สังคม
ตร.ไซเบอร์เผย “เบิร์ด วันว่างๆ” ส่อผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตรียมเสนอศาลให้จำคุก จ่อปิดเพจภายใน 1-2 วัน
4 ชั่วโมงที่แล้ว
650 views
รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์เผย “เบิร์ด วันว่างๆ” ส่อผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี ควบคู่กับคดีอาญาทำร้ายร่างกายของท้องที่ ชี้มีพฤติกรรมที่ซ้ำซาก เตรียมเสนอศาลให้จำคุกเนื่องจากอยู่ในระหว่างรอลงอาญา พร้อมเตรียมปิดเพจของ “เบิร์ด” ภายใน 1-2 วัน
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีการดำเนินคดีกับเบิร์ดวันว่าง ๆ ที่ออกมาทำคอนเทนต์กระทบต่อประชาชนซ้ำซาก โดยเฉพาะล่าสุดที่ได้ทำคลิปนำกาวยาแนวผสมน้ำมาปะแทนแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจไซเบอร์ได้ประสานความร่วมมือกับทาง สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในเรื่องของการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มโลกออนไลน์ของเบิร์ดวันว่าง ๆ ซึ่งคดีดังกล่าวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกคือในส่วนของคดีอาญาเชิงกายภาพ นั่นคือประเด็นเรื่องของการกระทำความผิดในเรื่องของทำร้ายร่างกายที่มีผู้เสียหาย 2 ราย เพิ่งแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยคาดว่า เบิร์ดวันว่าง ๆ จะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ส่งผู้เสียหายทั้ง 2 รายไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม หากพบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297
ขณะเดียวกัน ในส่วนของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนว ซึ่งล่าสุดได้ออกแถลงการณ์ว่าเตรียมที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับเบิร์ดวันว่าง ๆ เบื้องต้นคาดว่าจะถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับเรื่องละเมิดตามกฎหมายแพ่งและความผิดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหมายการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค
ส่วนที่สอง ในส่วนของคดีออนไลน์ ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์ได้ดำเนินการตรวจสอบเหตุทั้ง 3 เพจของเบิร์ดวันว่าง ๆ ซึ่งจากเนื้อหาแล้ว พบเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ในเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งการโพสต์คลิปแนะกาวยาแนวใส่ประชาชนและคลิปที่กล่าวอ้างว่า ผงดังกล่าวเป็นแป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วย ขณะเดียวกัน ก็จะผิดในมาตรา 14 (2) ในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานได้รับให้ทางตำรวจ สภ.พระประแดง ส่งเรื่องมายังตำรวจไซเบอร์ตามขั้นตอน เพื่อที่ทางตำรวจไซเบอร์จะได้นำเลข URL เพจของเบิร์ดวันว่าง ๆ ทั้ง 3 เพจ เสนอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ดำเนินการปิดแพลตฟอร์มเพจทั้ง 3 เพจของเบิร์ดวันว่าง ๆ ซึ่งจะสามารถดำเนินการเร่งรัดปิดเพจของเบิร์ดวันว่างๆ ได้ภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้
ส่วนประชาชนที่ปรากฏในคลิปและต้องการที่จะแจ้งความในเรื่องของการไม่ยินยอมให้เผยแพร่ ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เช่นเดียวกัน ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA
โดยลักษณะการทำงานของตำรวจไซเบอร์จะทำงานคู่ขนานกันไปกับการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง ซึ่งจะให้พนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เป็นเจ้าภาพหลักในคดีหลักคือเรื่องของการทำร้ายร่างกายและดำเนินการออกหมายเรียกเบิร์ดวันว่าง ๆ แล้วถึงค่อยดำเนินการต่อในส่วนของการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับความผิดทางออนไลน์ต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์จะสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับก่อนได้เลยหรือไม่นั้น เนื่องจากโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกเกิน 5 ปี เรื่องนี้ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 ชี้แจงว่า การออกหมายจับคดีในส่วนของตำรวจไซเบอร์นั้น ต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก รวมทั้งต้องสามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้แน่ชัดว่า ผู้ที่เป็นคนโพสต์หรือนำเข้าข้อมูลส่วนระบบคอมพิวเตอร์ คือเบิร์ดวันว่าง ๆ จริง ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ได้ ก็จะสามารถออกหมายจับได้ ดังนั้นในส่วนนี้ ต้องรอให้นายเบิร์ดเข้ามาพบตำรวจและนำโทรศัพท์ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ถึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลและออกหมายจับได้
