สังคม
ลำปางอ่วม! ควันไฟป่าปกคลุมทั่วเมือง ระดมเหยี่ยวไฟ 100 นายดับไฟป่า
4 มี.ค. 2569
40 views
หมอกควันไฟป่าปกคลุมทั่วเมืองลำปาง ระดมเหยี่ยวไฟ 100 นาย สนธิกำลังดับไฟป่าลำปาง – แจ้ซ้อนเสียหาย 50 ไร่
วันที่ 4 มีนาคม 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษ “เหยี่ยวไฟ” กว่า 100 นาย ภายใต้สังกัด กรมป่าไม้ สนธิกำลังปล่อยแถวเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง อย่างเร่งด่วน หลังหลายจุดยังคงพบการลุกไหม้ต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำปาง ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ บก.ส่วนหน้า เข้าควบคุมไฟป่าบริเวณบ้านเสด็จ ขณะที่กำลังเสริมจากหลายจังหวัด อาทิ นครราชสีมา มุกดาหาร อุดรธานี และปราจีนบุรี ลงพื้นที่ อ.แม่พริก ส่วนทีมจากสงขลา นครศรีธรรมราช และเพชรบุรี ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เข้าควบคุมไฟป่าในพื้นที่ อ.งาว
ขณะเดียวกัน พื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โดยสถานีควบคุมไฟป่าแจ้ซ้อน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง รายงานผลการปฏิบัติงาน รอบเช้า ตรวจพบจุดความร้อน (HOSPOTS) จากระบบ VIIRS จำนวน 1 จุด ในท้องที่ ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบไฟกำลังลุกไหม้บริเวณป่าสันเขาผามะแลบ ห้วยอ้อ เขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน พื้นที่บ้านต้นงุ้น หมู่ 3 ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จึงเร่งควบคุมและดับไฟได้ในเวลาต่อมา เบื้องต้นพบพื้นที่เสียหายรวม 50 ไร่ เป็นป่าเบญจพรรณทั้งหมด อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์
สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการเข้าไปหาของป่า โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติ 2 หน่วยงาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแจ้ซ้อน เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ จซ.1 (ทุ่งยาง) พร้อมผู้นำชุมชนและราษฎรจุดเฝ้าระวังบ้านต้นงุ้น รวมกำลังทั้งสิ้น 17 คน
เจ้าหน้าที่ระบุจะยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดในช่วงหน้าแล้งนี้
ขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังน่าห่วง ส่งผลให้หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน ปกคลุมทั่วพื้นที่ จ.ลำปาง อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองลำปาง ทัศนวิสัยการมองเห็นลดลงอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณสี่แยกหลักกิโลเมตรยักษ์ พื้นที่ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นจุดตัดถนนสายเลี่ยงเมือง และถนนสายลำปาง–พะเยา พบหมอกควันสีขาวเทาปกคลุมทั่วบริเวณ รถสัญจรต้องเปิดไฟหน้าเพิ่มความระมัดระวัง
จากภาพมุมสูงจะเห็นได้ชัดว่า กลุ่มควันสีขาวลอยปกคลุมหนาแน่นทั่วตัวเมือง คล้ายม่านหมอกขนาดใหญ่ แต่แท้จริงคือหมอกควันจากไฟป่าที่สะสมในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย
ประชาชนในพื้นที่ต่างสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งควบคุมไฟป่าในหลายจุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด เพื่อลดปัญหาหมอกควันสะสมในระยะนี้