สังคม
วุ่น! ชายฉกรรจ์บุกล้อมวัดป่า ขีดเส้น 15 วันให้พระย้ายออก เหตุทายาทผู้บริจาคทวงสิทธิที่ดินคืน
8 ชั่วโมงที่แล้ว
51 views
วุ่นกลางวัดป่าในจังหวัดขอนแก่น กลุ่มชายฉกรรจ์ขนท่อระบายน้ำขวางประตูทางเข้า ก่อนเทปูนยึดแน่น พร้อมติดป้ายประกาศอ้างเป็นกรรมสิทธิ์ ขีดเส้น 15 วันให้ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินออก ด้านเจ้าอาวาสเผยเป็นข้อพิพาทที่ดินที่มีมานาน หลังทายาทผู้บริจาคที่ดินต้องการทวงสิทธิคืน
ญาติโยมภายในวัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ได้บันทึกภาพ ขณะที่ชายฉกรรจ์ จำนวนมาก กำลังขนท่อระบายน้ำลงจากรถกระบะ ก่อนที่จะนำมาขวางประตูทางเข้าวัด ฝั่งริมถนนกัลปพฤกษ์
ก่อนจะมีผู้หญิงเดินเข้ามาภายในวัด พร้อมกับชายฉกรรจ์ที่สวมใส่เสื้อลายพรางคล้ายทหารบก พร้อมกับบอกห้ามถ่ายรูปและห้ามบันทึกคลิปวิดีโอ จนทำให้เกิดมีการปะทะคารมกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงชายฉกรรจ์ จะเดินออกจากประตูวัดไป พร้อมกับตะโกนบอกให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในวัดย้ายออกภายใน 15 วัด เหตุเกิดเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา
จากนั้นได้มีการนำป้ายข้อความ ห้ามบุกรุกพื้นที่นี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดทางกฎหมาย และประกาศแจ้งเตือน ที่ดินผืนนี้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล โฉนดเลขที่ 61945 ห้ามผู้ใดบุกรุก หรือเข้ามาทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ผู้บุกรุกขนย้ายสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน ทั้งหมดออกจากพื้นที่ ภายใน 15 วัน หลังจากที่ติดประกาศนี้ หากพ้นกำหนดเจ้าของที่ดิน จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการแจ้งเตือนซ้ำอีก ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดป่าอดุลยาราม พบกับ พระครูอดุลย์สารนิเทศ เจ้าอาวาสวัด อายุ 72 ปี ซึ่งมีนายธนากร บุญนคร หรือนัท อายุ 33 ปี เป็นลูกศิษย์คอยดูแลเนื่องจากเจ้าอาวาส มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคความดัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต
นายนัท บอกว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาเที่ยง ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งรถตู้มากันประมาณ 40 คน ได้นำท่อระบายน้ำมาปิดทางเข้าวัด ก่อนที่จะนำรถผสมปูนมาเทปูนใส่ในท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เข้าออกวัดได้ตามปกติ จากนั้นได้ยินฝ่ายที่มาปิดประตูบอกว่า ที่ดินแห่งนี้พระได้เข้ามาสร้างเป็นวัดนานกว่า 30 ปี โดยไม่ละอายใจ แต่จากนี้อีก 15 วัน จะให้เวลาที่จะต้องออกจากพื้นที่นี้ไป ถ้าไม่ยอมย้ายออกจากวัด จะนำรถเครนเข้ามาปรับพื้นที่ภายในวัดทันที หลังเกิดเรื่องตนจึงให้เจ้าอาวาสไปแจ้งความ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้คุยกับทนายความของวัดทางโทรศัพท์ เล่าว่า ที่ดินแห่งนี้เมื่อปี 2533 ขณะนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์เจ้าของที่ดินได้มอบที่ดิน 2 แปลงจำนวน 26 ไร่เศษให้วัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการอย่างถูกต้องในปี 2541 จำนวน 21 ไร่ และเหลืออีก 5 ไร่ ที่ทางวัดยังไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
พอมาปี 2547 โจทก์คือทายาทเจ้าของที่ดินได้ฟ้องขับไล่วัด เพื่อขอคืนที่ดินทั้งหมด ซึ่งการต่อสู้ทางคดี วัดกับโจทก์ก็ดำเนินการไปจนศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงศาลฎีกา มีคำสั่งยกคำร้องในที่ดิน 21 ไร่ แล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินใน 5 ไร่ที่เหลือ ซึ่งศาลชั้นต้นยกคำร้อง ทางโจทก์จึงยื่นขออนุญาตฎีกา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับฎีกา แต่โจทก์กลับนำแท่นปูนและป้ายมาติดประกาศอ้างกรรมสิทธิ์
ในส่วนของทางคดี พันตำรวจเอก ยศวัจน์ แก้วสืบธัญญนิจ ผู้กำกับ สภ.เมืองขอนแก่น เผยว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความเอาไว้แล้ว พร้อมกับสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าอาวาสและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งกลุ่มผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งจะต้องเรียกมาสอบปากคำภายหลังจากสอบปากคำฝั่งทางวัดเสร็จสิ้น ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป และในวันนี้ ทางตำรวจและฝ่ายปกครองฯ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่วัดอย่างละเอียดอีกครั้ง
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/CUvXbPFOllc
แท็กที่เกี่ยวข้อง ชายฉกรรจ์ ,ยึดที่ดิน ,วัดป่า