่อน ทางร้านก็คุยกันว่าจะเยียวยาหรือชดใช้กันยังไง แม่ก็บอกว่าถ้าผ่อนได้ก็ผ่อน เพราะเงิน 60,000 บาท น้องคงไม่มีเงินก้อนมาจ่ายอยู่แล้ว
ต่อมาทางเจ้าของร้านก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้น้องมาทำงานเป็นแม่บ้านที่ร้านมั้ย แม่ก็บอกว่าถ้าไปทำที่ร้าน ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มันเยอะ น้องอาจจะไม่มีเงินเหลือมาจ่ายหนี้ เลยเสนอว่าถ้าอย่างนั้นมาทำสัญญาที่บ้านแม่ได้ไหม หรือจะไปที่โรงพักเพื่อแจ้งความและไกล่เกลี่ยกันก็ได้
ตอนแรกคุยกันว่าจะผ่อนเดือนละ 3,000 บาท แม่ก็บอกว่าแบบนี้น้องน่าจะพอหาเงินมาจ่ายได้อยู่ แต่หลังจากนั้นไม่รู้ว่ามีอะไรผิดพลาดหรือคุยกันยังไง จนประมาณ 10 โมง เจ้าของร้านโทรมาบอกว่า งั้นเอาแบบนี้ไหม เขาจะยกหนี้ให้ทั้งหมด โดยเป็นการซื้อขายเส้นผมของน้อง จำนวน 60,000 บาท ถือว่าจบกัน ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก
แม่ก็โอเค เพราะเข้าใจว่าถ้าจบกันตรงนี้ก็จบ แม่ยอมรับในเรื่องการซื้อขายเส้นผม แต่แม่ไม่ได้เห็นรายละเอียดในเอกสารที่เขาให้น้องเซ็น และแม่ไม่คิดเลยว่ามันจะถึงขั้นต้องโกนหัว แม่เข้าใจว่าคงแค่ตัดผมสั้น ๆ เพราะตอนตกลงกันไม่ได้คิดว่าจะโกนจนไม่มีผมเลย เพราะฉะนั้นแม่ถึงได้ยินยอมไป
แต่พอน้องกลับมาถึงบ้าน ผมน้องไม่มีเลย มีแค่หมวกใบเดียว รองเท้าเองก็ไม่ได้ใส่กลับมาด้วย ตอนนั้นแม่ก็รู้สึกว่าเรื่องมันไม่เหมือนกับที่แม่เข้าใจไว้
หลังจากนั้นมีเพจหนึ่งโพสต์เรื่องนี้ แล้วมีเพื่อนส่งคลิปที่ลูกถูกโกนหัวมาให้แม่ดู จึงเกิดคำถามว่าทำไมเรื่องมันจบแล้ว แต่ยังมีการเอาไปโพสต์ แล้วคนก็เข้าไปด่าลูกแม่ว่าไม่มีเงินแล้วจะไปเที่ยวทำไม
แม่ยอมรับว่าตอนแรกแม่ก็คิดว่าลูกผิด เพราะแม่ไม่รู้มาก่อนว่าลูกไปเที่ยวบาร์โฮส และแม่ก็ไม่เคยรู้เลยว่ามีเรื่องตั้งแต่ร้านแรกและร้านที่สอง แต่พอแม่มาเห็นคลิป แล้วมารู้ว่าน้องถูกทำร้ายด้วย แม่ก็รับไม่ได้ เพราะตอนแรกแม่คิดว่าเรื่องมันจบไปแล้ว แค่ชดใช้กันด้วยการตัดผม
และเมื่อคืนแม่เพิ่งมารู้ว่าน้องถูกทำร้ายร่างกาย แม่ก็เลยดูร่องรอยต่าง ๆ ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วพาน้องไปตรวจร่างกาย แต่พอจะไปแจ้งความที่โรงพักใกล้บ้าน ตำรวจบอกว่าเหตุเกิดคนละพื้นที่ ก็เลยยังแจ้งที่นั่นไม่ได้
ส่วนเรื่องคลิป แม่ก็สงสัยว่าทางร้านที่ 2 ซึ่งเป็นร้านที่ยึดโทรศัพท์น้องไป แต่คลิปการโกนหัวเกิดขึ้นที่ร้านที่ 3 แล้วทำไมคลิปถึงถูกเผยแพร่ออกมาได้ ถ้าร้านเอาเรื่องของน้องไปโพสต์เพื่อเตือนว่า น้องคนนี้เคยเข้าไปเที่ยวร้านไหน มีปัญหากับร้านไหน อันนั้นแม่อาจจะยังพอเข้าใจได้ แต่พอเอาคลิปตอนโกนหัวไปโพสต์ แล้วมีคนเข้ามาด่าลูก แม่ทำใจไม่ได้จริง ๆ
ก่อนหน้านี้น้องไปทั้งหมด 3 ร้าน ร้านแรกน้องไปเอง ส่วนร้านที่ 2 มีโฮสมารับถึงหน้าบ้าน วันนั้นแม่ได้ยินว่ามีรถมารับ แต่ไม่ได้ถามว่าลูกจะไปไหน เพราะช่วงนั้นแม่เพิ่งกลับจากขายของ
