สังคม

ชายวัย 52 ปี เมาขี่จยย.บุกป่วนวัดป่าอดุลยาราม อ้างเป็นเอฟซี "ป้าดา" บอกรักป้าดามาก เป็นคนตรงๆ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

21 views

ความคืบหน้าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้จับกุมตัว นายบันดิษฐ์ อายุ 52 ปี หลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปก่อความวุ่นวายภายในวัดป่าอดุลยาราม ตะโกนถามลูกศิษย์ว่าเป็นคนถ่ายคลิปในวันที่กลุ่มของนางสาวชมมณี หรือ ป้าดา ได้นำท่อปูนมาปิดทางเข้าออกวัดใช่ไหม

ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เผยว่า จากการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของนายบันดิษฐ์ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย แต่จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณสูงถึง 264 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส พบว่า นายบันดิษฐ์ ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในวัดอีกครั้ง ช่วงที่มีนักข่าวและตำรวจอยู่กันเต็มวัด โดยบอกว่าเป็นเอฟซีป้าดา ก่อนจะขี่รถเลี้ยวโค้งผ่านหน้ากุฏิเจ้าอาวาส พร้อมกับชะเง้อมองแล้วขับไปจอดที่บริเวณจุดที่มีการตั้งโรงทาน ห่างจากหน้ากุฏิเจ้าอาวาสไม่ถึง 10 เมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมาประจำจุด ได้เข้าไปควบคุมตัว ก่อนนำตัวไปสงบสติอารมณ์และดำเนินการตามกฎหมายที่ สภ.เมืองขอนแก่น


นายบันดิษฐ์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นคนขี่รถเข้ามาในวัดยามวิกาลตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราจนมึนเมา หมดเหล้าขาวไป 1 ขวดเล็ก ขี่รถมาจากบ้านพักห่างออกไปกว่า 12 กิโลเมตร เนื่องจากเห็นคลิปข่าวข้อพิพาทที่ดินแล้วเกิดความไม่พอใจวัด โดยตนเองชื่นชอบและเป็นแฟนคลับของ "ป้าดา" ที่พูดจาตรงไปตรงมา จึงตั้งใจขี่รถมาถามหาคนที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ตอนนี้จำไม่ได้ว่าตนเองได้พูดอะไรในคืนนั้น เพราะเมามาก และที่มาก็ไม่มีใบสั่งจากใคร เพราะไม่เคยรู้จักป้าดามาก่อน และตนก็ไม่ใช่กลุ่มคนที่มาปิดทางเข้าออกวัด ยืนยันว่ามาด้วยใจล้วน ๆ อยากบอกป้าดาว่า ตนเองเป็น FC ชอบป้าดา รักป้าดา เป็นคนตรงๆ

ขณะเดียวกัน พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เดินทางกลับจากเข้ารับการรักษาตามนัดหมายของทีมแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเข้าพักภายในกุฏิเจ้าอาวาส


พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหา และดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด วันนี้ได้ไปรักษาตัวมาแล้ว มีกำลังใจดีและมีแรงที่จะพูดคุยกับทุกคน รวมถึงพบปะญาติโยมที่ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจ และร่วมวางแผนงานด้านต่าง ๆ

นับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น อาตมานอนไม่หลับ โดยคืนที่ผ่านมาได้ขอไปจำวัดที่อื่นเพื่อความปลอดภัย และต่อมาก็เกิดเหตุขึ้นจริง จึงต้องการเพียงตำรวจในเครื่องแบบ 1 นาย เข้ามาประจำภายในวัด เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อกวน ทำลายวัด หรือสร้างเหตุการณ์ใด ๆ แก่คณะสงฆ์และญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญ โดยขอให้ประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

“ไม่ต้องมาเยอะ มา 1 นายก็พอ ให้ตำรวจไปทำงานด้านอื่นและช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นบ้าง สภ.เมืองขอนแก่น มีกำลังตำรวจน้อยอยู่แล้ว เมืองขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ หลวงพ่อรู้ว่าลำบาก อีกทั้งสังคมทุกวันนี้แก่งแย่งชิงดี อยู่กันด้วยความลำบาก จึงขอกำลัง 1 นาย มาที่วัด เพื่อให้เห็นว่ามีตำรวจ คนจะได้ไม่มาก่อกวน เมื่อคืนไม่ได้นอนวัดตัวเอง เพราะกลัวและนอนไม่หลับ ซึ่งก็นอนไม่หลับมาตั้งแต่มีเรื่องพิพาทล่าสุดเกิดขึ้น” พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าว

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลวงพ่อไม่ว่าอะไร ขอให้ปล่อยไปและอย่ากดดัน อาตมาไม่อาฆาตมาดร้ายและให้อภัยทุกคน เพราะวัดคือเขตอภัยทาน ต้องมีเมตตาธรรม โดยส่วนตัวไม่กลัวว่าคนใดคนหนึ่งจะย้อนกลับมาก่อกวนหรือสร้างเหตุการณ์ใด ๆ เพราะทุกฝ่ายต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล เนื่องจากถูกก่อกวนมาแล้ว 22 ปี เรื่องเพียงเท่านี้จึงไม่จำเป็นต้องกังวล พร้อมกล่าวว่า “อาตมาไม่ใช่การละคร” ขอเพียงอย่าพูดหรือมาสั่งพระให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะคดียังอยู่ในชั้นศาล ทุกคนต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ส่วนข้อเสนอให้ปิดประตูวัดเพื่อความปลอดภัยนั้น ไม่ต้องการให้ปิด

“ประตูวัดเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะไปปิดทำไม คนในชุมชนและคนในพื้นที่เที่ยวไปเที่ยวมากัน 24 ชั่วโมง จะอย่างไรก็แล้วแต่อยู่กันแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว อุ่นใจแล้ว ขอเพียงตำรวจมาประจำที่วัด อย่ามาถ่ายภาพ มาเช็กอินแล้วกลับ เพราะอย่างไรวัดก็ไม่ปิดทางเข้า-ออกในยามวิกาลเด็ดขาด ขอให้เข้าใจเจตนารมณ์ของหลวงพ่อด้วย วัดเราคือวัดป่าใจกลางเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงแห่งเดียว เราอยู่กันอย่างสมถะ ร่มรื่น ไม่มีการจัดฉาก” พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าว

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกคนอย่านำพี่สาวของอาตมาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากพี่สาวอายุมากแล้วและป่วยเป็นอัลไซเมอร์ อาตมาอยากเดินทางไปเยี่ยม แต่ขณะนี้ต่างคนต่างป่วยจึงยังไม่ได้ไป พี่สาวมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ และทราบว่าขณะนี้ถูกทัวร์ลงจำนวนมาก จึงขออย่าไปลงที่พี่สาว เพราะไม่รู้เรื่องอะไรและเป็นคนน่าสงสาร เดิมที่อาตมาตั้งใจเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวเมื่อวันแม่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงยังไม่ได้ไป ขอให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะเดินทางไปเยี่ยม

“อาตมาเชื่อว่าเวรกรรมมีจริงและมีอยู่จริง ใครทำไม่ดีเทวดาจะขาย กล่าวคือ ตอนที่บุญยังไม่หมด กรรมก็ยังไม่มาถึง อาตมาอยู่ที่นี่มา 36 ปีแล้ว สถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก กรรมตามทันทุกอย่าง ยกตัวอย่างพระที่วัดทำไม่ดี ก็มีเหตุเสียชีวิต 2 ปีต่อ 1 รูปอีกด้วย” พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  วัดป่าอดุลยาราม ,ป้าดา

คุณอาจสนใจ

Related News