สังคม

ปปป.แถลงคดี “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ตบทรัพย์เจ้าของโรงแรม นำเงินไปใช้คืน อส. พบเส้นเงินเชื่อมโยงทั้งสองคดี

2 ชั่วโมงที่แล้ว

42 views

“บิ๊กเต่า” ร่วมกับ ปปป. แถลงคดี “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ตบทรัพย์เจ้าของโรงแรม นำเงินไปใช้คืน อส. ผู้เสียหายสอบท้องถิ่น พบเส้นเงินเชื่อมโยงทั้งสองคดี ขณะคดีปลัดจังหวัดภูเก็ตไม่เชื่อมโยงคดีทุจริตสอบที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่

พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ บิ๊กเต่า รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายรุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นการตอบแทน ในการจูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมาย และ ความผิดฐานเป็นคนกลาง หรือ ผู้รับสินบน เพื่อนำไปจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจาก อาสาสมัคร 3 คน คนละ 300,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น

นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากมีเจ้าของโรงแรม เข้าร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่าถูกปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงิน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต โดยให้โอนเงินไป บัญชีของอาสาสมัครรักษาดินแดนคนหนึ่ง และโอนเงินทอน 1 แสนบาท กลับคืนมาคนใกล้ชิดของปลัดจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่พันตำรวจเอกสุพจน์ พุ่มแหยม รักษาราชการแทนผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีดังกล่าว พบว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ปรากฏในอีกคดีตำรวจ ปปป. อยู่ระหว่างสืบสวน หลังมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน เข้าร้องเรียนถึงพฤติกรรมของปลัดจังหวัดภูเก็ตว่ามีการเรียกรับเงินสอบข้าราชการท้องถิ่น ทำให้พบความเชื่อมโยงของทั้งสองคดี และพบการโอนเงินไป-กลับเป็นทอดๆ จึงได้ขอหมายศาลเข้าจับกุมผู้ต้องหา เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับพฤติการณ์ของนายรุ่งเรือง ที่นำไปสู่การจับกุมนั้น แม้เส้นทางการเงินจะไม่ได้โยงไปถึงนายรุ่งเรืองโดยตรง แต่พบว่าเกี่ยวพันกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะเลขาคนสนิทปลัด จังหวัดภูเก็ต ที่ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าในการรับเงินทอน 100,000 จาก อส.

ด้านพันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ระบุว่า คดีการจับกุมปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กับ คดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบคดี เป็นคนละคดี แต่ก็จะทำควบคู่กันไปหากพบความเชื่อมโยง

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. เข้ามาแจ้งความ กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ก่อนหน้านี้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า รายละเอียดอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม ส่วนคดี ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นสำนวนหลักอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ไม่สามารถก้าวล่วงได้รายละเอียดได้

ส่วนกรณีรายงานข่าวว่าทางตัวปลัดภูเก็ตมีพฤติกรรมคุกคามเจ้าหน้าที่ อส.สาว จึงนำไปสู่การแจ้งความ เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบว่า ก็เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

เมื่อถามว่าหลังจากที่ทางปลัดภูเก็ตกลับมารับตำแหน่งได้เพียงหนึ่งวันแต่ถูกจับในถัดมา มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ นายวิรุฟห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้กรมการปกครองมีคำสั่งให้ปลัดจังหวัด พร้อมข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย มาช่วยราชการที่กรมเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อครบกำหนดตามระเบียบจึงต้องส่งตัวกลับต้นสังกัด โดยผลการสอบสวนพบมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบวินัย และเตรียมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีอาญาเสียก่อน เนื่องจากเป็นความผิดที่มีพยานหลักฐานชัดเจนกว่า


คุณอาจสนใจ

Related News