สังคม
“ปลัด อบต.” ร้องศูนย์ดำรงธรรม อ้างถูก “รองนายกฯ อบต.” บุกข่มขู่แย่งห้องทำงาน
2 ก.ค. 2569
1.1K views
ศึกชิงห้องทำงาน “ปลัด อบต.” ร้องศูนย์ดำรงธรรม อ้างถูก “รองนายกฯ อบต.” บุกห้องทำงานข่มขู่ไล่ที่ ซ้ำกระชากสายกล้องวงจรปิด ด้านนายกฯ สวนกลับไม่ได้ให้ไปนั่งสนามบอล
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการ จ.สระบุรี นายสมพิตร หึนกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม กรณีเมื่อบ่ายวานนี้ (1 ก.ค.69) นายสุรินทร์ และ น.ส.ยุวนุช 2 รองนายก อบต.บ้านป่า ได้บุกรุกเข้ามาในห้องทำงานบริเวณชั้น 2 ของสำนักงาน อบต. ขณะตนนั่งทำงานอยู่ โดยนายสุรินทร์ ได้ปากเสียงถกเถียงกันกับปลัดฯ และได้กระชากสายสัญญาณกล้องวงจรปิด และได้ขนเอกสารของทางราชการออกจากห้องที่ทำงานของตนเองออกไปไว้ด้านนอกห้อง โดยทั้งสองได้ข่มขู่ พร้อมอ้างว่าเป็นคำสั่งของ นายก อบต.บ้านป่า จะเอาห้องที่ตนนั่งปฏิบัติราชการอยู่มาเป็นของตน
ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถึงขั้นมีปากเสียงกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาระงับเหตุ ในขณะเดียวกันยังได้นำป้ายชื่อที่ติดอยู่ประตูหน้าห้องออก แล้วนำป้ายชื่อของนายสุรินทร์ไปติดแทน ส่วนทรัพย์สินได้รับความเสียหายอยู่หลายรายการ ซึ่งตนได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ณัฐพล เวชกิจ พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย ให้ดำเนินคดีกับ นายสุรินทร์ และ น.ส.ยุวนุช แล้ว ตั้งแต่เย็นวานนี้ ขอให้ศูนย์ดำรงธรรมโปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย เพราะตนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งที่เกินกว่าเหตุ
นายสมพิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ภายหลังเข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม ว่า ตนทำงานที่ อบต.บ้านป่าตั้งแต่ขณะเป็นรองปลัดฯ และสอบบรรจุได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดไปดำรงตำแหน่งที่ จ.ปราจีนบุรี ระยะหนึ่ง กระทั่งได้โยกย้ายกลับมาเป็นปลัดที่ อบต.บ้านป่า เมื่อปลายปี 2568 ส่วนมูลเหตุที่เกิดความขัดแย้งกับคณะผู้บริหาร ที่หลังผ่านการรับเลือกตั้ง กลับเข้ามาเป็นนายกฯ และทีมผู้บริหารอีกวาระหนึ่ง สิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับคณะผู้บริหาร อาจเป็นเพราะตนไม่ทำคามความประสงค์ของผู้บริหาร เนื่องจากตนเห็นความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างไฟโซลาเซลล์ในพื้นที่ เพราะตนเห็นว่าเป็นการซ้ำซ้อนกันและไม่คุ้มค่า ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์ในการใช้เงินงบประมาณ