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ได้เปิดเผยต่อว่า สำหรับคอนเทนต์อื่น ๆ ในเพจของเบิร์ดวันว่าง ๆ นั้น ทางตำรวจอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบว่าจะมีคอนเทนต์อื่นที่มีความผิดเพิ่มเติมหรือไม่
แต่จากพฤติกรรมของเบิร์ดแล้ว ถือว่าไม่มีความสำนึกและหลาบจำ หลังจากที่เคยถูกติดคุกฝากขังในคดีก่อนหน้านี้ ยังคงออกมามีพฤติกรรมกลั่นแกล้งประชาชนและผลิตคอนเทนต์ขยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงรอลงอาญา ดังนั้น ทางตำรวจก็เตรียมที่จะดำเนินการยื่นเสนอต่อศาลเพื่อดำเนินการคุมขังในคดีเก่าที่อยู่ในระหว่างการรอลงอาญาต่อไป
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยังกล่าวอีกว่า คนอย่างเบิร์ดวันว่าง ๆ จะอยู่ในสังคมได้อย่างไร หากยังมีพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งตอนนี้รับทราบแล้วว่าได้เดินทางออกนอกประเทศไปที่ฮ่องกง โดยเมื่อคืนก็ยังคงโพสต์คลิปในลักษณะเนื้อหาเยาะเย้ยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสมือนว่าทำอะไรไม่ได้ แต่ยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งจะสามารถทำให้ขออำนาจศาลออกหมายจับ ถ้าไม่เดินทางมาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน
ขอฝากถึงเบิร์ดวันว่างๆ ว่า ให้กลับมาประเทศไทยและรีบมาแสดงตนกับพนักงานสอบสวนเสีย โดยเฉพาะหากยังยืนยันข้อเท็จจริงหรือว่าผงดังกล่าวคือแป้งมัน ก็ให้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันข้อเท็จจริงว่า ผงดังกล่าวคือแป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว พร้อมกล่าวถึงเบิร์ดที่คาดว่าอาจจะดูอยู่ว่า "ฮ่องกงไม่สนุก กลับมาประเทศไทยดีกว่า กลับมาเถอะ"
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการตรวจสอบคอนเทนต์ขยะ ผิดกฎหมาย หรือไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ด้วยว่า เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งขณะนี้ ทางกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ DE อยู่ในระหว่างการเสนอร่างกฎหมายเพื่อขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการควบคุมเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและที่กฎหมาย
โดยเนื้อหาสำคัญก็คือ การขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ลบและสกัดกั้นเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อสังคม ผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะคุกคามประชาชน โดยเฉพาะคอนเทนต์ขยะจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ผู้โด่งดังหลายคน โดยไม่จำเป็นต้องรอการส่งเรื่องแจ้งจากตำรวจผ่านมายังกระทรวง DE เพื่อส่งต่อไปยังเจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตามขั้นตอนในปัจจุบัน
สาเหตุเนื่องจากคอนเทนต์ขยะที่มีมากขึ้น ไปจนถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ถ้าขืนรอให้ส่งเรื่องเพื่อลบหรือปิดกั้นตามขั้นตอน อาจช้าเกินไป อาจทำให้ประชาชนกดไลค์กดแชร์และเนื้อหากระจายออกไป รวมทั้งจะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อมากขึ้น อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ยอมรับว่า เราไม่สามารถออกกฎหมายไปบังคับแพลตฟอร์มเอกชนเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีฐานในต่างประเทศ แต่เราสามารถออกกฎหมายเพื่อขอความร่วมมือและใช้มาตรการอย่างเข้มงวดกับบรรดาแพลตฟอร์มเหล่านี้ เพื่อสกัดกั้นเนื้อหาขยะและอันตรายได้ตั้งแต่ต่น ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของรัฐบาล หากร่างกฎหมายดังกล่าวออกมาเมื่อไหร่ ตำรวจไซเบอร์ก็พร้อมที่จะดำเนินการปฏิบัติตามและช่วยสอดส่องป้องกันคอนเทนต์อันตรายบนโลกโซเชียล ซึ่งทุกวันนี้ตำรวจไซเบอร์ก็ทำอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนว่า หากพบเจอคอนเทนต์ขยะ ผิดกฎหมาย หรือเป็นภัยต่อสังคม อย่าได้กดไลค์ กดแชร์ หรือไปคอมเม้นต์ เพราะจะเป็นการทำให้เกิดมาตรฐานชุมชนในแพลตฟอร์มที่ปกติ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นมาตรฐานชุมชนในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดังนั้น หากพบเจอก็ควรต้องกด Report ทันที เพื่อช่วยกันสร้างมาตรฐานชุมชนในโลกโซเชียลที่ดี หรือสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่เบอร์สายด่วน 1441
อีกทั้งยังได้ฝากเตือนภัยไปยังบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายด้วยว่า ใครก็ตามที่ทำเนื้อหาขยะกลั่นแกล้งประชาชน ขอให้เลิกทำ เพราะนอกจากจะเป็นการคุกคามประชาชนและผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบและเป็นการไม่สร้างสรรค์บนโลกออนไลน์อย่างมาก คอนเทนต์ขยะก็คือขยะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ไม่ควรให้ความสำคัญ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ตำรวจไซเบอร์ ,เบิร์ด วันว่างๆ ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์