ร้านที่ 2 น้องค้างเงินประมาณ 34,000 บาท แล้วทางร้านก็ยึดโทรศัพท์น้องไป โดยมีการทำเอกสารไว้ และบอกให้ไปไกล่เกลี่ยกัน น้องเลยทิ้งเบอร์แม่ไว้ เผื่อมีปัญหาให้ร้านติดต่อแม่ แต่ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยได้รับการติดต่อจากร้านเลย
ถ้าแม่รู้ตั้งแต่ร้านที่ 2 ว่าน้องมีปัญหาเรื่องเงิน แม่อาจจะได้เตือนลูก และลูกอาจจะไม่ไปเที่ยวร้านที่ 3 ต่อ แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครติดต่อแม่เลย จนกระทั่งเช้าวันที่ 25 ส.ค.ถึงเพิ่งมีร้านโทรมา
ส่วนตัวแม่ไม่เคยรู้ว่าลูกเป็นคนใช้เงินเกินตัว ปกติน้องก็ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้ แม่คิดว่าน้องน่าจะเริ่มจากการเล่น TikTok แล้วไปเจอคอนเทนต์เกี่ยวกับหนุ่มโฮส พอมีการพูดคุยกัน เหมือนเขาชักชวนให้ไปซื้อดื่ม แล้วน้องก็อาจจะหลงไปกับตรงนั้น เพราะเห็นว่าโฮสหน้าตาดี
แต่แม่ก็ยอมรับว่าลูกเองก็มีส่วนผิด เพราะเรื่องทั้งหมดน้องไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย ตั้งแต่ร้านแรกจนมาถึงร้านที่ 2
แม่ไม่รู้ด้วยว่าน้องเอาเงินจากไหนไปเที่ยว เพราะน้องไม่มีรายได้อื่นนอกจากเงินที่แม่ให้ น้องเองก็ไม่ได้เที่ยวกลางคืนบ่อย เพิ่งมาเริ่มช่วง ม.6 เทอม 2 เพราะมีเพื่อนเยอะขึ้นแล้วก็ชวนกันออกไปเที่ยว
ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยห้ามเรื่องเที่ยว เพราะแม่ก็เข้าใจว่าเป็นวัยรุ่น แต่แม่จะสอนเสมอว่า ถ้าจะไปเที่ยวก็ต้องรู้จักระวังตัวเอง เที่ยวให้ถูกที่ถูกทาง และต้องรู้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ ควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร
ทางครอบครัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร พ่อแม่อยู่กันครบ มีน้อง อยู่บ้านก็กินข้าวด้วยกัน อยากกินอะไรก็มีคนในบ้านดูแล ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้น้องขาดหรือมีปัญหาจนต้องออกไปเที่ยวกลางคืน
แม่จึงไม่คิดว่าการที่น้องไปเที่ยวครั้งนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ และสิ่งที่แม่รับไม่ได้ที่สุดตอนนี้ คือการที่น้องถูกทำร้าย และมีคลิปถูกนำไปเผยแพร่จนถูกคนอื่นเข้ามาด่าประจาน
ด้าน น.ส.หมวย อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่รู้จักบาร์โฮส มาจากการเห็นไลฟ์ของทางร้านใน TikTok ตอนแรกก็รู้จักโฮสจากร้านเหล้าแห่งหนึ่งก่อน แล้วเขาก็มาแนะนำเรื่องบาร์โฮส หลังจากนั้นก็เริ่มมีการดื่มออนไลน์ โดยโฮสจะทักมาชวนให้ช่วยซื้อดื่ม ดื่มละประมาณ 250 บาท ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะเสียเงินเยอะ เพราะดื่มออนไลน์แต่ละครั้งไม่ถึง 3,000 บาท
จากนั้นโฮสก็เริ่มชวนไปที่ร้าน บอกว่าอยากเจอ พอคุยกันก็รู้สึกชอบ รู้สึกหลง ก็เลยตัดสินใจไป ร้านแรกหมดไปประมาณ 13,000 บาท แต่ตอนนั้นยังมีเงินจ่าย และสุดท้ายก็เคลียร์กันได้ โดยโฮสมาค้ำประกันให้ว่าเราจะเอาเงินมาจ่ายให้ภายหลัง