ส่วนในเรื่องของ “ห้องทำงาน” ตนเป็นข้าราชการ “ปลัด” มีตำแหน่งสูงสุดในหมู่ข้าราชการประจำ สมควรมีห้องทำงานเป็นสัดส่วน ตนมีแฟ้ม มีเอกสารหลักฐานต่างๆ บางเรื่องเป็นความลับของทางราชการ มีเหตุผลสมควรหรือไม่ ที่ให้ตนย้ายออกไปนั่งรวมกับข้าราชการคนอื่นๆ ท่านผู้บริหารอ้างว่าท่านมาจากประชาชน อยู่กับประชาชน ส่วนตนเป็นข้าราชการ รับราชการ เรียนและสอบได้มาตามขั้นตอนของกฎหมาย ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ตนถูกกระทำถือเป็นการ “กลั่นแกล้ง” กันเกินกว่าเหตุ
ด้านนายสนิท ทองวิจิตร นายก อบต.บ้านป่า พร้อมด้วย น.ส.ยุวนุช ทองวิจิตร รองนายก อบต.บ้านป่า ร่วมกันเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของตน ในฐานะผู้บริหาร อีกทั้งได้ผ่านการประชุมและแจ้งให้ ปลัดสมพิตรทราบกันมาก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะมีข้าราชการโยกย้ายมารับราชการที่นี่ใหม่ ตนจะขอปรับปรุงสถานที่ โดยจะขอห้องทำงานของปลัดให้นายสุรินทร์ ส่วนห้องเดิมของนายสุรินทร์ จะให้เลขานายกฯ มานั่งแทน โดยให้ปลัดสมพิตรออกมานั่งรวมกับรองปลัดที่ย้ายมาใหม่ และหัวหน้าสำนักปลัด มีอะไรก็ยื่นเข้าหากัน ปรึกษากัน ตนต้องการบริการประชาชนที่บริเวณหน้าห้องเดิม ที่ปลัดสมพิตรเคยนั่งทำงานอยู่
นายสนิท เผยอีกว่า ส่วนการทำงาน ปลัดไม่สนองนโยบายผมเลย เวลาประชุมเคยพูดคุยกัน ปลัดมีอะไรพูดคุยกัน ปลัดมีอะไรแนะนำผม งานจะได้เดิน แฟ้มเสนอไปค้างตลอด เมื่อทวงถามหรือมีการเรียกผู้รับเหมามาเซ็นสัญญากลับทำไม่ได้ อ้างผิดขั้นตอน อ้างโน่น นี่ ไม่ยอมเซ็นผ่าน แม้ระหว่างการทำงาน ปลัดไม่เคยเข้ามาพบตนเลย แถมยังพูดกับข้าราชการอีกว่า ให้ตนไปพบปลัดที่ห้องทำงานเอง หากต้องการพบ คนเป็นปลัดต้องให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย ทำงานร่วมกัน ทำไมไม่มาคุยกัน ทำไมต้องไปร้องศูนย์ดำรงธรรม ไปร้อง ป.ป.ช. ไปร้องตำรวจ กับนายกฯ ตนเป็นนายกฯ จะบริหารงานกันได้อย่างไร เงินเดือนก็ไม่เคยค้างออกให้ตลอด ส่วนที่ทำงานใช่ว่าจะให้ไปนั่งทำงานที่สนามฟุตบอลเสียเมื่อไหร่
ในเวลาเดียวกันนายวินัย ประกาศิต กำนัน ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย ได้มาติดต่อราชการที่ อบต.บ้านป่า ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามกับกำนันถึงการทำงานของปลัด อบต.ว่าเป็นอย่างไร โดยกำนันกล่าวว่า จากการที่เคยร่วมงานกันมาตนมองว่า ปลัดสมพิตรการทำงานรอบคอบ รักษาผลประโยชน์ของประชาชน และที่เพิ่งทราบจากผู้สื่อข่าว ว่า ปลัดสมพิตรถูกย้ายห้องทำงาน ส่วนตัวตนไม่รู้ว่าระหว่างผู้บริหารกับปลัดเขามีอะไรกัน แต่ปลัดถือว่าเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งสูงสุดในหมู่ข้าราชการ สมควรต้องมีห้องส่วนตัวที่เป็นสัดส่วน เพราะคนเป็นปลัดย่อม มีเอกสารจากอำเภอ จังหวัด หรือที่เป็นความลับไม่อาจเปิดเผยได้ ย่อมต้องเป็นส่วนตัวพอสมควรจะให้ไปนั่งทำงานรวมกับข้าราชการคนอื่นๆ ดูไม่เหมาะสม
แท็กที่เกี่ยวข้อง สระบุรี ,แย่งห้องทำงาน ,อบต.บ้านป่า