สังคม
พสกนิกรทยอยเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป "พระองค์ภา" ด้าน "ศรีริต้า-กรณ์" ร่วมเป็นจิตอาสาแจกอาหาร
3 ชั่วโมงที่แล้ว
28 views
ภายหลังสำนักพระราชวัง ได้ประกาศเรื่องการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ถึง 16:00 น. เริ่มตั้งแต่วันนี้ (14 มิถุนายน 2569) เป็นต้นไป
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนถึงเวลาเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะหน้าพระรูป พสกนิกรต่างทยอยเดินทางมายังท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเข้ากราบถวายสักการะพระรูปอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คอยอำนวยความสะดวกแก่พสกนิกร ซึ่งพสกนิกรที่เดินทางมา มีหลากหลายวัย ต่างแต่งกายด้วยชุดสีดำอย่างพร้อมเพียง บางส่วนยังได้นำพระฉายาลักษณ์ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา มาถือเอาไว้แนบกาย ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
ทีมข่าวช่อง 3 ได้พูดคุยกับตัวแทนพสกนิกรที่เดินทางมากราบถวายสักการะพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
โดย น.ส.จุรีวัลย์ อายุ 63 ปี เดินทางมาจากเขตหลักสี่ ได้นำพระฉายาลักษณ์ของพระองค์มาถือเอาไว้ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ พร้อมเปิดเผยกับทีมข่าว ว่า แม้ว่าตนจะมีอายุมากกว่าพระองค์ท่าน แต่ตนก็เห็นว่าพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายเพื่อพสกนิกรชาวไทย เห็นพระองค์ตั้งแต่แรกพระประสูติ จนทรงเติบโตเรื่อยมา
ซึ่งตนประทับใจที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนไทยหลายด้าน ทางด้านการเรียนซึ่งพระองค์จบการศึกษาด้านกฎหมาย และทางด้านกีฬา ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนได้หันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬา
ขณะเดียวกัน ตนก็ประทับใจในโครงการที่พระองค์ท่านทำ อย่างมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ซึ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนที่จะช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เห็นถึงความที่พระองค์ทรงใส่พระทัยดูแลผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนหรืออยู่ในฐานะที่ต้องการความช่วยเหลือ
ส่วนตัวชื่นชอบตอนที่พระองค์เสด็จช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและทรงลงพื้นที่ตามบ้านคุยกับประชาชนเอง แสดงให้เห็นว่า พระองค์ท่านเป็นกันเองกับประชาชน ถือเป็นความเรียบง่ายที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องเกร็งกลัวกับพระองค์ท่าน เป็นภาพที่ตนประทับใจไม่รู้ลืม กล่าวโดยรวมคือตนประทับใจพระองค์ท่านในทุกด้าน
ทั้งนี้ ตั้งแต่พระองค์ทรงพระประชวรเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นตนตกใจและใจหายอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับพระองค์ท่าน ได้แต่ตั้งจิตภาวนาขอให้พระองค์ท่านกลับมาเหมือนเดิม จนกระทั่งมาถึงเวลานี้ เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าไม่ง่ายเลย รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างมาก เสียดายพระองค์ท่าน หวังว่าอยากจะเห็นพระองค์ท่านเติบโตต่อไปและมาเป็นผู้นำเป็นแบบอยากให้เยาวชนรุ่นใหม่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านนั้นก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว ต่อจากนี้ไป เราทุกคนก็ต้องช่วยกันดำเนินสืบสานสิ่งที่พระองค์เคยทำเอาไว้
ด้าน น.ส.อนงค์ลักษณ์ อายุ 56 ปี ชาว อ.มะขาม จ.จันทรบุรี เปิดเผยว่า ทันทีที่ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก ถึงเวลาบ่ายสองของวันนั้น ตนก็ตัดสินใจเดินทางเข้ามากรุงเทพทันทีในคืนวันนั้น เพื่อหวังว่าจะได้เข้าเฝ้าขบวนเชิญพระศพและถวายสักการะพระรูปพระองค์ท่านในวันนี้
โดยสาเหตุที่ตนตั้งใจเดินทางมา เพราะตนเห็นพระองค์ท่านตลอดพระชนม์ชีพตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พระองค์ท่านทำอะไรให้พวกเราไว้เยอะมาก จึงมีความรู้สึกว่า วันนี้ตนต้องมาให้ได้ ซึ่งเมื่อวานนี้ตนก็ได้มีโอกาสเฝ้าขบวนเชิญพระศพที่บริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรีด้วย
