สังคม

เกษตรกรลุ่มน้ำกก-สาย-รวก-โขง จี้รัฐแก้ปัญหาสารปนเปื้อนจากเหมืองต้นน้ำ ดันเป็นวาระแห่งชาติ

27 ก.ค. 2569

43 views

เกษตรกรผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำกก-สาย-รวก-โขง รวมตัวประชุมที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สะท้อนผลกระทบจากปัญหาสารปนเปื้อน จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจากกิจกรรมเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

ที่ประชุมระบุว่า ปัญหาคุณภาพน้ำ ตะกอน และผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจวิเคราะห์น้ำและตะกอนในหลายพื้นที่ยังพบการปนเปื้อนของโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูในบางจุด ขณะที่ผลตรวจดิน พืชผัก ปลา และน้ำบาดาลบางส่วน แม้หลายตัวอย่างยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่สะท้อนแนวโน้มการสะสมของสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและกระทบต่อความเชื่อมั่นในผลผลิตทางการเกษตร

ตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอแม่สายและพื้นที่ลุ่มน้ำกก เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาน้ำขุ่น ตะกอนสะสม และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง หลายพื้นที่ต้องขุดลอกตะกอนบ่อยครั้ง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับประเทศต้นทาง เพื่อยุติสาเหตุของปัญหา แทนการใช้งบประมาณแก้ไขผลกระทบภายในประเทศเพียงอย่างเดียว

นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า สมาคมจะรวบรวมข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ถึงเชียงราย เสนอต่อรัฐบาลเพื่อผลักดันให้ปัญหามลพิษในลุ่มน้ำเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเสนอให้มีมาตรการควบคุมกิจกรรมเหมืองต้นทางและระบบบำบัดน้ำเสียอย่างจริงจัง เพื่อฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร เปิดเผยผลการติดตามคุณภาพน้ำจากการเก็บตัวอย่างครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 15–19 มิถุนายน 2569 รวม 22 จุด ในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง พบว่า แม่น้ำสายยังตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกครั้ง ขณะที่แม่น้ำกกส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นบางจุดบริเวณชายแดน ส่วนแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง แม้ค่าสารหนูในน้ำยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ตะกอนดินหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเชียงของ พบการสะสมของโลหะหนักในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดิน นอกจากนี้ ยังพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในดิน พืชผัก ปลา และน้ำบาดาลหลายพื้นที่ แม้หลายตัวอย่างยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่สะท้อนแนวโน้มการสะสมในระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง

ดร.สืบสกุล กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความคืบหน้าในการจัดหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ เพื่อผลิตน้ำประปาให้ประชาชนกว่า 40,000 ครัวเรือนในจังหวัดเชียงราย ลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำในแม่น้ำกก พร้อมมีแผนผลักดันการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์น้ำ ดิน พืช และสัตว์น้ำในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้สามารถทราบผลตรวจได้ภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมุ่งจัดการที่ต้นเหตุ ผ่านความร่วมมือและการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยุติการปนเปื้อนในลุ่มน้ำและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


คุณอาจสนใจ

Related News