ต่อมาร้านที่ 2 มีโฮสคนเดิมทักมาชวนอีก บอกว่าอยากให้ไป และถึงขั้นมารับที่หน้าบ้าน ตอนนั้นไปที่ร้านย่านพระราม 3 หมดเงินประมาณ 30,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย เพราะตอนนั้นก็ดื่มไปเยอะและเมาด้วย ทางร้านเลยยึดโทรศัพท์เอาไว้ แล้วให้เซ็นเอกสารว่าจะคืนโทรศัพท์เมื่อเอาเงินมาจ่าย โดยเค้าให้เขียนทั้งทั้งรหัสหน้าจอและรหัสไอคลาวด์ และให้เบอร์แม่กับพ่อไว้ติดต่อด้วย แต่แม่ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางร้านเลย
ส่วนร้านที่ 3 ไปวันที่ 24 เป็นโฮสอีกคนที่คุยกันมานานแล้ว และมีสถานะเหมือนกำลังคบกัน เขาชวนไปเที่ยว ตอนนั้นก็ไปเพราะคิดว่าเป็นแฟนกัน และตัวเองก็รู้สึกว่ารักเขา
พอไปถึงร้านก็ดื่มไปเรื่อย ๆ เวลาเมา โฮสก็จะชวนให้เรียกเพื่อนมาดื่ม บางครั้งก็ให้ซื้อเพิ่มทีละหลายดื่ม สุดท้ายยอดออกมาประมาณ 60,000 บาท ตอนเห็นบิลก็ตกใจมาก เพราะไม่มีเงินจ่าย
ตอนนั้นพยายามโทรหาพี่ก่อน แต่ไม่มีใครรับ เลยโทรหาแม่ แต่แม่ก็ไม่ว่าง จึงให้ทางร้านคุยกับแม่แทน แต่ก่อนจะคุยกันก็มีปากเสียงกันก่อน และตนถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าของร้านเป็นคนดึงแขนกระชากขึ้นมา แล้วถามว่าจะเอายังไง ก่อนจะผลักให้ไปนั่งตรงเวที พร้อมกับด่าด้วยคำหยาบ
หลังจากนั้นได้ยินทางร้านคุยกันว่า ถ้าไม่มีเงินก็ให้ใช้วิธีซื้อขายเส้นผม ตอนแรกบอกว่าจะตัดผมแล้วลดหนี้ให้ 3,000 บาท แต่สุดท้ายเปลี่ยนเป็นให้โกนผมทั้งหัว แลกกับการยกหนี้ 60,000 บาท
ตอนนั้นร้านเขาให้เลือก 2 ทาง คือระหว่างยอมให้ทำร้ายร่างกายกับโกนผม ตนเลยเลือกโกนผม เพราะกลัวและอยากให้เรื่องมันจบ คิดว่าถ้าโกนแล้วหนี้หมด ทุกอย่างก็น่าจะจบ
ยอมเซ็นเอกสาร เพราะรู้ว่าต้องมีการตัดผม แต่ตอนแรกคิดว่าจะตัดแค่บางส่วน หรือทำให้ผมแหว่ง ๆ เพื่อเป็นการลงโทษ ไม่คิดว่าจะโกนจนหมดทั้งหัว พอถึงตอนนั้นก็ห้ามไม่ได้แล้ว เพราะรู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิด
ส่วนคลิปที่ถูกนำไปโพสต์ ตนไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการเอาคลิปไปลง ตอนแรกทางร้านบอกแค่ว่าจะลงรูปเพื่อเตือนภัย แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอาคลิปตอนโกนหัวไปเผยแพร่ พอเห็นคลิปก็รู้สึกตกใจและเสียใจ เพราะมันค่อนข้างรุนแรง
หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ ตนเข้าไปอ่านคอมเมนต์ทั้งหมด และมีคนเข้ามาต่อว่าแรงมาก ตนยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไปเที่ยวและใช้เงินโดยไม่มีเงินจ่าย แต่บางข้อความก็แรงเกินไป จนตอนนั้นรู้สึกไม่ไหว และเคยคิดทำร้ายตัวเอง
ส่วนเรื่องที่ใช้บัตรประชาชนปลอม ยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปี พ.ศ.ในบัตร เพื่อให้สามารถเข้าใช้บริการได้ โดย 2 ร้านแรกมีการตรวจบัตร แต่ร้านที่ 3 ไม่ได้ตรวจเลย
หลังจากเจอเรื่องทั้งหมดนี้ ยอมรับว่าเข็ดแล้ว และยืนยันว่าจะไม่กลับไปเที่ยวบาร์โฮสอีก ส่วนโฮสทั้ง 3 คนก็ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว และบางคนก็บล็อกไปแล้ว
สาเหตุที่ตัดสินใจไปเที่ยวทั้งที่ไม่มีเงิน เพราะตอนนั้นรู้สึกว่ารักเขา และคิดว่าไปเที่ยวด้วยกันคงไม่ต้องเสียเงินเอง แต่พอไปถึงร้านกลับมีการชวนให้ซื้อดื่มหลายครั้ง จนสุดท้ายกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่งในซอยอรุณอมรินทร์ 45 ซึ่งเป็นอาคาร 2 คูหา สูง 3 ชั้น ได้พูดคุยกับผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคลิปที่ถูกเผยแพร่ออกไป โดยเล่าว่า วันเกิดเหตุน้องเข้ามาที่ร้านประมาณ 2 ทุ่ม และสั่งซื้อดื่มให้โฮสหลายคน รวมแล้วกว่า 200 ดื่ม ดื่มละ 250 บาท ทำให้ยอดบิลอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท
หลังร้านเช็กบิลตอนเที่ยงคืน น้องบอกว่ายังโอนเงินไม่ได้ ทางร้านก็รอจนถึงประมาณ 8 โมงเช้า แต่น้องก็ยังหาเงินมาจ่ายไม่ได้ ตนจึงติดต่อแม่ของน้องเพื่อหาทางออก
และทางร้านมารู้ภายหลังว่าน้องอายุ 18 ปี และมีการแก้ไขบัตรประชาชนเพื่อให้มีอายุถึงเกณฑ์เข้าใช้บริการ โดยทางร้านได้ตรวจบัตรตามปกติ เห็นว่าบัตรอายุ 20 จึงให้เข้าได้
ตอนแรกทางร้านเสนอให้น้องมาทำงานทำความสะอาดเพื่อใช้หนี้ แต่แม่บอกว่าน้องคงทำไม่ได้ สุดท้ายจึงตกลงกันเป็นการซื้อขายเส้นผมเพื่อแลกกับการยกหนี้ 60,000 บาท โดยตนเป็นคนตัดผมให้เอง
ผู้จัดการยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายหรือทำเพื่อความสะใจ แต่ยอมรับว่าตอนนั้นทั้งเหนื่อยและโมโห เพราะรอเงินมาหลายชั่วโมง และต้องการให้เรื่องจบ โดยมองว่าการตัดผมเป็นการตักเตือน ไม่ให้น้องไปทำแบบนี้กับร้านอื่นอีก
ส่วนกรณีที่น้องบอกว่าถูกทำร้ายร่างกาย ยืนยันว่าไม่ได้กระชากหรือใช้กำลังกับน้องเลย และคนในร้านก็ไม่ได้ทำร้ายเช่นกัน ให้ไปดูคลิปตอนที่ตัดผมน้องก็ได้ ตอนนั้นร่างกายของน้องก็ยังปกติไม่ได้มีร่องรอยของการถูกทำร้ายเลย ตนไม่รู้ว่าร่องรอยต่าง ๆ น้องบาดเจ็บหลังจากนั้นหรือไม่ เพราะทางร้านก็ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นจากอะไรนั้น แต่ยืนยันว่าทางร้านไม่ได้ทำ
ส่วนคลิปที่ถูกเผยแพร่ ผู้จัดการยืนยันว่าทางร้านไม่ได้เป็นคนโพสต์ แต่คาดว่าอาจมีการส่งต่อกันภายในกลุ่มของร้าน และยอมรับว่าการถ่ายคลิปเก็บไว้จนหลุดออกไปเป็นความผิดพลาดของทางร้าน รู้มาว่าน้องไปติดค่าบริการอีกร้านในจำนวน 30,000 กว่าบาท ซึ่งเขาได้ยึดโทรศัพท์มือถือน้องเอาไว้ ก็ไม่รู้ว่าใครจะโพสต์ยังไง แต่ยืนยันว่าทางเราไม่ได้โพสต์
ผู้จัดการบอกว่า หลังเกิดเรื่องทางร้านพยายามไปพูดคุยและขอโทษครอบครัวน้องถึงบ้าน แต่แม่ยังไม่พร้อมพูดคุย พร้อมยืนยันว่าหากอีกฝ่ายต้องการไกล่เกลี่ย ทางร้านก็พร้อมเจรจาและรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองผิด
สุดท้าย ผู้จัดการฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงคนที่มาเที่ยวบาร์โฮสว่า ควรเที่ยวให้เหมาะกับกำลังเงินของตัวเอง มีเงิน 10,000 บาท ก็ควรใช้แค่ประมาณ 8,000 บาท ไม่ควรเที่ยวจนไม่มีเงินเหลือแล้วต้องมาเจอปัญหาแบบนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง บาร์โฮส ,โกนผมใช้หนี้