ส่วนตัวตนประทับใจในพระองค์ท่านทุกอย่าง ทั้งในเรื่องการเรียน การทรงงาน และพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงมีพระเมตตาต่อประชาชน ความไม่ถือพระองค์ ทรงรักประชาชน ซึ่งตนก็เพิ่งมาทราบจากสารคดีเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านว่า เมื่อทรงพระชันษา 17 ปี พระองค์ทรงริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โดยตอนนั้น พระองค์ได้ทูลขอในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จะจัดตั้งมูลนิธินี้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เห็นได้แน่ชัดว่า ขนาดพระองค์มีพระชันษา 17 ปี ยังทรงคิดจะทรงงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ต่างจากตนที่อายุ 17 ปีก็ยังเที่ยวเล่นตามประสาเด็ก ถือว่าพระองค์ทรงมีน้ำพระทัยที่ยิ่งใหญ่อย่างมากแก่พสกนิกรชาวไทย
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาที่ทรงพระประชวร ตนได้แต่หวังภาวนาขอให้พระองค์หายจากพระอาการประชวร อยากให้มีปาฏิหาริย์ ซึ่งตนเชื่อว่าชาวไทยทุกคนก็คิดเหมือนกัน แม้ปาฏิหาริย์ไม่เกิดขึ้น แต่ตนก็เข้าใจเพราะเป็นธรรมชาติ เป็นสัจธรรมของมนุษย์ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป รู้ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงและก็ทำใจเผื่อไว้ตั้งนานแล้ว
แต่ที่ตนและเชื่อว่าทุกคนรู้สึกเสียดายและเสียใจคือ พระองค์ยังมีพระชันษาน้อยเกินไป ยังไม่ถึงเวลาที่ควรจะไป พระองค์ยังทรงอยู่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติได้ รวมทั้งยังทรงเป็นพระกำลังสำคัญให้กับในหลวง พระองค์ทรงเป็นทุก ๆ อย่างของแผ่นดิน
คุณอนงค์ลักษณ์ กล่าวปิดท้ายว่า ทุกคนรักพระองค์ท่าน รวมทั้งขอถวายกำลังใจให้แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เชื่อว่าที่ทอดเวลายาวนาน ก็เพื่อให้พสกนิกรได้ทำใจ ได้แต่คิดว่าคงถึงเวลาจริง ๆ ของพระองค์ท่านแล้ว ถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริง
ส่วนบริเวณเต็นท์พักคอย ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นทางเข้าสำหรับพสกนิกรที่จะเดินทางเข้ากราบถวายสักการะพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ได้มีศิลปินดารามาเป็นจิตอาสามอบอาหารพระราชทานให้แก่พสกนิกร โดยมีนักแสดงชื่อดัง ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช พร้อมด้วยสามี คุณกรณ์ ณรงค์เดช
โดยทั้งคู่ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน ว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมไปจิตอาสา เนื่องในโอกาสการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งทางครอบครัวก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
โดยหลังจากที่ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ก็รู้สึกใจหาย เพราะพระองค์ท่านจากไปเร็วมาก แต่ในช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ก็ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายที่เป็นประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย เชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนก็สำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเช่นกัน
คุณกรณ์ กล่าวอีกว่า ตนเองนั้นเกิดในปีเดียวกันกับที่พระองค์ท่านประสูติ (ปี 2521) และในช่วงที่ตนยังเด็ก คุณแม่กรณีมีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์ท่านในการถวายการสอนดนตรีแก่พระองค์ ถือได้ว่าครอบครัวมีโอกาสถวายงานพระองค์ท่าน ซึ่งตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระองค์มีพระจริยวัตรที่ทรงเป็นกันเอง และถือว่าพระองค์ท่านมีพระปรีชาสามารถหลากหลาย ทางด้านการดนตรีและการทหาร พระองค์ท่านทำประโยชน์เอาไว้มากมายให้แก่ประเทศชาติ เชื่อว่าแม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่พระองค์จะสถิตอยู่ในใจชาวไทยตลอดไป
ด้านคุณศรีริต้า กล่าวน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ วันนี้เลยขอมาเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยมอบอาหารพระราชทานให้แก่พสกนิกรที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระรูปพระองค์ท่าน ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าโศกเสียใจ จึงขอร่วมน้อมรำลึกส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย