สังคม

โฆษกกลาโหม เผย ชายก่อความวุ่นวายบนเครื่องบินเป็นทหารจริง มีประวัติจิตเวช

7 ชั่วโมงที่แล้ว

132 views

โฆษกกลาโหม เผย ชายก่อความวุ่นวายบนเครื่องบินเป็นทหารจริง มีประวัติจิตเวช ยันมีมาตรการคุมปืนกำลังพลต้องผ่านผู้บังคับบัญชาและตรวจสุขภาพจิต

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีผู้โดยสารชาย ซึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม มีพฤติกรรมผิดปกติ และก่อความวุ่นวายระหว่างเดินทางบนเที่ยวบินสายการบินแอร์เอเชีย AK888 จากประเทศมาเลเซียมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งทราบภายหลังว่า มีอาการทางจิตเวชนั้นว่า เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่า ชายคนดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในส่วนงานธุรการ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับประทานยา และมีการรักษาโดยแพทย์มาโดยตลอด ซึ่งเหตุบนเครื่องบินไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดครั้งแรก แต่ชายคนดังกล่าวมีอาการจิตเวชมาสักระยะหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้เท่าที่ที่ทราบมา อาจจะยังไม่ยืนยันคือ ชายคนดังกล่าวไม่ได้รับประทานยาในช่วงเดินทาง จึงเกิดอาการขึ้นมา ซึ่งปัจจุบันได้ส่งตัวไปรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และอยู่ในการดูแลของแพทย์ อย่างไรก็ตามทราบว่า ชายคนดังกล่าว น่าจะมีอาการเกิดขึ้น หลังจากที่เข้ามารับข้าราชการแล้ว

ส่วนมาตรการเรื่องของการดูแลความปลอดภัย ก็จะมีคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบ และไปดูมาตรการในการดำเนินการกับชายคนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้กระทรวงกลาโหม มีมาตรการตรวจสุขภาพจิตกำลังพลเป็นระยะๆ อยู่แล้ว และยังเน้นย้ำให้กำลังพลสอดส่องดูแลเพื่อนข้างเคียงด้วย อีกทั้งมีนโยบายสอดส่องดูแลว่า กำลังพลมีอุปสรรคอะไรหรือไม่ เพราะการเป็นทหารมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนถืออาวุธในมือ ดังนั้นความเสี่ยงที่กำลังพลจะใช้อาวุธก็มีมากกว่า ซึ่งกระทรวงฯ มีมาตรการในการตรวจสอบกำลังคนในการใช้อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาอย่างที่ทราบก็เคยมีเหตุการณ์กำลังพลที่เข้ามาบรรจุ เข้ามาทำงาน และมีภาวะความเครียด ซึ่งก็ได้กำชับไปทุกหน่วยในการดูแลคนของตัวเอง

ทั้งนี้เรื่องมาตรการควบคุมอาวุธปืนของกำลังพล ไม่ว่าจะเป็นปืนเล็ก หรือปืนยาวต่าง ๆ ก็จะมีคลังเก็บอาวุธอยู่แล้ว และมีมาตรการในการควบคุม ดังนั้นเชื่อว่า แต่ละกองทัพมีแนวทางการดำเนินการควบคุมอาวุธปืนไม่ให้เล็ดลอดอย่างรัดกุม แต่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นปืนพกส่วนตัวที่ยังอยู่ในระบบสวัสดิการการจัดหา ซึ่งเรื่องนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้น เพราะเป็นภาพใหญ่ที่รัฐบาลต้องดำเนินการ

เมื่อถามถึงกรณีกำลังพลที่มีอาการทางจิตเวช ยังสามารถครอบครองอาวุธปืนได้หรือไม่ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขั้นตอนการตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนของกระทรวงกลาโหมมีความเข้มข้นมากขึ้น มาก่อนหน้านี้แล้ว ที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องเป็นผู้อนุมัติเท่านั้น ในการจัดหาอาวุธมาใช้ส่วนตัว หรืออาวุธประจำกายกำลังพล และมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมาคือ ผู้บังคับบัญชาจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องของจิตเวชด้วย หรือภาวะของผู้ประสงค์ที่จะซื้อปืน เพราะอดีตก็เคยมีเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงในลักษณะเช่นนี้ จึงมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น ตั้งแต่ในอดีต

ขณะที่กระทรวงกลาโหม ได้ออกเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมว่าชายคนดังกล่าวเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประจำสำนักงานนโยบายและแผนกลาโหม ซึ่งหน่วยต้นสังกัดได้ติดตาม และพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติราชการของกำลังพลดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการด้านกำลังพลตามหลักเกณฑ์ และระเบียบของทางราชการ โดยพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การเลื่อน ลด ปลด หรือย้าย ตามข้อเท็จจริง ผลการประเมิน และหลักเกณฑ์ที่กำหนด

กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า การดำเนินการจะเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงทั้งความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ความปลอดภัยของส่วนรวม และสิทธิของกำลังพลอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน และประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลด้านสุขภาพ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง และกระบวนการดำเนินการตามระเบียบของทางราชการ

คุณอาจสนใจ

Related News