เลือกตั้งและการเมือง

“ปลัดภูเก็ต” ประกาศท้า “อธิบดีกรมการปกครอง” ไล่ออกราชการ-แจ้งความ หากผิดจริงปมถูกย้ายรับส่วย

3 ชั่วโมงที่แล้ว

69 views

“ปลัดภูเก็ต” เปิดหน้าชน ประกาศท้า “นฤชา” อธิบดีกรมการปกครอง ไล่ออกราชการ-แจ้งความหากผิดจริง ปมถูกย้ายรับส่วย ลั่น ไม่ผิดต้องคืนความเป็นธรรม ไม่ใช่จัดฉากย้ายออกนอกพื้นที่ สร้างความเสียหายให้ระบบราชการ

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์หลังชี้แจงต่อกรรมาธิการการปกครอง เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า เรื่องส่วยตนได้ชี้แจงต่อกรมการปกครองไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายจริงหรือไม่ที่จะทราบว่าตนกระทำความผิดจริงหรือไม่ เพราะหากจัดฉากย้ายตนเพราะรับส่วยหนึ่งกิโล วันนี้กรมการปกครองก็จะต้องแจ้งข้อกล่าวหากับตน ว่าตนรับส่วยจริงหรือไม่ และหาคนที่รับส่วยในพื้นที่ให้ได้ แล้วดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับตน พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยไล่ออกจากราชการได้เลย ตนยังรอคำตอบจาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลศ์ อธิบดีกรมการปกครองในเรื่องนี้อยู่

“ถ้าตนกระทำความผิดจริง แล้วไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง ก็ขอให้ท่านลงชื่อแจ้งความผม เป็นผู้รับส่วยจำนวนหนึ่งกิโล ตามที่ปรากฏในข้อร้องเรียน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ปจ.หนึ่งกิโลคืออะไร วันนี้ท่านต้องให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ให้คนจัดฉากแล้วย้ายผมออกนอกพื้นที่ สร้างความเสียหายให้ระบบราชการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ในขณะที่ผมกับทีมงานได้บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดในพื้นที่ โดยเฉพาะยึดหาด Freedom คืนให้พี่น้องประชาชน จึงอยากขอความเป็นธรรมจากท่านอธิบดี ถ้าผมผิดท่านก็สั่งลงโทษผมได้เลย ผมยินดีที่จะลาออกได้เลย แต่ถ้าผมไม่ผิดท่านต้องคืนความเป็นธรรมให้ผม” นายรุ่งเรือง กล่าว

เมื่อถามว่าประชาชนในพื้นที่บางลานบางส่วนได้นำหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินจ่ายส่วย ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร นายรุ่งเรืองกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องสลิปการโอนเงิน และไม่ทราบว่าโอนให้ใคร ทุกวันนี้ก็ยังงงอยู่ หากมีจริงคนที่โอนมาก็ต้องเปิดเผย เพราะสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการ จ่ายส่วยให้ใครต้องบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่มาสร้างความเสียหาย ต้องบอกว่าโอนให้ใครและโอนค่าอะไร ตนก็อยากได้ความชัดเจน

ส่วนมองอย่างไรว่าการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เป็นการวัดพลังกันทางการเมือง นายรุ่งเรืองกล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่การวัดพลังกันทางการเมือง แต่มองว่าพวกเราทำงานภายใต้การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด และทำงานด้านกฎหมาย วันนี้ถ้าตนโดนย้ายและยอมไปทุกอย่างภูเก็ตก็คงจะไม่มีการย้ายใคร วันนี้ที่ตนถูกย้ายเพราะไม่ยอม ต้องสู้กับความเป็นจริงว่าจะมาจัดฉากย้ายตนไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการฟ้องร้องคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง

พร้อมกันนี้นายรุ่งเรืองยังได้เปิดแชตไลน์ ที่เป็นการเชิญชวน กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มารวมตัวกันให้สื่อมวลชนดู ซึ่งมีข้อความเนื้อหาระบุว่า “เรียนกลุ่มผู้ประกอบการทุกท่าน ในวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 19.00 น. ขอให้ทุกร้านมาร่วมกับชมรมและเรียกร้องเรื่องใบอนุญาตที่ป้อมบางลา เนื่องจากทางจังหวัดเองมีนโยบายที่ชัดเจนว่าร้านไหนไม่มีใบอนุญาตจะลงจับและห้ามเปิดผมในฐานะประธานชมรมได้ให้ข้อมูล และข้อเท็จจริงไปแล้วว่าที่ขอไม่ได้เกิด จากสาเหตุอะไรเพราะฉะนั้นขอความร่วมมือทุกร้านช่วยมารวมตัวกันในวัน และเวลาสถานที่ดังกล่าวด้วยเพราะถ้าท่านไม่ มาช่วยกันรับรองว่าเกิดปัญหาใหญ่แน่ ด้วยความเคารพทุกท่าน ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพมายื่นหนังสือให้กับทางผู้ใหญ่และเค้ารับทราบทั้งหมดแล้ว ถ้าเราไม่ช่วยกัน ณ วันนี้ ปัญหาจะเกิดขึ้นกับทุกร้านอย่างแน่นอนที่ไม่มีใบอนุญาตเรียนด้วยความเคารพ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถาบันบันเทิงหาดป่าตอง”

นายรุ่งเรืองอธิบายว่า ข้อความดังกล่าว เขาไม่ได้นัดมาเพื่อประท้วงไล่ตน ผิดกฎหมายแต่หลอกชาวบ้านให้มาพูดเรื่องใบอนุญาตที่ผิดกฎหมาย จึงหลังจากชาวบ้านมายืนเสร็จก็มีการจัดฉากเขียนป้ายว่า ปจ. ทำเพื่ออะไร เป็นการจัดฉากนำมาสู่การย้ายตนในวันนี้ เพราะหนังสือที่เชิญไม่ได้เชิญมาประท้วง โดยคนที่ขึ้นพูดก็เป็นคนส่งไลน์เอง หลักฐานชิ้นนี้ตนได้ยื่นยื่นต่อศาลเรียบร้อยแล้ว และ ได้ฟ้องคนที่มาประท้วงครั้งนี้ด้วย

คุณอาจสนใจ

Related News