สังคม

ทนเจ็บเพื่อแม่! สองพี่น้องลูกกตัญญู ชกมวยหาเงินเลี้ยง 5 ชีวิต ส่งเสียตัวเองเรียน ฝันอยากเป็นตำรวจ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ค่ายมวย “ว วิเชียรยิม” หมู่บ้านใหม่ศรีบุญเรือง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ของนายวิเชียร อ้ายสืบสาน อายุ 42 ปี มีนักมวย 2 พี่น้องชาวปกาเกอะญอ ชื่อนายพลภัค อายุ 16 ปี และ ด.ช.วิสิทธิ์ อายุ 14 ปี ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้เข้าค่ายฝึกซ้อมมวยไทย พร้อมกับเรียนหนังสือ และใช้ค่ายมวยเป็นที่พักอาศัยไปด้วย

ทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม ทั้งคู่จะเก็บกวาดห้องนอน ใช้ขอบเวทีซ้อมมวยแทนโต๊ะ เก้าอี้ในการทำการบ้าน บางวันหลังจากไปชกมวยกลับมา เมื่อสภาพร่างกายบอบช้ำ 2 พี่น้องจะหาสมุนไพรที่ช่วยแก้อาการช้ำใน ทั้งไพล ใบบัวบก หรือว่านหางจระเข้ นำมาลนไฟก่อนประคบประหงมร่างกายเพื่อคลายอาการเจ็บ รวมทั้งได้ช่วยกันดูแล ด.ช.ไกรวิชญ์ อายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นหลานของทั้งคู่ และมาร่วมฝึกชกมวยไทยด้วย โดย นายวิเชียร เจ้าของค่ายมวย เป็นทั้งคนควบคุมการฝึกซ้อมและดูแลความเป็นอยู่ของทั้ง 3 คน ในเรื่องของอาหาร พาไปโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย เรื่องการเรียน ไปจนถึงในทุกเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเด็ก 3 คน

นายพลภัค เปิดเผยว่า ชกมวยไทยและอยู่ที่ค่ายนี้มา 2 ปีแล้ว ที่ต้องมาชกมวยเพราะฐานะทางบ้านยากจน แม่ทำงานรับจ้างรายวัน ได้ค่าแรงวันละ 200 บาท บางวันก็ไม่มีคนจ้าง ไม่มีรายได้ แม่ต้องหาเงินคนเดียว เพราะพ่อติดสุรา สภาพจิตใจไม่ปกติ ไม่ทำงาน ครอบครัวตนมีพี่น้อง 3 คน น้องคนเล็กสุดอายุ 5 ขวบ อยู่กับแม่ที่บ้าน เมื่อตนกับน้องมาอยู่ที่ค่ายมวย ก็เรียนหนังสือไปด้วย ตนเรียนอยู่ชั้น ม.4 น้องเรียนชั้น ม.2 เรียนที่ กสร. ใน อ.บ้านโฮ่ง หรือศูนย์การส่งเสริมการเรียนรู้ ส่วน ด.ช.ไกรวิชญ์ หลานของตน ต้องมาอยู่ด้วย เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ไม่มีใครดูแล ตนกับน้องจึงต้องเป็นผู้ดูแลเอง และไม่เพียงแต่จะดูแลหลาน ทุกวันนี้ตนและน้องยังต้องชกมวยหาเงินเลี้ยงคน 5 คน ทั้งพ่อ แม่ น้อง หลาน และยาย ที่อยู่ อ.อมก๋อย โดยส่งให้ทางบ้านทุกเดือน เดือนละ 2,000-3,000 บาท ตามแต่จะมีรายการไปชกมวย แต่ก็ต้องเก็บเงินไว้บางส่วนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ และเป็นค่าใช้จ่ายของหลานที่มาอยู่ด้วย

“การให้เงินแม่ ผมกับน้องจะฝากคนรู้จักไปให้ บางครั้งพ่อเอาเงินจากแม่ แม่ก็จำเป็นต้องยอมให้ ทุกครั้งที่ผมกับน้องขึ้นชกมวย ต่างต้องเจ็บตัวกันทุกครั้ง บางคราวเจ็บหนักมาก เดินไม่ได้ 2-3 วัน ต้องช่วยกันประคบร่างกายด้วยสมุนไพร หัวหน้าค่ายก็จะคอยช่วยเหลือดูแลในทุก ๆ เรื่องเป็นอย่างดี แต่ถึงจะเจ็บมากแค่ไหน ก็พยายามอดทนเพื่อแม่ คิดในใจว่าต้องสู้ ยิ่งเจ็บมากเท่าไหร่ยิ่งต้องคิดถึงแม่ให้มากเท่านั้น เพื่อเตือนตัวเองว่าต้องสู้ เพราะทางบ้านจะต้องใช้เงินมาก ถึงแม้ว่าบางครั้ง เงินที่ส่งไปให้แม่ จะมีพ่อคอยมาเอาเงินจากแม่ไปก็ตาม ก็ต้องคอยบอกแม่ ให้บอกพ่อว่าไม่ค่อยมีเงิน เพราะไม่อยากให้พ่อเอาเงินไป ผมกับน้องตั้งใจจะเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี ในอนาคตอยากเป็นตำรวจ ถ้ามีโอกาสได้พบแม่ อยากจะบอกกับแม่ว่า คิดถึงครับ”นายพลภัค กล่าว

ด้าน นายวิเชียร เปิดเผยว่า เด็กทั้ง 3 คน เป็นเด็กนิสัยดี มีความกตัญญู ตนไปเจอเขาที่บ้าน เห็นสภาพชีวิตแล้วรู้สึกสงสาร ทางบ้านยากจน จึงชักชวนให้มาชกมวย และก็ไม่ผิดหวัง เพราะ 2 พี่น้องเป็นคนใจสู้ มีความอดทน และตนก็ดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเรื่องการกินอยู่ การรักษาพยาบาล เมื่อครั้งที่เจ็บหนักมากหลังจากการชกมวย ตนก็พาไปส่งโรงพยาบาล โดยตนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งนี้รายได้จากการชกมวยของทั้งคู่ ตนไม่ได้หักอะไรทั้งสิ้น เว้นแต่ในส่วนของนายพลภัค ที่มีค่าตัวในชกมวยแต่ละไฟต์ 3,000 – 4,000 บาท จำเป็นจะต้องหัก 10 เปอร์เซ็นต์ ให้เทรนเนอร์ของค่าย บางครั้งแม่ของเด็กทั้งคู่ก็โทรมาหา ถามว่าลูกสบายดีไหม

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชกมวย ,ลูกกตัญญู ,วันแม่

คุณอาจสนใจ

Related News