สังคม
พ่อแม่เด็ก 2 ขวบ ไม่ให้เข้าพบ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หอบกระเช้าบุกถึง รพ. เมาขับขอเจรจาเยียวยา 3 หมื่น
9 ชั่วโมงที่แล้ว
143 views
พ่อแม่เด็ก 2 ขวบ ปฏิเสธรับเงินเยียวยา 3 หมื่น ไม่ให้ “อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” เข้าพบ หลังเมาแล้วขับชน “น้องเติมฝัน” เสียชีวิต เจ้าตัวหอบกระเช้ามาพร้อมพวกอีก 5 คน บุกถึงหน้าห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล ต้องล็อกประตู-ยังอยู่ในอาการผวา ยืนยันขอดำเนินคดีถึงที่สุด
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เมื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี ถูกกล่าวหาว่าขับรถกระบะสีดำ ในลักษณะมึนเมา พุ่งชนรถยนต์รวม 3 คัน ส่งผลให้เด็กชายวัย 2 ขวบเสียชีวิต ขณะที่มารดาได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนทั่วประเทศ ความคืบหน้าล่าสุด ที่โรงพยาบาลลำปาง พบว่า มารดาของเด็กชายวัย 2 ขวบผู้เสียชีวิต ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกกระดูก หลังได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก โดยแม้เวลาจะผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และมีรายงานว่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งในวันจันทร์นี้ รวมถึงอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นรักษาตัวในโรงพยาบาลนานประมาณ 1 เดือน
มีรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี เจ้าของรถกระบะคันเกิดเหตุ ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลลำปาง พร้อมพวกประมาณ 5 คน เพื่อขอเข้าเยี่ยมพ่อและแม่ของเด็ก โดยมีการยืนรออยู่บริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยนานกว่า 10 นาที พร้อมนำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความเสียใจ และแจ้งความประสงค์จะมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 30,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการขออนุญาตเข้าไปถ่ายภาพขณะนำกระเช้าเข้าเยี่ยมด้วย แต่ทางครอบครัวผู้เสียหายปฏิเสธไม่รับทั้งกระเช้าและเงินเยียวยา พร้อมไม่อนุญาตให้เข้าพบภายในห้องพักผู้ป่วย โดยระบุว่า “สายเกินไปแล้ว” และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขอให้ไปตกลงจ่ายเงินเยียวยา ที่โรงพัก และที่ ศาลเท่านั้น
ด้านครอบครัวผู้เสียหายระบุว่า หากจะมีการเจรจาหรือเยียวยาใด ๆ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนหรือในชั้นศาลเท่านั้น
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งพ่อและแม่ได้ล็อกประตูห้องพักผู้ป่วยไว้ ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป เนื่องจากยังคงอยู่ในอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ในส่วนของคดี วันนี้พนักงานสอบสวนเตรียมเดินทางเข้ามาสอบปากคำพ่อและแม่ของเด็กเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว โดยมีรายงานว่า ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้แต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินการต่อสู้คดีตามกระบวนการกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะต้องรอผลการดำเนินคดีและคำพิพากษาของศาลต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าของรถยนต์เก๋งสีขาวคู่กรณีอีกราย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของแม่ที่โรงพยาบาลลำปางเช่นกัน พร้อมเปิดเผยถึงผลกระทบที่ตนได้รับจากอุบัติเหตุครั้งนี้
เจ้าของรถเก๋งเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามเจรจากับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพยายามให้ตนรับเป็นคู่กรณีและมีส่วนประมาทร่วม ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว
นอกจากนี้ รถยนต์เก๋งสีขาวของตนได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้ ทั้งที่เป็นรถเพียงคันเดียวที่ใช้ประกอบอาชีพและเดินทางไปทำงานในชีวิตประจำวัน
เจ้าของรถเก๋งระบุอีกว่า ปัจจุบันต้องเช่ารถยนต์มาใช้งานเป็นการชั่วคราว คิดค่าใช้จ่ายวันละประมาณ 1,000 บาท ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อนและภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาหรือการชดใช้ค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียวจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้เสียหายหลายฝ่ายยังคงรอความชัดเจนของกระบวนการทางกฎหมาย และการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป