สังคม
ผลตรวจเก๋งชนศูนย์เด็กเล็ก พบฉี่ม่วงทั้งคนขับ-คนนั่ง ซ้ำเจอปืนอีกกระบอก
7 ส.ค. 2569
244 views
ชาวบ้านรุมสาปแช่ง ผลตรวจเก๋งชนศูนย์เด็กเล็กเมืองกาญจน์ ฉี่ม่วงทั้งคนขับ-คนนั่ง ซ้ำพบปืนอีกกระบอก วงจรปิดเผยพุ่งมาด้วยความเร็วไม่มีเบรก
ความคืบหน้า กรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน ในพื้นที่บ้านหนองสองตอน ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้เด็กที่กำลังนอนกลางวันอยู่ภายในศูนย์ฯ ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 14 รายนั้น
ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด บริเวณด้านนอกและภายในห้องที่เด็กนอนกลางวัน โดยกล้องวงจรปิดด้านนอกศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จะเห็นว่ารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วโดยไม่มีการแตะเบรก ก่อนจะพุ่งเข้าไปชนกำแพงด้านหลังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งตรงกับห้องที่เด็กๆ นอนอยู่เข้าอย่างจัง จนกำแพงพังถล่มลงมา
ส่วนกล้องวงจรปิดด้านในห้องที่เด็กกำลังนอนกลางวันอยู่ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเด็กที่นอนกลางวันและกำลังเล่นอยู่ภายในห้อง ถูกเสพติดเศษปูนที่พังถล่มลงมาจากกำแพง พุ่งใส่ร่างจนได้รับบาดเจ็บไปหลายราย โดยหลังเกิดเหตุ คณะครูได้รีบช่วยกันพาเด็กๆ ออกไปจากห้องทันที พร้อมประสานอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เข้ามาช่วยเหลือเด็กที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณส้ม อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นแม่ของน้องแก้มวัย 2 ขวบ ที่ถูกเศษปูนของกำแพงหล่นทับศีรษะจนเป็นแผลแตก และต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และรีบเดินทางไปหาลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทันที เห็นรูปได้รับบาดเจ็บฝีปากแตกก็รู้สึกใจสลาย ตนเองอยากให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยนที่รับผิดชอบดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สร้างกำแพง ล้อมรอบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มิดชิดมากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันเหมือนเช่นในกรณีนี้ขึ้นอีก
ขณะที่ตนเองทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าชายคนขับและชายที่นั่งมาด้วยในรถคันก่อเหตุ มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ก็ยิ่งรู้สึกโมโห และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับทั้งสองคนให้ถึงที่สุด ที่มาทำให้เด็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กำลังนอนกลางวันกันอยู่ต้องได้รับบาดเจ็บเช่นนี้
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังพลตำรวจตรีพศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรียืนยันว่า ผลการตรวจปัสสาวะของชายอายุ 54 ปี ที่เป็นคนขับรถเก๋ง และชายที่นั่งมาด้วย พบว่าในปัสสาวะเป็นสีม่วง มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายทั้งสองคน อีกทั้งยังพบอาวุธปืน automatic อีก 1 กระบอก โดยชายคนขับได้รับบาดเจ็บยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีกับชายคนขับ ในข้อหาขับรถในขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ข้อหาขับรถโดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน แม้ทางญาติของชายที่ขับขี่รถยนต์เก๋งจะให้ข้อมูลว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอาการกำเริบของโรคประจำตัว แต่ก็ต้องรอให้แพทย์ทำการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเกิดจากโรคประจำตัวจริงหรือไม่ แต่ในเมื่อตรวจพบว่าชายคนดังกล่าวมีสารเสพติดในร่างกายขณะขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่มียกเว้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง กาญจนบุรี ,เก๋งชนศูนย์เด็กเล็ก