สังคม

ลูกสาวคาใจ พ่อถูกรถปีนเกาะกลางข้ามมาชน ตร.ชี้เป็นประมาทร่วม อ้างพ่อแช่เลนขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรก

4 ชั่วโมงที่แล้ว

559 views

ลูกสาวคาใจ พ่อถูกรถคู่กรณีปีนเกาะกลางข้ามมาชน ทำแฟนใหม่พ่อดับ ตำรวจชี้เป็นประมาทร่วม อ้างพ่อแช่เลนขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรกรถก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที ร้องเพจสายไหมต้องรอดขอความเป็นธรรม

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 มิ.ย. 2569 เพจสายไหมต้องรอดรับเรื่องร้องเรียนจากสาวนครสวรรค์รายหนึ่ง ร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากพ่อแม่ถูกคนเมาขับรถข้ามเลนมาชน ทั้งที่ขับรถมาตามปกติอยู่คนละฝั่ง แต่พนักงานสอบสวนร้อยเวรชี้ว่าเป็นประมาทร่วม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง บนถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ โดย น.ส.ศศิธร อายุ 30 ปี ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ และนางพรทิพย์ อายุ 45 ปี หลานผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันนั้นพ่อได้ขับรถเข้าไปทำธุระในเมืองกับแฟนสาวของพ่อ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงขากลับมาที่บ้าน

ปรากฏว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ถูกรถคู่กรณีขับเสียหลักชนเกาะกลาง แล้วเข้ามาพุ่งชนรถยนต์ของพ่อที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งที่พ่อก็ขับรถมาตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหัก ต้องทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูหลายเดือน อีกทั้งยังทำให้แฟนของพ่อเสียชีวิต ส่วนคู่กรณีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

หลังเกิดเหตุ เห็นภาพวงจรปิด ก็พบว่าฝั่งคู่กรณีเป็นคนขับรถเสียหลักข้ามมาพุ่งชนรถของพ่อตัวเอง แต่ปรากฏว่าคดีผ่านไป 4 เดือน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก กลับสรุปสำนวนบอกว่า เป็นการประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย โดยอ้างว่า พ่อขับรถมาในลักษณะของการแช่ขวา ไม่มีการระมัดระวัง ไม่มีการสังเกต รวมทั้งก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที ไม่พบการแตะเบรกหรือหลบหลีกไม่ให้เกิดภัยแต่อย่างใด จึงสรุปแจ้งข้อหาว่าพ่อของตนเองขับรถโดยประมาทจากการแช่ขวา

ด้วยเหตุนี้ ทางครอบครัวรู้สึกคาใจอย่างมากว่า ทำไมตำรวจถึงบอกว่าฝั่งพ่อตัวเองผิด รู้สึกว่าไม่รับความเป็นธรรม มองว่าการทำงานไม่โปร่งใส หนำซ้ำยังมาทราบภายหลังว่า ญาติของคู่กรณีเป็นข้าราชการคนใหญ่คนโตในพื้นที่ท่าตะโก โดยตั้งแต่หลังเกิดเหตุ มีเพียงแค่มาเยี่ยมอาการของพ่อแค่ครั้งเดียว พอเรียกค่าเสียหายไปก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการชดใช้เยียวยาแต่อย่างใด

นั่นจึงทำให้ทางครอบครัวตัดสินใจร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ได้รับความเป็นธรรม เพราะจนถึงตอนนี้พ่อยังต้องพักรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เสมือนว่าตอนนี้ครอบครัวเสียเสาหลักไป

หลังจากนี้ ทางเพจสายไหมต้องรอดจะพาผู้เสียหายไปขอคำปรึกษากับอัยการคุ้มครองสิทธิ เพื่อปรึกษาในเชิงข้อกฎหมายการจราจรว่า เหตุใดฝั่งผู้บาดเจ็บถึงเป็นฝ่ายผิดประมาทร่วมด้วย ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยในเรื่องของการสรุปสำนวนของทางตำรวจ โดยจะให้ทางพนักงานอัยการตรวจสอบการสรุปสำนวนของทางตำรวจด้วย ขณะเดียวกัน จะดำเนินการประสานกับทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อดำเนินการขอเงินชดเชยเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป โดยมองว่ากรณีนี้ไม่ควรจะทำให้กฎหมายบิดเบี้ยว


คุณอาจสนใจ

Related News