สังคม

คาใจ คู่กรณีเมาขับข้ามเลนมาชน พ่อเจ็บสาหัส แต่ถูกแจ้งประมาทร่วม อ้างไม่ยอมเบรกก่อน 3 วินาที

9 ชั่วโมงที่แล้ว

88 views

ลูกสาวคาใจ พ่อถูกรถคู่กรณีเมาและขับปีนเกาะกลางข้ามมาชน ทำภรรยาใหม่ของพ่อดับ แต่ตำรวจชี้เป็นประมาทร่วม อ้างพ่อขับแช่เลนขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรกรถก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที ตัดสินใจร้องเพจสายไหมต้องรอดและร้องอัยการสูงสุดขอความเป็นธรรม

เมื่อวานนี้ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด รับเรื่องร้องเรียนจากสาวนครสวรรค์รายหนึ่ง ร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากพ่อแม่ถูกคนเมาขับรถข้ามเลนมาชน ทั้งที่ขับรถมาตามปกติอยู่คนละฝั่ง แต่พนักงานสอบสวนร้อยเวรชี้ว่าเป็นประมาทร่วม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง บนถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์

โดยคุณศศิธร อายุ 30 ปี ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ และนางพรทิพย์ อายุ 45 ปี หลานผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันนั้นพ่อได้ขับรถเข้าไปทำธุระในเมืองกับแฟนสาวของพ่อ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงขากลับมาที่บ้าน

ปรากฏว่า เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ถูกรถคู่กรณีขับเสียหลักชนเกาะกลาง แล้วเข้ามาพุ่งชนรถยนต์ของพ่อที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งที่พ่อก็ขับรถมาตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหัก ต้องทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูหลายเดือน อีกทั้งยังทำให้แฟนของพ่อเสียชีวิต ส่วนคู่กรณีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

หลังเกิดเหตุ เห็นภาพวงจรปิด ก็พบว่าฝั่งคู่กรณีเป็นคนขับรถเสียหลักข้ามมาพุ่งชนรถของพ่อตัวเอง แต่ปรากฏว่าคดีผ่านไป 4 เดือน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก กลับสรุปสำนวน เป็นการประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย โดยอ้างว่า พ่อขับรถมาในลักษณะของการแช่ขวา ไม่มีการระมัดระวัง ไม่มีการสังเกต รวมทั้งก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที ไม่พบการแตะเบรกหรือหลบหลีกไม่ให้เกิดภัยแต่อย่างใด จึงสรุปแจ้งข้อหาว่าพ่อของตนเองขับรถโดยประมาทจากการแช่ขวา

คุณศศิธร บอกว่า ทางครอบครัวรู้สึกคาใจเป็นอย่างมาก ว่าทำไมตำรวจถึงบอกว่าฝั่งพ่อเธอประมาทร่วม เพราะครอบครัวรู้สึกว่าไม่รับความเป็นธรรม มองว่าการทำงานของตำรวจไม่โปร่งใส หนำซ้ำยังมาทราบภายหลังว่า ญาติของคู่กรณีเป็นข้าราชการคนใหญ่คนโตในพื้นที่ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ โดยตั้งแต่หลังเกิดเหตุ มีเพียงแค่มาเยี่ยมอาการของพ่อแค่ครั้งเดียว พอเรียกค่าเสียหายไปก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการชดใช้เยียวยาแต่อย่างใด

ล่าสุดทางเพจสายไหมต้องรอดพาผู้เสียหายไปยื่นขอคำปรึกษากับอัยการคุ้มครองสิทธิ เพื่อปรึกษาในเชิงข้อกฎหมายการจราจรว่า เหตุใดฝั่งผู้บาดเจ็บถึงเป็นฝ่ายผิดประมาทร่วมด้วย ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยในเรื่องของการสรุปสำนวนของทางตำรวจ โดยต้องการให้ทางพนักงานอัยการตรวจสอบการสรุปสำนวนของทางตำรวจด้วย เพราะคุณศศิธรลูกสาว มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการของตำรวจ เพราะในสำนวนมีการระบุด้วยว่าก็ประมาท 3 วินาที ไม่ขับหลบหรือขับหลีก



ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวลำบากมาก เพราะจนถึงตอนนี้พ่อยังต้องพักรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เสมือนว่าตอนนี้ครอบครัวเสียเสาหลักไป

ด้านนายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแก่ผู้ร้อง ว่าต้องทำอะไรได้บ้าง โดยเบื้องต้นได้แนะนำให้ไปร้องเรียนกับสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์เจ้าของพื้นที่ด้วย ซึ่งในส่วนของสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจะไม่ไปก้าวล่วงในรายละเอียดของคดี แต่จะส่งเรื่องไปกำชับยังสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ด้วยอีกทาง

ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง จึงให้ความเชื่อมั่นกับผู้ร้องว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรม เพราะตามขั้นตอนแล้วหลังจากพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณา หากพนักงานอัยการเห็นว่าสำนวนการสอบสวนยังไม่ครบถ้วน ก็จะตีกลับสำนวนให้พนักงานสอบสวนกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม หรือถ้าเห็นว่าข้อหาที่พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องนั้นไม่เข้าข่ายความผิด พนักงานอัยการก็จะมีคำสั่งไม่ฟ้องในข้อหาดังกล่าว ซึ่งจะต้องรอสำนวนจากทางพนักงานสอบสวนก่อนจึงจะสามารถนำมาพัฒนาต่อไปได้



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/aC4iX7xIr28

คุณอาจสนใจ

Related News